ข่าว

ปรองดองกับคนเดือนตุลา(จบ)

ปรองดองกับคนเดือนตุลา(จบ)

02 พ.ย. 2558

ปรองดองกับคนเดือนตุลา(จบ) : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น

              ต่างกับคนเดือนพฤษภา 35 ที่ดูเงียบงันกว่า คนเดือนตุลา 16 และ 19 ยังอยู่ในวัยที่แข็งแกร่งของอายุ 60 หลักคิดที่ตกผลึก ความอาวุโสและประสบการณ์ในวงการวิชาการ สื่อสารมวลชน การเมือง และประชาสังคม ทำให้พวกเขาเป็นพลังที่ใครจะมองข้ามมิได้ หลายปีที่ผ่านมาการรณรงค์ส่งผ่านความคิดและจิตวิญญาณปฏิวัติสังคมของพวกเขาเป็นไปอย่างเข้มข้นและได้ผล ยิ่งได้แรงกระทบชิ่งจากสภาพอันไม่เป็นประชาธิปไตยและไร้เสถียรภาพของสังคมไม่กี่ปีที่ผ่านมาเข้าอีก แนวคิดของพวกเขายิ่งกระจายไปในหมู่คนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นคือลักษณะต่อต้านสังคมในหมู่คนรุ่นใหม่ แม้จะไม่นำไปสู่ความรุนแรง แต่กระทบต่อความสามัคคี เราควรจะปรับพลังนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อชาติอย่างไร จึงจะเป็นการปรองดองกับคนเดือนตุลาให้ได้ผล

              ประการแรกคือพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างคนเดือนตุลากับคนรุ่นใหม่ให้ชัดเจน ตัดอคติต่างๆ ออกไปก่อน ลัทธิคอมมิวนิสต์นั้นตายไปแล้วจากประเทศไทย ไม่มีใครสามารถปลุกผีได้ แต่ที่เขาปลุกคือความรู้สึกไม่เท่าเทียมกันของสังคม ทุกวันนี้คนเดือนตุลาส่วนใหญ่ไม่ใช่พวกล้มเจ้า บ้าลัทธิหรือต้องการการนองเลือด พวกที่ผสานประโยชน์กับอุดมการณ์ของพวกเขาไม่ว่าพวกที่มีสีเสื้อหรือนิยมรัฐบาลเดิมก็ไม่ใช่ ตราบใดที่สภาพสังคมยังมากไปด้วยเรื่องสิทธิที่ต่างกันตามพฤตินัย คนรวยลูกท่านหลานเธอทำอะไรก็เอาผิดไม่ได้ มรดกของคนเดือนตุลาจะเดือดพล่านในเลือดเยาวชนรุ่นใหม่ให้ออกมารณรงค์เรียกร้องความเป็นธรรมทันที ถ้ายิ่งให้ความสะใจปราบปรามหรือใช้วาจาหยามเหยียด เรื่องจะยิ่งไปกันใหญ่

              ประการต่อมาคือพิจารณาสิ่งที่พวกเขาสื่ออย่างเป็นธรรม เมื่อเข้าใจแล้วให้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องที่เป็นประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งที่เป็นเรื่องส่วนรวมและเรื่องที่ดูเหมือนจิ๊บจ๊อย เพราะคนที่รักความยุติธรรมและเท่าเทียมจะรับเรื่องพวกนี้ไม่ได้ เช่น ทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นต้องปราบแบบเสมอหน้า ประเภทไม่ใช่พวกกูผิดแน่นอน แต่ถ้าพวกข้าล่ะผ่อนปรนกันไปนั้น คนรุ่นใหม่ที่มีจิตวิญญาณเดือนตุลาเขารังเกียจ ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดประชาธิปไตย ความเท่าเทียมกันในสังคม ความยุติธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐ หรือความเป็นธรรมเรื่องรายได้ ให้ได้มากที่สุด

              ในทางกลับกันความคิดที่ไม่เข้าต่อสังคมบางอย่าง ก็ต้องปรับแก้อย่างนุ่มนวล คนเดือนตุลาและสาวกบางทีก็เดินไปสู่ความเป็นลิเบอรัลอย่างสุดขั้ว ต่อต้านสิ่งที่พวกเขาคิดว่าไม่ดี แม้จะเป็นเรื่องเล็กก็อาจทำให้เรื่องใหญ่โต และจะยิ่งบานปลายไปอีกหากรัฐแก้ปัญหาแบบไม่อดกลั้น ดังนั้นถ้าเป็นเรื่องเล็กประเภทอยากดูหนังไม่เซ็นเซอร์หรืออยากเสวนาประเด็นอ่อนไหวก็หลิ่วตาบ้างก็ได้ แต่ถ้าที่อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวาย เช่น เรื่องของศาสนาหรือความเข้าใจผิดจนเกลียดชังคนของรัฐก็ต้องชี้แจงอย่างนุ่มนวล ความเข้าใจและปรับจูนเข้าหากันระหว่างพลเรือนกับทหาร ฝ่ายอนุรักษนิยมกับเสรีนิยม คนพอมีพอกินกับคนปากกัดตีนถีบนั้นเป็นเรื่องที่ยากก็จริง แต่ถ้าตั้งใจทำด้วยฉันทะ ความปรองดองก็อาจเกิดได้ครับ