ข่าว

‘ตำบลละ5ล้าน-กองทุนหมู่บ้าน’ความเหมือนที่แตกต่าง

‘ตำบลละ5ล้าน-กองทุนหมู่บ้าน’ความเหมือนที่แตกต่าง

30 ต.ค. 2558

‘ตำบลละ5ล้าน-กองทุนหมู่บ้าน’ ความเหมือนที่แตกต่าง

            จากกรณีรัฐบาลมีความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ มีการทุ่มงบประมาณมา 1.3 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นเงินตำบลละ 5 ล้านบาท หลายคนตั้งคำถามว่า จะเอาเงินไปทำอะไรได้บ้าง จะแตกต่างจากเงินกองทุนหมู่บ้านมากน้อยแค่ไหน และถ้าต้องใช้เงินงบประมาณเร็วขนาดนี้ การรั่วไหลจะป้องกันอะไรได้บ้าง

            กฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในรายการชั่วโมงที่ 26 ทางช่อง NOW26 เมื่อคืนวันที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า สิ่งที่แตกต่างกัน ประการแรก เงินกองทุนหมู่บ้าน บริหารงานโดยคณะกรรมการกองทุน ซึ่งเป็นตัวแทนของชาวบ้านคัดเลือกเข้ามา แล้วจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

            ประการที่ 2 ก็คือ เงินกองทุนหมู่บ้าน คล้ายๆ กับธนาคารหมู่บ้าน นั่นก็คือ ชาวบ้านแต่ละคนสามารถกู้ยืมได้ มีการใช้ดอกเบี้ย มีการส่งเงินต้น

            วัตถุประสงค์ก็คือ ให้ยืมเงินไปประกอบอาชีพ

            เพราะฉะนั้น เงินกองทุนหมู่บ้าน ไม่ได้ให้เปล่า หรือเงินเพื่อพัฒนาโดยตรง แต่ให้ไปพัฒนาอาชีพของประชาชนในหมู่บ้าน เมื่อตัวเองมีอาชีพ มีรายได้แล้วก็ต้องนำเงินพร้อมดอกเบี้ยมาจ่ายคืนให้แก่กองทุน แล้วสลับไปให้เพื่อนบ้านคนอื่นที่เป็นสมาชิกกู้ยืมต่อ

            แต่ว่า เงินตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล ที่เรียกว่า ตำบลละ 5 ล้านบาทนั้น เป็นเงินของรัฐบาล ที่ตั้งไว้ที่สำนักงบประมาณ การจะใช้จ่ายแต่ละครั้งให้จัดทำเป็นโครงการ แต่ว่า มีระเบียบอยู่ว่า โครงการที่่จะได้รับเงินจากตำบลละ 5 ล้านบาทนี้ ต้องเป็นโครงการที่เสนอโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งเป็นคนที่ชาวบ้านเลือกเข้ามา

            คณะกรรมการจะต่างจากคณะกรรมการกองทุนหรือไม่?

            คณะกรรมการกองทุน มีหน้าที่บริหารและตัดสินใจว่า จะให้ใครกู้ยืม

            ส่วนกรรมการหมู่บ้าน ตัวเองมีสิทธิ์คิดแล้วเสนอความต้องการ แต่ผู้ที่จะตัดสินใจที่ว่า โครงการงบประมาณจะผ่านหรือไม่ มีคณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน แล้วก็มีหัวหน้าส่วน พร้อมทั้งมีภาคเอกชน ก็คือตัวแทนของหอการค้าจังหวัดนั้นๆ หรือตัวแทนจากสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนั้นๆ มาร่วมพิจารณา

            ขณะเดียวกัน รัฐบาลที่กรุงเทพฯ ก็ส่งตัวแทนจากสำนักงบประมาณลงไปช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดวิเคราะห์ว่า โครงการที่คณะกรรมการหมู่บ้านเสนอมานั้น ถูกต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เพราะมีการกำหนดไว้ว่า 1.ต้องเป็นโครงการที่เสนอโดยคณะกรรมการหมู่บ้าน 2.เน้นการจ้างแรงงาน 3.เน้นการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนนั้นๆ

            จะเห็นได้ว่า ไม่มีวัตถุประสงค์ในการให้ยืมหรือให้เปล่าแต่อย่างใด

            เงินเอาไปทำอะไรได้บ้าง ในเมื่อกองทุนหมู่บ้านเอาไปประกอบอาชีพ จะต้องเอามาคืน ตรงนี้เอาไปช่วยอะไร ?

