
ไม่ลองไม่รู้..ไม่ทำไม่รวยสไตล์'อภิชาติ ศรีสอาด'
ไม่ลองไม่รู้..ไม่ทำไม่รวยสไตล์'อภิชาติ ศรีสอาด' : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยดลมนัส กาเจ
"ภาคการเกษตรเป็นฐานเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ เหตุไฉน สื่อหลักในประเทศนี้จึงมองข้าม?” ความคิดบรรเจิดขึ้นช่วงจังหวะหนึ่งของหนุ่มไฟแรง “อภิชาติ ศรีสอาด” กรรมการผู้จัดการ บริษัท นาคา อินเตอร์มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์เจ้าของนิตยสารรายเดือน “ไม่ลองไม่รู้” หนังสือคู่มือด้านการเกษตร หรือหนังสือเฉพาะแนวการเกษตร เมื่อครั้งที่เขาเป็นเหยี่ยวข่าวสายเศรษฐกิจทั้งหนังสือพิมพ์รายวัน และรายสัปดาห์เมื่อ 25 ปีก่อน
อภิชาติ บอกว่า เกิดมาท่ามกลางการล้อมรอบไปด้วยพื้นที่การเกษตรที่ จ.ชลบุรี เขาจึงได้สัมผัสกับเกษตรกรมาตั้งแต่เยาว์วัย จึงเห็นภาพเกษตรกรซึ่งน้อยมากที่จะมีฐานะร่ำรวย เนื่องจากดำรงชีพตามมีตามเกิด ทำการเกษตรที่สืบทอดความเคยชินมาจากบรรพบุรุษ โดยที่ไม่มีหน่วยงานใดมาดูแล ราวกับเป็นอาชีพที่ถูกทอดทิ้ง ปล่อยให้เกษตรกรที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศกว่า 80% เป็นชนชั้นที่มีหนี้สินท่วมหัว
ตลอดระยะเวลาที่ อภิชาติ ทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ เขาบอกว่า ได้พบกับสัจธรรมแห่งความเป็นจริงในสังคมไทยว่า ผู้คนในประเทศนี้มีแต่คนส่งเสริม และยกย่องนักธุรกิจ ที่หลายคนมีพฤติกรรมเอารัดเอาเปรียบเกษตรกร สื่อหลักภายในประเทศทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุโทรทัศน์ ให้ความสำคัญในการเสนอข่าวด้านเศรษฐกิจ การเมือง การลงทุน และอื่นๆ มีการวิเคราะห์รอบด้าน มีการแนะนำหุ้นตัวไหนน่าลงทุน การลงทุนที่ได้รับสิทธิพิเศษจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ แต่ภาคการเกษตรไม่มีใครหันมามอง ปล่อยให้เกษตรกรเผชิญตามชะตากรรม
ตลอดระยะเวลาที่เป็นผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ เขามั่นใจว่า อาชีพการเกษตรถือเป็นอาชีพที่รับแรงต้านทานจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำได้ดีที่สุด เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรสามารถใช้ยังชีพในครอบครัวและแบ่งปันในกลุ่มเกษตรกรได้ แม้ว่าจะยังไม่ได้นำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินก็ตาม แต่เกษตรกรสามารถอยู่ได้แบบวิถีพอเพียง จะเห็นได้ว่าเมื่อเกิดสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำคราใด บริษัทในเมืองปิดตัวเลิกกิจการ คนงานส่วนใหญ่จะตกงานและกลับสู่ภูมิลำเนา ส่วนใหญ่กลับสู่ภาคการเกษตรนั่นเอง
“เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทุกครั้งที่เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ การส่งตออกติดลบ มีแต่ภาคการเกษตรช่วยชาติได้ สินค้าเกษตรสามารถส่งออกได้ปกติก แต่สื่อกลับเมินข่าวด้านการเกษตร ผมคิดว่าถ้ามีโอกาส ผมจะทำหนังสือด้านการเกษตร ที่จะเสนอข่าวให้เป็นที่พึ่งและชี้ทางสว่างกับเกษตรกร” อภิชาติ กล่าวอย่างมั่นใจ
ในที่สุดความฝันกลายเป็นจริง ในปี 2535 อภิชาติ ตัดสินใจลาออกจากงานที่เป็นนักข่าวสายเศรษฐกิจ มาเริ่มทำหนังสือแนวเกษตรดังที่ตั้งใจไว้ เป็นนิตยสารรายเดือน “ไม่ลองไม่รู้” เป็นชื่อที่ดาวตลกรุ่นใหญ่ “เด่น ดอกประดู่” เป็นเจ้าของและใช้เป็นชื่อรายการที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 โดยที่เขาซื้อลิขสิทธิ์ชื่อมาสำหรับทำนิตยสารแนวเกษตร "ไม่ลองไม่รู้” จนสามารถยืนหยัดอยู่ได้มากระทั่งทุกวันนี้ในนามบริษัท นาคา อินเตอร์มีเดีย จำกัด ตั้งอยู่ย่านถนนเศรษฐกิจ 1 ต.คลองมะเดื่อ จ.สมุทรสาคร
แม้ความตั้งใจของอภิชาติจะประสบผลสำเร็จ ที่ได้เป็นเจ้าของหนังสือแนวเกษตรดังที่ตั้งใจ แต่พอลงมือจริงๆ เขาได้พบว่า สิ่งที่เล็งเห็นว่าสื่อควรป้อนความรู้ข้อมูลที่เป็นวิทยาศาสตร์สู่เกษตรกรให้มากที่สุด ผลที่ได้มายังไม่ได้ผลต่อเกษตรกรรากหญ้าเท่าที่ควร เนื่องจากเกษตรกรโดยส่วนใหญ่ไม่ค่อยอ่านหนังสือที่เป็นรายเดือน แต่มักจะเลือกอ่านหนังสือเฉพาะด้าน อาทิ คนที่จะปลูกมะละกอ มักจะหาข้อมูลเฉพาะมะละกอเท่านั้น จุดนี้ทำให้เขามองช่องทางธุรกิจสื่ออีกด้านหนึ่งคือ “หนังสือเฉพาะกิจ” ที่เน้นเรื่องเดียวตั้งแต่ต้นน้ำยันถึงปลายน้ำ ปรากฏว่า ประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม ทำให้ค่ายนาคา โตวันโตคืน จนถึงมีหนังสือเฉพาะกิจที่เป็นคู่มือเชิงเกษตร ภาคประมง และปศุสัตว์ กว่า 200 ปก มียอดขายเฉพาะหนังสือเฉพาะกิจปีละหลักสิบล้านบาท
อภิชาติยอมรับว่า การทำหนังสือเกษตร ถ้าไม่มีความตั้งใจหรืออดทนกันจริงๆ สายป่านไม่ยาวมักจะอยู่ได้ไม่นาน คนที่เคยทำแล้วก็ทยอยปิดตัวไป คนรุ่นใหม่ก็อยากมาลองและปิดตัวในที่สุดหมุนเวียนเป็นวัฏจักร จะมีที่ยืนหยัดอยู่ได้เพียงไม่กี่เล่มเท่านั้น สำหรับไม่ลองไม่รู้เอง ที่สามารถประคับประคองยืนหยัดอยู่ได้ถึงปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า รายได้หลักมาจากหนังสือเฉพาะกิจหรือคู่มือเชิงการเกษตร ซึ่งทุกเล่มได้รับความนิยมสูงมากทั้งจากเกษตรกร และผู้ประกอบการทางด้านการเกษตรทั่วทุกภาค ถึงขนาดหลายครั้งหลายคราว หนังสือชั้นนำของประเทศยอมเสียพื้นที่ทำเลทอง เพื่อจัดวางหนังสือเกษตรอยู่บนแผงหน้า และหนังสือเฉพาะกิจจากสำนักพิมพ์นาคา ติดอันดับขายดีอันดับ 1 และอีกหลายอันดับท็อป 100 ในร้านหนังสือ ซีเอ็ดบุ๊ค เซ็นเตอร์ กว่า 20 ปก ถือเป็นประวัติศาสตร์ของหนังสือเกษตรของประเทศไทย
