
ศก.จีนไตรมาส3โต 6.9% จริงหรือ
30 ต.ค. 2558
ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ศก.จีนไตรมาส3โต 6.9% จริงหรือ : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี
การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐตัดสินใจชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไป ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดคาดการณ์การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ลงเหลือ 2.7% จาก 3% และทำให้เศรษฐกิจของประเทศส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง ทำไมจีนถึงมีอิทธิพลในแง่ลบกับโลกมากขนาดนี้ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจยังโตได้ในระดับสูงถึง 6.9% ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา
นั่นเป็นเพราะว่าเศรษฐกิจจีนซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐนั้นอาจจะเติบโตได้จริงน้อยกว่านั้น ด้วยความกดดันทางการเมือง ความคลาดเคลื่อนในการเก็บข้อมูล และความยากลำบากในการประเมินผลทางสถิติเนื่องจากเศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดดและอยู่ในช่วงของการปฏิรูป ส่งผลทำให้ตัวเลขที่ประกาศโดยทางการจีนขาดความน่าเชื่อถือ
ศูนย์วิเคราะห์ฯ ใช้ตัวแปรหลัก 6 ตัวในการประเมินภาพรวมทางเศรษฐกิจจีนซึ่งพบว่าในเดือนสิงหาคมการผลิตไฟฟ้าโต 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า การผลิตซีเมนต์หดตัว 4.2% การระดมทุนโดยรวมในประเทศ (Total Social Financing หรือ TSF) ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้หดตัว 9.8% การก่อสร้างโต 2.5% ปริมาณการขนส่งสินค้าโต 0.9% การเดินทางของผู้โดยสารทั้งเพื่อธุรกิจและท่องเที่ยวโต 7% โดยการขนส่งสินค้าและการเดินทางนั้นนับรวมทั้ง ทางบก ทางน้ำและทางอากาศ โดยรวมแล้วจะเห็นได้ว่าทุกตัวแปรยกเว้นการเดินทางล้วนมีอัตราการเจริญเติบโตที่น้อยกว่าการเติบโตของจีดีพีที่ 6.9% ทั้งนั้น
ตัวแปรทั้งหมดดังกล่าวสามารถใช้สะท้อนโครงสร้างของเศรษฐกิจจีนได้ในภาพกว้างและมีความเป็นไปได้น้อยกว่าที่จะถูกปรับแต่งตัวเลขด้วยเหตุผลทางการเมืองเนื่องจากไม่ใช่ตัวแปรหลักทางเศรษฐกิจที่ตลาดจับตามมองเหมือนอย่างจีดีพี ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและผลผลิตภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดีข้อจำกัดของ 6 ตัวแปรนี้อยู่ที่ไม่สามารถใช้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้โดยละเอียด
นายกรัฐมนตรีจีน หลี่ เค่อเฉียง เคยกล่าวไว้ในปี 2543 เมื่อครั้งที่เขายังเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดระดับมณฑลว่าเมื่อเขาจะประเมินเศรษฐกิจจีนเขาจะดูข้อมูลตัวเลขสามชุด ได้แก่ การบริโภคพลังงาน ปริมาณการขนส่งทางรถไฟ และมูลค่าสินเชื่อที่ปล่อยออกไปเนื่องจากตัวเลขอื่นๆ ทั้งหมด โดยเฉพาะตัวเลขจีดีพี เป็นเพียงข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น นักวิเคราะห์จึงได้สร้างดัชนีหลี่ เค่อเฉียงขึ้นมาเพื่อใช้ประเมินภาพรวมของเศรษฐกิจจีนซึ่งแสดงการเติบโตที่ระดับ 3.1% ในเดือนสิงหาคม ไทยจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลงผ่านสามช่องทางหลักคือ 1.ส่งออกสินค้าไปจีนได้น้อยลงโดยสินค้าหลักที่ไทยส่งไปจีนคือ ยางพารา พลาสติกและเครื่องจักร 2.รายได้เกษตรกรลดลงจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ เนื่องจากจีนเป็นผู้บริโภคหลักของสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดและมีความต้องการสินค้าเหล่านี้ลดลง 3.นักท่องเที่ยวจีนอาจลดการใช้จ่ายในการมาเที่ยวประเทศไทยลงแต่อาจจะลดลงเพียงเล็กน้อย
โดยสรุปแล้วเศรษฐกิจจีนอาจโตได้จริงน้อยกว่าตัวเลขที่ทางการจีนประกาศไว้ที่ 6.9% มากและอาจส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจประเทศอื่นๆ ที่ยังต้องพึ่งพาจีนรวมถึงประเทศไทยมากกว่าที่เราคาด ซึ่งตัวเลขการเจริญเติบโตที่แท้จริงของจีนนั้นจะเป็นเท่าไรคงจะไม่มีใครทราบได้อย่างแท้จริง
-----------------------
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ศก.จีนไตรมาส3โต 6.9% จริงหรือ : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี)