            ตรงนี้ เวลาใช้จ่ายเป็นเงินของทางราชการ แต่ว่า ใช้ตามความต้องการของคนในหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านจะต้องรู้ว่า ในหมู่บ้านของตนเองนั้นมีปัญหาอะไร เช่น ปัญหาการขาดแคลนน้ำ หรือชาวบ้านมีอาชีพทำสินค้าโอท็อป เวลานำไปขายต้องไปตามถนน แต่ประสบปัญหารถติด ก็อาจจะนำเงินตำบลละ 5 ล้านบาท มาสร้างร้านค้าประจำหมู่บ้าน เพื่อให้ประชาชนเข้ามาซื้อได้สะดวก

            สรุปได้ว่า การนำเงินใช้ไปในสิ่งก่อสร้างอะไรก็ตามที่มีประโยชน์ แต่ไม่ต้องใช้คืนเหมือนเงินกองทุน

            แล้วจะมีการทับซ้อนหรือไม่ อย่างเช่น ถนน ก็มีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกำลังจะทำ แต่ว่า ชาวบ้านบอกว่า ขอนำเงิน 5 ล้านบาท มาทำก่อนได้หรือไม่ ?

            อย่างนี้ครับ อย่างที่บอกไปว่า เน้นการจ้างแรงงาน หรือการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ถนนที่จะสร้าง เราไม่ได้ให้สร้างถนนแบบ 2 เลน หรือ 3 เลน หรือ ลาดยาง เพราะตำบลหนึ่งๆ นั้น มีเงินเพียงแค่ 5 ล้านบาทเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น จะทำอะไร คณะกรรมการหมู่บ้าน กับคณะกรรมการตำบล ต้องมาประชุมกัน ต้องมาคุยกัน อย่างเช่น ตำบลวังเขียว ก็ต้องคุยกันว่า ทั้งตำบลมีปัญหาอะไรของหมู่บ้านบ้าง เรียงมา 4-5 ปัญหา แล้วนำแต่ละปัญหานั้นมาทำโครงการว่า ครอบคลุมวงเงิน 5 ล้านบาท หรือไม่

            ดังนั้น โครงการทุกโครงการ ไม่ใช่ว่า จะผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการทั้งหมด จะต้องมีการคัดเลือก ผู้ที่คัดเลือกขั้นแรกก็คือ คนในตำบล คนในหมู่บ้าน ที่เป็นตัวแทน หลังจากนั้น เมื่อได้รับอนุมัติจากทางจังหวัดแล้ว ก็จะมีการพิจารณาว่า โครงการนี้เหมือนแท่งไอติมหรือเปล่า จะมีคนกินไอติมจนเหลือแต่ไม้โด่เด่หรือไม่ ตรงนี้เรามีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต หรือรั่วไหล ด้วยการกำหนดไว้ว่า ประการแรก เมื่อทางจังหวัดอนุมัติโครงการตำบลละ 5 ล้านบาทให้แล้ว เมื่อมาถึงตำบล หรือหมู่บ้านแล้ว นายอำเภอ หรือปลัดอำเภอจะต้องขึ้นป้ายแจ้งให้คนในหมู่บ้านได้รับรู้ เงิน 5 ล้านบาท ลงมาที่หมู่บ้านนี้ 5 โครงการ โครงการอะไรบ้าง ทำอะไรบ้าง ตรงนี้ถือว่า เปิดเผย

            ประการที่ 2 มหาดไทยได้จัดทำเว็บไซต์ไว้ให้ 7,255 เว็บไซต์ เพราะเรามี 7,255 ตำบล ต้องเอาข้อมูลในโครงการว่า ก่อนหน้านี้ ตำบลวังเขียว มีสภาพเป็นอย่างไร ปัจจุบันได้รับงบประมาณมาแล้วกำลังทำอะไรอยู่ หรือเมื่อทำเสร็จแล้ว เกิดอะไร ตรงนี้ประชาชนในหมู่บ้านก็เข้ามาดูได้ คนที่อยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็เข้ามาดูได้ หากไม่ชอบใจหรือว่าได้ข่าวว่ามีการรั่วไหล ทุจริต ก็บอกข้อมูลไว้ในนั้นได้ จะมีคนตรวจสอบ

            ที่บอกว่า จะต้องมีการจ้างแรงงานในพื้นที่ ใช้ผู้รับเหมาขนาดย่อย จะไปดูแล หรือกำหนดได้อย่างไร ?

            จากที่กำหนดไว้ดังกล่าว จะรู้ได้อย่างไรว่า จริงหรือไม่จริง ? ปกติแล้วไม่ว่าจะจ้างเหมา หรือสร้างสะพาน ตามระเบียบราชการแล้ว จะต้องมีคณะกรรมการตรวจรับว่ามีการสร้างสะพาน มีการจ้างเหมาหรือไม่ เดิมทีกำหนดไว้ว่า จะมีเฉพาะข้าราชการ 3 คน แต่ปัจจุบัน โครงการนี้ ผมได้บอกกับผู้ว่าราชการ กับ นายอำเภอ ให้เอาตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ จำนวน 2 คน ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจรับด้วย เพราะฉนั้น จะมีการตรวจสอบในตัวเอง

            เท่านั้นยังไม่พอ ทางกระทรวงมหาดไทย ยังได้ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้ตรวจราชการกรม ลงไปตรวจสอบด้วย โดยตรวจ 3 วิธี 1.ตรวจติดตาม ก็คือ มีการดำเนินโครงการตามที่อนุมัติจริงหรือไม่ 2.ตรวจแนะนำ บางโครงการทำอาจจะไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ก็ต้องมีการให้คำแนะนำ 3.ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีเรื่องร้องเรียน

            ก็เป็นกระบวนการตรวจสอบทั้งในทางเปิดเผยและในทางที่ให้สาธารณชนเข้ามาดูได้ ซึ่งเร็วๆ นี้ ผมจะเสนอรายละเอียดไปยัง คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอความกรุณา ป.ป.ช.บอกไปยัง ป.ป.ช.จังหวัด ขอให้เข้าไปช่วยตรวจสอบ ทั้งนี้ อาจจะมีการเชิญ สตง.หรือ ปปท.เข้ามาร่วมอีกด้วย

            การอนุมัติงบประมาณจะต้องใช้เวลา แต่โครงการนี้จะต้องเร็ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จะมีความลักลั่นหรือไม่ ?

            เดิมทีรัฐบาลกำหนดให้พิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน แต่เนื่องจาก บางเรื่องเร็วไปก็ไม่ดี พิจารณาไม่รอบคอบ ก็ขอขยายก็ได้รับการอนุมัติให้พิจารณาให้เสร็จในวันที่ 15 ตุลาคม ก็ทำให้มีเวลาพิจารณาได้อีกระยะหนึ่ง ขณะนี้เรากำลังจับตามองว่า เมื่อคณะกรรมการอนุมัติงบประมาณให้มาแล้ว แต่ละตำบลทำตามที่ได้รับการอนุมัติหรือไม่

            คาดหวังไว้มากน้อยเพียงใด ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมที่จะเปลี่ยนแปลงไปหลังจากนี้ ?

            คาดหวังไว้ 3 ประการ คือ 1.ปัญหาของตำบล หมู่บ้าน ที่ไม่มีหน่วยงานไหนรับผิดชอบ เนื่องจากขาดงบประมาณ ก็จะมีเงิน 5 ล้านบาทนี้ มาเติมให้เต็ม

            2.เป็นการสร้างรายได้ สร้างโอกาสให้แก่ชาวบ้าน ที่ขณะนี้เศรษฐกิจชะลอตัว การที่ประชาชนไปรับจ้างตามโครงการ หรือไม่ได้รับจ้าง แต่ทำให้หมู่บ้านเขาค้าขายได้ ก็ทำให้หมู่บ้านนั้นมีกำลังซื้อ ส่งผลให้เศรษฐกิจก็จะหมุนเวียน

            3.เกิดการเรียนรู้ในระบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะโครงการนี้เสนอโดยชาวบ้าน มีการตรวจสอบโดยชาวบ้าน เรียกว่า กระบวนการมีส่วนร่วม และรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น เงินตำบลละ 5 ล้านบาท จะเป็นบทเรียนในระบอบประชาธิปไตยที่เกิดจากการปฏิบัติจริง

            หากมีการทุจริต จะมีมาตรการอย่างไร ?

            ก่อนหน้านี้ได้มีการชี้แจงไปแล้วว่า หากมีการทุจริต หรือจ้องหาผลประโยชน์ ทางกระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีการลูบหน้าปะจมูก หากท่านใดมีข้อมูลการทุจริตโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท ให้แจ้งมาได้กระทรวงมหาดไทย หมายเลข 1657 หรือแจ้งที่สำนักนายกรัฐมนตรี หมายเลข 1881 หรือเขียนเข้าไปในเว็บไซต์ หรือจะส่งจดหมายส่วนตัวถึงผมโดยตรง ไม่ต้องลงชื่อนามสกุล ก็ยินดีที่จะลงไปตรวจสอบ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของประเทศสำเร็จตามวัตถุประสงค์