“ในวงการสื่อทุกแขนงที่ผ่านมามักไม่ค่อยให้ความสำคัญทางด้านการเกษตรเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศมีอาชีพเกษตรกรรม การสื่อสารกับเกษตรกรจึงมีค่อนข้างน้อย เกษตรกรขาดการแนะนำที่ดีจากภาครัฐ สื่อต่างๆ นำเสนอเกี่ยวกับหุ้น การเงิน อุตสาหกรรม การศึกษา แต่ภาคเกษตรจะไม่ค่อยมี ในทัศนะของผมจึงมองว่าภาคการเกษตรถ้ามองให้ลึกแล้วจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศอันดับต้นๆ ผมจึงอดทนทำหนังสือเกษตรซึ่งล้มลุกคลุกคลานกับสื่อประเภทนี้มายาวนาน ยักษ์ใหญ่หลายค่ายที่ลองลงมาทำก็ทยอยปิดตัวไป เพราะไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ลงทุนลงแรงไปกับการผลิตสื่อเกษตร มีผมเท่านั้นที่ต่อสู้อดทนทำมากระทั่งปัจจุบันและนำพาหนังสือเกษตรต่างๆ สู่เส้นชัยได้” อภิชาติกล่าวอย่างมั่นใจ
กระนั้นกว่าจะถึงวันนี้ได้ ครั้งหนึ่งเมื่อปี 2550 นิตยสาร "ไม่ลองไม่รู้” ประสบวิกฤติเศรษฐกิจอย่างหนักถึงขั้นจะปิดตัว ความคล่องตัวของบริษัทอยู่ในสภาวะย่ำแย่หนี้สินสะสมหลายล้านบาท อภิชาติจึงปรับเปลี่ยนโครงสร้างหนังสือใหม่โดยคิดต่างจากเซียนหนังสือที่แนะนำให้เพิ่มคุณภาพและปริมาณกับการปรับราคาให้สูงขึ้น แต่อภิชาติกลับใช้วิธีที่ตรงกันข้าม โดยการลดขนาดหนังสือลง เปลี่ยนรูปเล่มจากไสกาวมาเป็นเย็บกลาง ปรับเปลี่ยนราคาจาก 50 บาทมาเหลือเพียง 35 เป็นหนังสือเล่มเดียวในท้องตลาดที่ราคาต่ำสุด เน้นคุณภาพของเนื้อหาข่าวจะต้องเข้มข้นคือเน้นข่าวเจาะเป็นสกู๊ปที่มีรายละเอียดมากกว่าหนังสือพิมพ์รายวันทั้งข่าวด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง และสัตว์เลี้ยง ที่มีคุณภาพ
และแล้ววิกฤติที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นโอกาส ยอดขายหนังสือและโฆษณามากขึ้น ขณะเดียวกันหนังสือคู่มือเชิงเกษตร ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น จะเห็นได้จากหนังสือคู่มือเชิงเกษตรของค่ายนาคาได้รับการตอบรับจากผู้อ่านเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูกกล้วยเงิน มะละลอ การเลี้ยงกุ้ง เป็นต้น โดยหนังสือคู่มือที่เกี่ยวกับการปลูกมะนาวของบริษัทนาคาผลิตออกมามากถึง 19 ปก ที่สนองผู้อ่านที่สามารถเลือกอ่านตามที่ต้องการ
มาถึงวันนี้ อภิชาติ มองว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว เกษตรกรคนรุ่นใหม่มีพฤติกรรมรักการอ่านมากขึ้น ขวนขวายในการรับรู้ข่าวสารมากขึ้นทั้งจากสื่อสิ่งพิมพ์และทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ความรู้เหล่านี้ได้ถูกหล่อหลอมนำไปประยุกต์พัฒนา มีการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เขาจึงมั่นใจว่าสื่อด้านการเกษตรยังคงอยู่ได้ต่อไปหากมีการเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างแท้จริง
นับเป็นเจ้าของสื่อแนวเกษตรที่ประสบผลสำเร็จ ที่สามารถนำพานิตยสาร “ไม่ลองไม่รู้” และหนังสือคู่มือด้านการเกษตรเติบโตมาได้ถึงวันนี้



