
ภายใน2วันประวุฒิกลับจากลาพักร้อน
ภายใน2วันประวุฒิกลับจากลาพักร้อน รองโฆษกตร.ระบุให้แจงสื่อกระแสลาออก เผยศุกร์โขให้การเป็นประโยชน์ ศรีวราห์เตรียมเรียกชุดคดีม.112ถก
30ต.ค.2558 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร. กล่าวถึงกระแสข่าว พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ อดีตโฆษก ตร. ลาออกจากราชการว่า ยังไม่พบเอกสารการลาออกอย่างที่เป็นข่าว โดย พล.ต.อ.ประวุฒิ ได้ทำหนังสือขอลาพักไปต่างประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม จนถึง 1 พฤศจิกายน และภายใน 2 วัน จะกลับมายังประเทศไทย อาจจะสามารถกลับมาตอบคำถาม เพื่อคลายข้อสงสัยแก่สื่อมวลชนได้
รองโฆษกตร.เผย‘ศุกร์โข’ให้การเป็นประโยชน์
ขณะเดียวกันพล.ต.ต.ทรงพล และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ในฐานะรองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีผู้ต้องหาคดีกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยหลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แถลงข่าวครั้งใหญ่ และขอศาลอนุมัติออกหมายจับเพิ่มเติม จำนวน 1 ราย คือนายศุกร์โข ตามเสรี คนสนิท พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือ “สารวัตรเอี๊ยด” ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ ในข้อหาครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบได้สอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติม และอยู่ในระหว่างการรวบบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่ามีการเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาคนใด ก็จะรายงานให้สื่อมวลชนทราบเป็นระยะ
พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทหารกรมทหารราบที่ 11รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) ควบคุมตัวนายศุกร์โขมาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบกราม (บก.ป.) โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก โดยหลังจากนี้ทีมพนักงานสอบสวน ต้องรวบรวมหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
“ขณะนี้สำนวนของนายศุกร์โขเป็นการถูกจับกุมในข้อหาครอบครองอาวุธปืน ซึ่งจะดำเนินการในส่วนของอาวุธปืนเท่านั้น ส่วนหากพบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้ต้องหารายอื่นในคดีหมิ่น ก็คงจะดำเนินการต่อไป ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาคดีหมิ่นอย่างไรนั้น ตอนนี้อยู่ในสำนวน เรายังไม่ได้รับทราบ หากมีความเชื่อมโยงอะไร ทุกอย่างก็จะปรากฎเอง” รอง โฆษก ตร. กล่าว
รอง โฆษก ตร. กล่าวด้วยว่า ส่วนอาวุธปืนที่ตรวจพบจากนายศุกร์โขนั้นกำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอยู่ว่า อยู่ในความครอบครองได้อย่างไร อย่างไรก็ตามยังไม่มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีการส่งมอบข้อมูลให้ทาง ตร. แล้วหรือไม่ พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวว่า เบื้องต้นมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันอยู่ หากพบว่าเชื่อมโยงกับบุคคลใด ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม หากพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 8 รายที่ทาง ปปง.เปิดเผยเมื่อวาน(29 ต.ค.58) ก็จะเชิญมาให้ข้อมูลด้วย รวมถึงที่การตรวจสอบการทำธุรกรรม จำนวน 148 ธุรกรรม ที่เข้าข่ายกระทำความผิดด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ทุกสำนวนยังไม่ส่งให้แก่ทางพนักงานสอบสวน ซึ่งต้องรอให้ทาง ปปง. ดำเนินการสักระยะ
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เส้นทางการเงินของ ปปง. ที่พบโยงใยไปถึงตำรวจระดับสูงหรือไม่ พล.ต.ต.ทรงพล ตอบว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวถามด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นายที่ทาง บช.ก. สั่งย้ายให้ไปช่วยราชการนั้น พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวว่า เบื้องต้นกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน หากพบความเชื่อมโยง หรือเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการ ซึ่งทุกวันนี้สามารถใช้ชีวิตอิสระได้ และปฏิบัติหน้าที่โดยปกติ ไม่มีการควบคุมตัวตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
‘ศรีวราห์’เตรียมเรียกชุดคดีม.112ถก
พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา112 ยืนยัน นายศุกร์โข ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนตามหมายจับดังกล่าวจริง
ขณะเดียวกันจากการสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบว่า นายศุกร์โขมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหมิ่นสถาบันเบื้องสูง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังมีหลักฐานไม่เพียงพอ ที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ดังนั้น จึงต้องทำการรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่ชัดรัดกุมอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก
ส่วนกรณีปรากฎรายชื่อประชาชน จำนวน 8 คน ในเส้นทางทางการเงินของผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง พล.ต.ท.ศรีวราห์ ระบุว่า กรณีดังกล่าวเป็นคนละส่วนกับคดีอาญา จะต้องแยกกันสืบสวน แต่ขณะนี้ยังไม่พบความเกี่ยวข้องกับคดี
อย่างไรก็ตาม รรท.รอง ผบ.ตร เตรียมเรียกชุดสืบสวนประชุมติดตามความคืบหน้าคดีอีกครั้ง แต่ยังไม่สามารถระบุวันเวลาได้



