ข่าว

รวบแก๊ง‘อั้ม เสือ ใหญ่’ตระเวนปล้นทรัพย์

รวบแก๊ง‘อั้ม เสือ ใหญ่’ตระเวนปล้นทรัพย์

28 ต.ค. 2558

รวบยกแก๊ง“อั้ม เสือใหญ่”ขี่จยย.ตระเวนปล้นทรัพย์เลือกเป้าหมายวัยรุ่น-หญิงสาวเหยื่อนางแบบขัดขืนถูกปืนทุบหัวแตกพบประวัติก่อคดีโชกโชนหาเงินซื้อยาสี่คูณร้อยเเที่ยว

            
         เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย พ.ต.ท.ชาติภัทร พิเนตรบูรณะ สว.สส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายมนัส หรือ อั้ม วงษ์สาจักษ์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 295 หมู่ 10 ต.หนองใหญ่ อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด นายกำธร หรือมุ้ย ก่อแก้ว อายุ 23 ปีอยู่บ้านเลขที่ 119 หมู่ 10 ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ และนายกิตติศักดิ์ หรือเฟิร์ส  อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาแก๊งปล้นทรัพย์ พร้อมของกลาง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิกไอ 125 สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เคเอสอาร์ สีส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยจับกุมได้ที่ซอยรัชดาภิเษก 36 (ซอยเสือใหญ่) ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม.
 
         นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมนายไพรินทร์ หรือกบ เสนาะกรรณ์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1126/48 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. และนายมิ้นค์ หรือแก่ เชื้อชุ่ม อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1280/2 ซอยพหลโยธิน 32 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. ผู้ต้องหารับของโจร พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือซัมซุง เอส 4 สีขาว 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือไอโมบาย สีขาวทอง 1 เครื่อง
 
         พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม เวลาประมาณ 03.00 น. น.ส.ศิริรัตน์  สรรพงษ์ อายุ 19 ปี ผู้เสียหาย ขณะยืนอยู่บริเวณระหว่างปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 11 ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ได้ถูกคนร้าย 3 คนใช้รถจักรยานยนต์ 2 คันขับมาจอดบริเวณใกล้เคียง จากนั้นหนึ่งในคนร้ายได้เดินปรี่เข้ามาชักอาวุธปืนข่มขู่พร้อมกล่าวว่า “ให้ส่งกระเป๋ามา” ผู้เสียหายจึงรีบส่งให้ด้วยความกลัว แต่คนร้ายยังไม่หนำใจยังบังคับให้ผู้เสียหายส่งโทรศัพท์มือถือให้อีก แต่ผู้เสียหายหวาดกลัวแล้วทิ้งตัวลงนั่ง ทำให้คนร้ายรายนี้จึงใช้อาวุธปืนทุบที่ศีรษะไป 2 ครั้งจนแตก แล้วกระชากโทรศัพท์จากมือเหยื่อ ก่อนยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัด แล้วรีบขึ้นรถจักรยานยนต์พากันขับขี่หลบหนีไป ส่วนผู้เสียหายมีพลเมืองดีนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงก่อนมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย 
   
         พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุหาเบาะแสกลุ่มคนร้าย พร้อมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดละแวกใกล้เคียง จนกระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด รวมทั้งผู้ที่รับซื้อโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายได้จากการก่อเหตุ ก่อนคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.โชคชัย 
 
          พ.ต.อ.ชัยรพ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่าคนร้ายกลุ่มนี้ยังเคยก่อเหตุปล้นทรัพย์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม เวลาประมาณ 01.05 น. ที่ผ่านมาอีก 1 คดี โดยครั้งนั้น น.ส.บุญวรา เลิศปรีชา อายุ 26 ปี ผู้เสียหายซึ่งมีอาชีพเป็นนางแบบ ถูกคนร้ายกลุ่มนี้ใช้อาวุปืนจี้ชิงทรัพย์ ขณะเดินลากกระเป๋าเดินทางกลับบ้านผ่านซอยโชคชัย 4 แยก 23 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. โดยคนร้ายบังคับให้ส่งกระเป๋าเดินทางให้ แต่ผู้เสียหายไม่ยอม คนร้ายจึงตีเข้าที่ท้ายทอย จนต้องยอมยื่นกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาลมีเงินอยู่ภายใน จำนวน 1,000 บาท และโทรศัพท์ยี่ห้อซัมซุง รุ่นเอส 4 ให้ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป
    
         พ.ต.อ.ชัยรพ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดยอมรับสารภาพว่า ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง เคยก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 5-7 ครั้ง โดยมักจะขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันไปตามสถานที่ต่างๆ ในเขตพื้นที่ กทม. และปริมณฑล เมื่อพบเหยื่อเป็นผู้หญิง หรือเด็กวัยรุ่นจะเข้าไปปล้นทรัพย์ โดยใช้อาวุธปืนข่มขู่ หากเหยื่อคิดต่อสู้หรือขัดขืนจะใช้ด้ามปืนตบเข้าที่บริเวณศีรษะทันที ก่อนจะยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัดเพื่อความสะใจ แล้วหลบหนี หากได้ทรัพย์สินที่เป็นโทรศัพท์มือถือจะนำไปขายให้กับนายไพรินทร์ และนายมิ้นค์ แล้วนำเงินไปซื้อยาโปรโคดิว (ยาแก้ไอผสมสี่คูณร้อย) มากินและเที่ยวเตร่จนเงินหมดแล้วกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด และทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” แก่นายมนัส นายกำธร และนายกิตติศักดิ์ ส่วนนายไพรินทร์ และนายมิ้นค์ แจ้งข้อหา “รับของโจร” ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
          สำหรับแก๊งนี้มีนายมนัสเป็นหัวหน้า มีฉายาว่า “อั้ม เสือใหญ่” เป็นผู้ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ทำหน้าที่ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่เหยื่อ ส่วนนายกำธรทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์คอยเลือกเหยื่อ และนายกิตติศักดิ์จะเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปร่วมกันก่อเหตุด้วย
 
         ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่า นายมนัส เคยต้องคดีลักรถจักรยานยนต์ ท้องที่ สน.โชคชัย เมื่อปี 2553 และคดีลักทรัพย์ท้องที่สน.โชคชัย เมื่อปี 2555 ส่วนนายกิตติศักดิ์ เคยต้องคดีลักรถจักรยานยนต์ ท้องที่ สน.บางซื่อ เมื่อปี 2555 คดีลักรถจักรยานยนต์ ท้องที่ สน.พหลโยธิน เมื่อปี 2556 และนายกำธร เคยต้องคดีเสพยาเสพติด ท้องที่ สน.โคกคราม เมื่อปี 2555 คดีเล่นการพนัน ท้องที่ สน.โชคชัย ปี 2554 และ 2556