ข่าว

‘จักรทิพย์’ยัน‘ประวุฒิ’ยังไม่ลาออก

‘จักรทิพย์’ยัน‘ประวุฒิ’ยังไม่ลาออก

28 ต.ค. 2558

‘จักรทิพย์’ยัน‘ประวุฒิ’ยังไม่ลาออก ย้ำสับเปลี่ยนเพราะครบวาระ เปรยปรับคราวหน้าจะให้ถูกใจสื่อฯมากที่สุด ระบุชัดผู้ต้องหาคดีม.112มีความผิด13คดี

             28ตุลาคม2558 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกระแสข่าวที่พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา สบ.10 ได้ยื่นลาออกแล้วว่า  ยังไม่เห็นใบลาออก

             “ท่านประวุฒิยังเป็นข้าราชการตำรวจอยู่ ยังไม่เห็นใบลาออก และไม่ได้มีตำรวจไปค้นบ้านตามข่าวที่ปรากฏ ขณะนี้เป๋ไปหมด เพราะกระแสข่าวแบบนี้ ส่วนที่มีการสับเปลี่ยน เพราะครบวาระ ครบวงรอบ ทำให้ต้องเปลี่ยน ผมจะปรับย้ายใครไม่ได้เลยเหรอ ผู้สื่อข่าวเป็นห่วงกันเหลือเกิน เรื่องนีเป็นเรื่องการจัดการกันภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมไม่ได้ปรับคนเดียว ปรับทั้งหมด คนไหนเล่นดี คนไหนอ่อนแรงก็ต้องเปลี่ยนเป็นเรื่องปกติ อย่างท่านพล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่เข้ามาทำงาน ถ้าทำงานไม่เข้าขา อาจจะต้องเปลี่ยน เอาให้ถูกใจพวกท่าน ดีไหม รู้สึกว่าพวกท่านจะเป็นห่วงท่านประวุฒิกันมาก” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ระบุ

              พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้กล่าวยืนยันว่า ไม่ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นคอนโดมีเนียมหรือบ้านพักของ พล.ต.อ.ประวุฒิ แต่อย่างใด และขณะนี้ยังไม่พบว่าพล.ต.อ. ประวุฒิ เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ซึ่งการลาไปต่างประเทศ เป็นสิทธิส่วนตัว อาจจะลาในยุคสมัยของพล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ได้


ระบุชัดผู้ต้องหาคดีม.112มีความผิด13คดี

             ทั้งนี้ที่ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 14.20 น.วันที่ 28 ตุลาคม  พล.ต.อ.จักรทิพย์  พร้อมด้วย พล.ต.ท. ศรีวราห์ รังสิพราหมนกุล รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนคดีดังกล่าว พล.ต.ท. ฐิติราช หนองหาญพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะรองหัวหน้าชุดสืบสวน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต. ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

              การแถลงข่าววันนี้เจ้าหน้าที่กองปราบปราม ได้นำทรัพย์สินที่ตรวจยึดจากผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย คือ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด อดีตสารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรืออาร์ต คนสนิทหมอหยอง โดยเบื้องต้นของกลางที่ยึดได้มีทรัพย์สินของ พล.ต.ท. พงพัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งมีทั้งอาวุธปืนของทางราชการ วิทยุสื่อสาร กีต้าร์ไฟฟ้ามูลค่าสูง ตุ๊กตาแกะสลักงาช้าง พระเครื่องมูลค่าสูง นาฬิกายี่ห้อดังอีกหลายรายการ นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตแคนาดา จำนวน 3 คัน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ของทางราชการที่ไม่คืนอีกหลายสิบคัน ที่นำไปใช้แล้วไม่คืน และทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งทั้งหมดเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการลักทรัพย์

              พล.ต.ต.ชยพล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของทหารมอบหมายให้ทาง พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย คสช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายต่างกรรมต่างวาระกัน รวมทั้งหมด 13 คดี หลังได้ทำการสืบสวนสอบสวนและมีการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำ โดยแต่ละคดีเกิดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนตุลาคม ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ซึ่งพฤติการณ์ส่วนใหญ่ผู้ต้องหาได้แอบอ้างสถาบันเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ กับบุคคลและบริษัทเอกชนในการขอสนับสนุนเงินจัดทำของที่ระลึกรวม 9 คดี รวมมูลค่าหลายล้านบาท ตลอดจนการแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อขอสนับสนุนหมายเลขโทรศัพท์ เป็นเลขสวยจาก กสทช.

