ข่าว

'วิชา'เปิดตัว'มูลนิธิต่อต้านการทุจริต'

'วิชา'เปิดตัว'มูลนิธิต่อต้านการทุจริต'

28 ต.ค. 2558

'วิชา' นำทีมเปิดตัว 'มูลนิธิต่อต้านการทุจริต' นั่งตำแหน่งประธาน หวัง ปลูกฝังค่านิยมคุณธรรมและจริยธรรมให้กับคนในชาติ ชี้ ทำตามแผนแม่แบบ เงินตำบลละ 5 ล้าน ไม่สูญ

 
                      28 ต.ค. 58  ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานมูลนิธิต่อต้านการทุจริต (ANTI-CORUPTION FOUNDATION) พร้อมด้วยกรรมการมูลนิธิฯ จัดพิธีเปิดตัวมูลนิธิฯ อย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมในการปลูกฝังค่านิยมคุณธรรมและจริยธรรมให้กับคนในชาติ โดยเฉพาะเยาวชนให้เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้การสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ยกย่องและเผยแพร่เกียรติคุณของหน่วยงานหรือบุคคลที่ดีเด่นในด้านป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมทั้งดำเนินการเพื่อสาธารณประโยชน์อื่นๆ แต่ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง
 
                      โดยมูลนิธิฯ ดังกล่าว ประกอบด้วยกรรมการทั้งหมด 35 คน โดยมีทั้งบุคลากรจากสำนักงาน ป.ป.ช. บุคคลภายนอก และนักการเมืองที่น่าสนใจ อาทิ นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานมูลนิธิฯ นายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ ป.ป.ช. เป็นรองประธาน , นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี เป็นรองประธานกรรมการ , นายกรรณภว์ ธนภรรคภวิน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นรองประธานกรรมการ , นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นกรรมการ , นายประหยัด พวงจําปา รองเลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นกรรมการ , นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ อดีต รมช.พาณิชย์ , นายวิทยา อาคมพิทักษ์ อดีตกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เป็นกรรมการ เป็นต้น
 
                      นายวิชา กล่าวว่า มูลนิธิดังกล่าวจัดตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) และผู้ที่มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการดำเนินกิจกรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนการต่อต้านการทุจริต โดยมีสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นแกนกลางในการประสานงาน ทั้งนี้ มูลนิธิจะมุ่งไปที่เยาวชน เพราะจะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต และการต่อต้านการทุจริตในหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จได้ก็เพราะเยาวชน ซึ่งในวันที่ 4 พ.ย.นี้ มูลนิธิฯ จะมีการเปิดตัวอีกครั้ง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะมาร่วมงานด้วย และในวันเดียวกันมูลนิธิฯ จะมีการลงนามข้อตกลงกับอธิการบดีมหาวิทยาลัย 7 แห่ง เพื่อร่วมมือในการต่อต้านทุจริต
 
 
 
ทำตามแผนแม่แบบ เงินตำบลละ 5 ล.ไม่สูญ
 
 
                      นายวิชา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง (ปค.) ได้มาหารือกับกรรมการ ป.ป.ช.ถึงการดำเนินงานตามโครงการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนในระดับตำบล ตำบลละ 5 ล้านบาท โดยตนได้บอกไปว่า ทาง ป.ป.ช.มีแผนแม่แบบของชุมชนอยู่แล้ว เพื่อให้ดำเนินการอย่างใสสะอาดและต่อต้านการทุจริต หากมีงบประมาณลงไปแล้วทำได้ตามแผน ก็รับรองว่างบประมาณไม่สูญ และหากกระทรวงมหาดไทยเกรงว่าจะถูกกล่าวหาว่านำงบประมาณไปใช้ฟุ่มเฟือย เปล่าประโยชน์ ป.ป.ช.ก็ยินดีที่จะให้หน่วยงานที่ดูแลชุมชนเหล่านี้เข้ามาร่วมในกิจกรรม หมู่บ้านช่อสะอาด ไม่ให้เหมือนกับสมัยก่อนที่งบประมาณลงไปแล้วกลายเป็นเบี้ยหัวแตก เพราะ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนกรณีที่เกิดปัญหา พบว่า เมื่องบประมาณลงไปในหมู่บ้านแล้วเกิดความไม่ชอบมาพากล ซึ่งตนให้ข้อสังเกตว่า การกำหนดตัวบริษัทที่จะจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ โดยไม่ได้เน้นด้านคุณธรรมจริยธรรม เอาแต่เรื่องของวัตถุเพียงอย่างเดียว ถือว่าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของราชการ เช่น ชาวบ้านต้องการเครื่องมือทางการเกษตร แต่กลับไปซื้อเครื่องทำน้ำสะอาดให้
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า งบประมาณที่จะลงไปตำบลละ 5 ล้านบาทนั้น ถือว่ามากหรือน้อยเกินไปหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ลงไปเท่าไหร่ก็ไม่พอในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องทำให้คุ้มค่า โดยเฉพาะเรื่องความเป็นอยู่ของชาวบ้าน  
 
                      เมื่อถามย้ำว่า ให้แนวทางในการอุดช่องโหว่เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยอย่างไร นายวิชา กล่าวว่า บอกให้รู้ว่าจะต้องให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นการสั่งลงไปจากข้างบนเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ทำโครงการแล้วกลับเกิดผลออกมาว่าชาวบ้านไม่เต็มใจ และเรื่องนี้ถือว่าเป็นการแสดงให้เห็นการเริ่มต้นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม การหารือครั้งนี้ถือว่าเป็นการให้ความคิดเห็นในแง่วิชาการ ไม่ใช่ ป.ป.ช.จะระบุว่าต้องทำตามนี้ ดังนั้น ทางมหาดไทยจะทำหรือไม่ทำ ป.ป.ช.ก็ถือว่าได้ให้ข้อสังเกตไปแล้ว และจากนี้ทางมหาดไทยจะต้องมีการประสานงานกับ ป.ป.ช.เพื่อตั้งคณะทำงานร่วมกันให้เหมือนกับที่ฮ่องกงและสิงคโปร์เคยทำมาแล้ว เพื่อให้เกิดการเฝ้าระวัง ไม่ใช่เรื่องของการปราบปราม ส่วนจะมีการกำหนดมาตรการต่างๆ อย่างไร ก็ต้องหารือกันอีกครั้ง
 
 
 
อยู่ระหว่างขอข้อมูล 'จีที 200' อย่างเป็นทางการจากเมืองผู้ดี
 
 
                      นายวิชา กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีกรณีตรวจสอบการทุจริตจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุต้องระเบิด หรือ จีที 200 และอัลฟา 6 ว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ กำลังดำเนินการขอข้อมูลกับทางประเทศอังกฤษ ทำให้ยังไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและข้อมูลยังถือว่าไม่เป็นทางการอยู่ ดังนั้น จึงต้องทำข้อตกลงระหว่างประเทศ และต้องทำหนังสือเพื่อยืนยันบางเรื่องอย่างเป็นทางการเหมือนคดีไต่สวนนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีการเรียกรับเงินจากนักธุรกิจชาวสหรัฐอเมริกา รวมมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท เพื่อให้ได้สิทธิ์ในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ โดยเฉพาะเรื่องคำตัดสินคดีของต่างประเทศ ที่เราจะต้องขอรายละเอียดมาให้ครบ