
ส.ว.ไม่มีอำนาจถอดถอน
ส.ว.ไม่มีอำนาจถอดถอน : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาหมวดการเมือง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเรื่องของที่มาและอำนาจของวุฒิสภา (ส.ว.) ด้วย โดยที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นว่า ส.ว.ไม่ควรมีอำนาจถอดถอน เพราะที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการถอดถอนใครสำเร็จ อีกทั้งหากตัดอำนาจนี้ไป ทำให้ ส.ว.ปลอดการเมือง มีความเป็นกลาง สามารถสรรหาคณะกรรมการองค์กรอิสระได้อย่างเที่ยงธรรม
หากพิจารณาจากเหตุผลของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ก็นับว่าพอฟังได้ เพราะที่ผ่านมา แม้ ส.ว.จะมีอำนาจถอดถอน แต่ในความเป็นจริง ส.ว. ไม่เคยถอดถอนใครได้เลย
เมื่อย้อนกลับไปดูสถิติการพิจารณาการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งของวุฒิสภาที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ซึ่งเพิ่งถูกรัฐประหารยกเลิกไป มีการยื่นถอดถอนบุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญ 5 ครั้ง
ครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2553 วุฒิสภา มีมติถอดถอน 49 เสียง ไม่ถอดถอน 76 เสียง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ กรณีสั่งสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551
ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2553 วุฒิสภามีมติถอดถอน 57 เสียง ไม่ถอดถอน 55 เสียง นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ กรณีไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหาร ซึ่งแม้คะแนนถอดถอนจะมากกว่าไม่ถอดถอน แต่คะแนนเสียงถอดถอนไม่ถึง 3 ใน 5 ของจำนวน ส.ว. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น ซึ่งเป็นคะแนนเสียงที่ใช้ในการถอดถอน
ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2555 วุฒิสภามีมติถอดถอน 56 เสียง ไม่ถอดถอน 84 เสียง นายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. จากกรณีถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นธรรม
ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2555 วุฒิสภา มีมติถอดถอน 40 เสียง ไม่ถอดถอน 95 เสียง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ จากความผิดกรณีใช้อำนาจก้าวก่ายแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่
ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 วุฒิสภา มีมติถอดถอน 71 เสียง ไม่ถอดถอน 59 เสียง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.ไอซีที กรณีดำเนินการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทาน โครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ฉบับที่ 5) เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมิชอบ แต่คะแนนเสียงถอดถอนไม่ถึง 3 ใน 5 ของจำนวน ส.ว. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น ซึ่งเป็นคะแนนเสียงที่ใช้ในการถอดถอน
และหาก ส.ว. ไม่มีอำนาจถอดถอน ก็ไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยใช้วิธีสรรหาทั้งหมด
“ศูนย์วิจัยข้อมูลการเมืองไทย ” เคยเปิดเผย ผลการเลือกตั้ง ส.ว. ครั้งหลังสุด เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2557 ปรากฏว่า มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพียงร้อยละ 42.78 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ของการเลือกตั้งในประเทศไทย
การออกไปใช้สิทธิที่น้อยก็ยังส่งผลถึงคะแนนของผู้ได้รับเลือกแต่ละคนที่ได้รับมาอีกด้วย เพราะเมื่อนำเอาคะแนนที่ได้มาเทียบเป็นสัดส่วนกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากสถิติการเลือกตั้งทั้งหมด 77 จังหวัด พบว่า ทุกจังหวัด ผู้ที่่ได้รับเลือก ได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงที่ต่ำกว่าร้อยละ 31 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด
จากข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่ให้ความสนใจและไม่ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง ส.ว.
สำหรับประเทศไทยก่อนปี 2540 ส.ว.มาจากการแต่งตั้ง พอปี 2540 ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง ต่อมาปี 2550 ส.ว.มาจากเลือกตั้งและสรรหา เรียกว่า เราใช้ระบบเลือก ส.ว.มาแล้วเกือบทุกแบบ ซึ่งก็มีทั้ง“ข้อดี” และ “ข้อเสีย” ต่างกันไป
อดใจรออีกหน่อย ..ก็จะได้รู้กันว่า บทสรุป ในเรื่อง ส.ว. ตามกติกาใหม่จะเป็นเช่นไร