              นอกจากนี้ พ.ต.ต.ปรากรม ยังถูกแจ้งข้อกล่าวหา 3 คดี ทั้งครอบครองอาวุธปืนไม่มีทะเบียน จากการตรวจค้นคอนโดและตรวจยึดจากรถยนต์ของพ.ต.ต.ปรากรม และการตั้งสถานีวิทยุโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และอีก1คดี การครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่มี นายศุกร์โข ตามเสรี จากการตรวจค้นบ้านพักย่านบางโคล่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ต.ปรากรม

              พล.ต.ท.ศรีวราห์ระบุว่าคณะพนักงานสอบสวนยังดำเนินการขยายผลเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดร่วมขบวนการอย่างต่อเนื่อง โดยเรียกหน่วยงานเอกชน รวมทั้งบุคคลใกล้ชิดของผู้ต้องหาทั้งสามมาสอบปากคำแล้ว ซึ่งหากมีการพาดพิงถึงบุคคลใด หรือข้าราขการหน่วยใด ก็จะดำเนินคดีทันที โดยคาดว่าจะมีออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมแน่นอน และคาดว่าจะมีทั้งตำรวจ และไม่ใข่ตำรวจ ต้องรอให้ศาลอนุมัติหมายจับก่อนจึงจะเปิดเผยข้อมูลได้

              พล.ต.ท.ฐิติราช ได้เปิดเผยว่า นอกจากนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี ไหวตัวทัน ได้มีการทำลายหลักฐาน และนำทรัพย์สินไปซ่อนไว้ นอกจากนี้ พ.ต.ต.ปรากรม เป็นหัวหน้าชุด ของนายตำรวจทั้ง 8 นายสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่มีคำสั่งให้ไปช่วยราชการก่อนหน้านี้ หากพบว่าผิด ก็ต้องดำเนินคดี หากไม่ผิด ก็ต้องปล่อยไป ส่วนพฤติการณ์ของหมอหยอง พบว่ามีเจตนาหลีกเลี่ยง ซ่อนเร้น อำพรางทรัพย์สิน ไปยังญาติใกล้ชิด และมีการแปรสภาพ ยากต่อการตรวจสอบ

              พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า คดีที่แล้วกับคดีนี้มีความคล้ายคลึงกัน อยากให้เป็นอุทาหรณ์ และของกลางที่ปรากฎในวันนี้ก็เป็นของ พล.ต.ท. พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ และพล.ต.ท.พงษ์พัฒน์ ได้มีการยืนยันเรียบร้อยแล้ว

              พล.ต.ท. ศรีวราห์ กล่าวว่า ของกลางนำไปก่อนที่ทหารจะยึด สิ่งของพวกนี้ถูกดำเนินการแยกไปก่อนที่ทหารจะยึด ซึ่งสื่อมวลชนได้ให้ความสนใจว่า พ.ต.ต.ปรากรม นำไปได้อย่างไร เพราะไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยุ่ง พล.ต.ท.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า ก็ต้องสืบสวนต่อไป หากผิดถึงใครก็ต้องจับ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหน่วยไหน ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเรื่องต่างๆ เหล่านี้ทางกองทัพเป็นผู้ร้องทุกข์ทั้งสิ้น และคดีก็มีเอกชนเข้ามาร่วมด้วยหลายหน่วยงาน และยังพบข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งทำเข็มกลัดพระราชทานโครงการ Bike for mom โดยเสนอราคาเรียกรับเงินจากบริษัทลูกในเครือเจริญโภคภัณฑ์และเข็มกลัดโครงการ Bike for dad เสนอราคาเรียกรับเงินจากบริษัทเมืองไทยประกันภัย ซึ่งเป็นการเสนอให้บริษัทจัดทำเข็มกลัดในราคาเกินจริงอีกด้วย

              พล.ต.ท. ศรีวราห์ เปิดเผยว่า อยู่ในสำนวน ของกลางที่นำมาแถลงในวันนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นของกลางของ พ.ต.ต.ปรากรม คาดว่าไม่เกิน 2-3 เดือน จะดำเนินคดีนี้เสร็จสิ้น

             ผู้สื่อข่าวถามว่า การกระทำผิดหลายๆ อย่าง ทางตำรวจเข้าไปส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเหล่านี้เป็นจำนวนมาก เรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์บอกว่า หากพบก็ต้องดำเนินคดี ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำส่วนตัว ตอนนี้กำลังพยายามหาสวัสดิการ จะต้องดำเนินการตามแนวทางของพระเจ้าอยู่หัว คือ เศรษฐกิจพอเพียง และจะต้องเรียนให้รัฐบาลทราบว่าสวัสดิการตำรวจน้อย ตอนนี้พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เร่งไปหาบ้านพักให้นายตำรวจ