ข่าว

ใต้ป่วนหนัก‘บึ้ม-เผา’หลายจุดในเขตเมืองยะลา

ใต้ป่วนหนัก‘บึ้ม-เผา’หลายจุดในเขตเมืองยะลา

30 ต.ค. 2558

“บึ้ม” ไม่หยุด ล่าสุดเช้านี้ 2 จุด “ลำใหม่-ธารโต” มีเจ้าหน้าที่เจ็บรวม 5 นาย

 
          วันที่ 30 ต.ค.58 เวลา 07.50 น. ในขณะที่ ร.ต.ท.วิชิต สุดรักษ์ รอง สวป.สภ.ลำใหม่ พร้อมด้วย ชป.นปพ.สภ.ลำใหม่ รวม 7 นาย นั่งรถยนต์หุ้มเกราะ เพื่อเดินทางไปยังที่เกิดเหตุระเบิด ที่แยกจาหนัน ซึ่งเหตุเกิดเมื่อ 29 ต.ค. เมื่อขับมาถึงเส้นทางลัดบ้านควน ม.5 ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา คนร้ายได้กดระเบิดแสวงเครื่องที่ติดไว้ต้นไม้ข้างทาง ทำให้เกิดระเบิดและสะเก็ดถูก ส.ต.ต.อาทิตย์ ธรรมขันธ์ บาดเจ็บบริเวณคอ ส.ต.ต.ณัฐพงษ์ ยิ้มน้อย และ ส.ต.ต.กิตติพงษ์ จันทร์ตา ได้รับบาดเจ็บ นำตัวส่งโรงพยาบาลยะลา
 
          หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบแรงระเบิดทำให้ต้นไม้หักโค่น ขวางถนน นอกจากนั้นยังพบเศษสะเก็ดระเบิดเป็นเหล็กเส้น ตัดขนาด 1 ซม. เศษสายไฟ รวมทั้งเศษถังแก๊สปิกนิก เบื้องต้นเชื่อเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิกนิก น้ำหนักประมาณ 20 กก. จุดชนวนด้วยระบบแบตเตอรี่ ที่คนร้ายนำมาวางไว้ที่โคนต้นไม้ริมถนน ก่อนจุดชนวนระเบิดขึ้นในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขับรถยนต์ผ่าน ทำให้มีตำรวจบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อเป็นฝีมือของกลุ่มคนร้ายที่ต้องการสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
 
          มีรายงานจากพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ว่า เมื่อเวลา 08.09 น. ได้เกิดเหตุระเบิด บริเวณ บ้านโพธิ์ทอง ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารพราน กรม ทพ.33 ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้นจำนวน 2 นาย คือ จ.ส.อ.ราชเด็จ กาวิน และ อส.ทพ.วิเชียร ปัญโย สังกัด ร้อย.ทพ.3301ฉก.ทพ.33 เจ้าหน้าที่กำลังลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลยะลา




ใต้ป่วนหนัก“บึ้ม-เผา”หลายจุดในเขตเมืองยะลา
 
          เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 29 ตุลาคม เกิดเหตุระเบิด วางเพลิง และเผายางรถยนต์หลายจุดในหลายพื้นที่ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.ยะลา รายงานเบื้องต้นจากศูนย์รวมข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ระบุว่า มีเหตุเผายางรถยนต์อย่างน้อย 3 จุด คือที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410, ที่บ้านท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา และ ต.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา โดยที่บ้านท่าสาป นอกจากเผายางรถยนต์แล้วยังมีเหตุระเบิดบริเวณเชิงสะพานท่าสาปด้วย คาดว่าเป็นการระเบิดเสาไฟฟ้า เนื่องจากหลังสิ้นเสียงระเบิด ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง
 
          มีรายงานว่า เส้นทางเข้า อ.เมืองยะลา อย่างน้อย 4 เส้นทาง มีเหตุระเบิดเกิดขึ้น โดยที่สะพานท่าสาปเป็นจุดหนึ่ง ขณะที่แยกมลายูบางกอกมีเหตุระเบิดเช่นกัน นอกจากนั้นยังมีรายงานเหตุระเบิดที่ ต.พร่อน และ ต.ลำใหม่ อ.เมืองยะลาด้วย เจ้าหน้าที่กำลังเข้าพื้นที่ตรวจสอบ ส่วนที่ อ.รามัน มีรายงานการเผายางรถยนต์ และป้ายบอกทาง นอกจากนั้นยังคาดว่ามีระเบิดเสาไฟฟ้าด้วย เนื่องจากไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างเช่นกัน โดยที่ อ.รามัน มีรายงานเหตุระเบิดอย่างน้อย 2 จุด
 
          ขณะที่ อ.ยะหา จ.ยะลา มีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง เบื้องต้นมีรายงานระเบิดเสาไฟฟ้า ทำให้ไฟดับ และมีเหตุเพลิงไหม้องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ในพื้นที่ด้วย ที่ อ.ธารโต จ.ยะลา มีรายงานเหตุระเบิดหน้าฐานของอาสารักษาดินแดน (อส.) นอกจากนั้นยังมีรายงานไฟฟ้าดับโดยยังไม่ระบุสาเหตุ ส่วนที่ อ.ศรีสาคร และ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ไฟฟ้าดับทั้งอำเภอ
 
          ต่อมาเวลา 19.50 น.ได้เกิดเหตุระเบิดเสาไฟฟ้าในพื้นที่เทศบาลนครยะลา จำนวน 4 ลูก บริเวณหัวสระพานท่าสระ จำนวน 1 ลูก และบริเวณสี่แยกมาลายูบางกอกอีก จำนวน 3 จุด ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดไฟฟ้าดับ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรีบกลับเข้าบ้านพัก นอกจากนั้น ยังเกิดเหตุระเบิดเสาไฟฟ้าหลายจุดใน อ.เมืองยะลา บริเวณป่าช้าจีน 3 จุด บริเวณสะพานท่าสาป 1 จุด รามัน 2 จุด ยะหา 2 จุด กาบัง 1 จุด ส่วนที่ อ.บันนังสตา ไฟไหม้ ที่ทำการ อบต.ไฟฟ้าดับหลายพื้นที่ อ.รามัน ไฟดับ อ.เมืองยะลา ไฟดับเป็นบางส่วน และยังมีเผายางรถยนต์บนถนนอีกหลายจุด
 
          หลังจากเกิดเหตุสร้างสถานการณ์ก่อกวนทำให้ไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ ทางฝ่ายความมั่นคงจึงแจ้งไปยังฐานปฏิบัติการต่างๆ เพิ่มมาตรการการรักษาความปลอดภัย จัดเวรยาม อุปกรณ์ส่องแสงสว่าง อุปกรณ์สำรองไฟ และกำชับให้กำลังพลที่อยู่ในฐานปฏิบัติการ ให้ทุกฐานปฏิบัติการลดการใช้แสงไฟให้น้อยที่สุด ให้เหลือเฉพาะไฟแนวเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อลดอำนาจการเฝ้ามองของฝ่ายก่อความไม่สงบที่อาจแอบมองกิจกรรมต่างๆ ของกำลังพลภายในฐานปฏิบัติการ เนื่องจากฐานปฏิบัติการส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างโดดเดี่ยวและสามารถเฝ้ามองได้ง่าย เช่น ชายป่า กลางทุ่งนา กลางหมู่บ้าน และสามารถมองเห็นได้ผ่านความมืดได้อย่างชัดเจนหากในฐานต่างๆ เปิดไฟแสงสว่าง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลที่อยู่ภายในฐานปฏิบัติการต่างๆ และลดการเป็นเป้านิ่งให้กับฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งลดอำนาจการสอดส่องตรวจการณ์จากฝ่ายตรงข้าม เน้นย้ำให้ทุกฐานปฏิบัติการยึดถือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และให้ถือเป็นระเบียบปฏิบัติประจำวัน เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลทุกๆ นาย เบื้องต้นยังไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต