
'บิ๊กต๊อก'ฉุนสื่อจี้ถามปม'หมอหยอง'
27 ต.ค. 2558
'บิ๊กต๊อก' แจงขั้นตอนชันสูตรศพ 'ปรากรม' ฉุนสื่อจี้ถามปม 'หมอหยอง' ย้ำ 3 มาตราในกฎหมาย สสส. มีปัญหา ต้องปรับปรุง
27 ต.ค. 58 เมื่อเวลา 13.00 น. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์ของชาวต่างชาติถึงความไม่โปร่งใสกรณี พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ผู้ต้องหาคดีหมิ่นเบื้องสูง ที่เสียชีวิตด้วยการผูกคอตายที่เรือนจำชั่วคราวกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ว่า อะไรคือไม่โปร่งใส ตนได้รับรายงานว่าเป็นขั้นตอนตามปกติ หากมีผู้ต้องหาเสียชีวิตในกรมราชทัณฑ์ เราต้องมีการสอบสวนให้เรียบร้อย โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาชันสูตร ขอถามว่าหากไม่ชันสูตรศพแล้วจะออกใบมรณบัตรได้อย่างไร ถ้าไม่ได้ใบดังกล่าว ก็นำศพออกมาไม่ได้ ยืนยันว่า ขั้นตอนทุกอย่างทำเรียบร้อย หากไม่เรียบร้อยก็ไม่สามารถออกใบมรณบัตรและส่งร่างให้กับญาติได้ ส่วนกรณีการตายไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมที่ต้องไปพิสูจน์ศพ มีหน้าที่เพียงแจ้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินการ
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ส่วนที่หลายคนเข้าใจว่า ต้องส่งศพให้สถาบันนิติเวชนั้น เป็นความเข้าใจผิด เราต้องแจ้งไปในตำรวจท้องที่นั้นๆ โดยการพิสูจน์ของคณะกรรมการ 4 ฝ่าย คือ อัยการ กรมการปกครอง แพทย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อชันสูตรเรียบร้อยถือเป็นอันยุติ แต่หากญาติสงสัยก็ให้นำส่งไปพิสูจน์อีกขั้นหนึ่งที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และศพดังกล่าวผ่านขั้นตอนทั้งหมดแล้ว ขณะนี้ได้ออกใบมรณบัตรแล้ว
เมื่อถามว่า เรือนจำดังกล่าวจะใช้เป็นการถาวรหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า มทบ.11 ถูกใช้เป็นเรือนจำจากกรณีเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ และคดีความมั่นคงจากระเบิดเรื่องต่างๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจขอใช้สถานที่ เราก็ไม่มีปัญหา เพราะเรือนจำลักษณะนี้ต้องเป็นความร่วมมือระหว่างพนักงานสอบสวนกับกระทรวงยุติธรรมในการใช้สถานที่ ตนมีอำนาจในการสั่งเปิดเรือนจำ ถ้ามีความจำเป็น ซึ่งที่ผ่านมาในคดีระเบิดที่ใช้สถานที่นี้เพราะมีความสะดวกในการสอบสวน แต่หากจำเป็นต้องปิดเรือนจำ มทบ.11 ต้องหารือกันหลายฝ่าย หากเขาสั่งให้ปิดก็ไม่มีปัญหาพร้อมปิดทุกเมื่อ แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ยังเห็นว่าจำเป็นต้องเปิดต่อไป
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ยืนยันว่าสถานที่พร้อม สื่อต้องเทียบเคียงระหว่างผู้ต้องหาคดีระเบิดที่อยู่มา 2 เดือนแล้ว ไม่มีปัญหา ส่วนการเกิดเหตุเสียชีวิตในเรือนจำไม่ใช่กรณีนี้เป็นกรณีแรก ตนยอมรับความจริงว่า ทั้งในเรือนจำปกติ หรือเรือนจำชั่วคราว ต่างมีอุบัติเหตุของผู้ต้องขังอยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็น แต่เผอิญว่าเรื่องนี้สื่อสนใจ แต่ที่ผ่านมาผู้ต้องขัง 3 แสนกว่าคน และผู้กักขังหมุนเวียนแสนกว่าคน รวมกว่า 4 แสนคน มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นตลอด จึงเป็นหน้าที่ที่พนักงานควบคุมเรือนจำต้องสอบสวน ซึ่งมีข้อบกพร่องภายในของเรือนจำเอง แต่กรณีนี้เป็นบุคคลที่น่าสนใจจึงทำให้สื่อมุ่งประเด็นไปที่สถานที่ว่าจำเป็นหรือไม่ หรือเหมาะสมหรือไม่ จึงคิดว่าทุกคนต้องมองภาพรวม
เมื่อถามว่า กรมราชทัณฑ์น่าจะมีมาตรการดูแลผู้ต้องขังให้ดีกว่านี้หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ต้องขังคดีระเบิดอยู่มา 2 เดือน ไม่เคยมีปัญหา และลักษณะการตายแบบนี้เคยเกิดขึ้นในเรือนจำถาวรด้วยซ้ำไป และตนเคยสอบถามไปยังกรมราชทัณฑ์ในการตรวจผู้ต้องหา ยืนยันว่า มีการตรวจตามปกติ แต่ส่วนตัวบุคคลที่มีความเครียด ความกดดัน เป็นเรื่องที่พูดยาก วันนี้ผ่านไปแล้ว ไม่ควรพูดถึงประเด็นนี้อีก
เมื่อถามว่า นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหยอง และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ ผู้ต้องหาคดี ม.112 ยังอยู่ดีหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ได้รับทราบการป่วยของนายสุริยัน มาแต่ต้นแล้ว เมื่อถามย้ำว่า เหตุใดถึงไม่ระบุโรงพยาบาลที่นายสุริยันรักษาตัว พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ผู้ต้องหามีจำนวนมาก ตนไม่จำเป็นต้องรับข้อมูลการรักษาของทุกคน เพราะทุกวันมีผู้ป่วยของเรือนจำหมุนเวียนเข้าออกทุกวัน หากมัวแต่รับทราบเรื่องนี้ วันๆ ก็ไม่ต้องทำอะไร แต่สื่อไปมุ่งประเด็นกับคนกลุ่มนี้ เพราะเป็นคนที่น่าสนใจ โดยสื่อไม่สนใจระเบียบแบบแผนปกติ ต่างจากตนไม่ได้ถือว่าใครเป็นกรณีพิเศษ มีคนถามตนว่าต้องเข้มงวดเป็นพิเศษหรือไม่ ตนตอบไปว่า ไม่จำเป็นต้องเข้มงวดอะไร เรื่องแค่นี้ถ้าอธิบดีทำไม่ได้ก็ย้ายออกไป เพราะถือเป็นหน้าที่เขา ตนขออย่าจี้การทำงานของข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ คนเป็นรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องจี้ทุกเรื่องเพราะมีสามัญสำนึกอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุม ครม.ไม่ได้มีการสอบถามเรื่องดังกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า คดีดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงควรชี้แจงให้สังคมทราบ พล.อ.ไพบูลย์ ตอบด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า “มันละเอียดอ่อนยังไง ผมไม่เห็นละเอียดอ่อนตรงไหน ไหนคุณลองอธิบายว่าละเอียดอ่อนยังไง ที่เป็นแบบนี้เพราะสังคมสนใจ เพราะเป็นคนดัง”
เมื่อถามว่า นายสุริยัน ยังสบายดีอยู่หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ผมไม่ทราบ ไม่ได้ไปเฝ้า เมื่อถามว่า นายสุริยันยังหายใจอยู่หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวเพียงว่า “ผมไม่รู้จริงๆ เรื่องนี้ต้องไปถามอธิบดีกรมราชทัณฑ์” เมื่อถามว่า จะมีการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวอีกหรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะไม่มีหน้าที่ตรงนี้ สื่อต้องถาม พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานสอบสวนคดีแอบอ้างเบื้องสูง
ย้ำ 3 มาตราในกฎหมาย สสส. มีปัญหา ต้องปรับปรุง
พล.อ.ไพบูลย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ใน 3 มาตรา เพื่อให้การใช้งบประมาณของ สสส.เป็นไปอย่างเคร่งครัด ว่า ทั้ง 3 มาตราถือเป็นข้อกฎหมายที่มีปัญหา เนื่องจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุว่า 3 มาตรานี้มีความหมายกว้างมากเกินไป จนทำให้ใช้งบประมาณสิ้นเปลือง ซึ่งเงินดังกล่าวถือเป็นภาษีของประชาชน และเห็นว่าการที่ สสส.ตั้งคณะกรรมการฯ หลายชุดอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงเห็นควรต้องใช้มาตรฐานเดียวกับการใช้ระบบราชการแผ่นดินปกติ ส่วนรายละเอียดเรื่องทุจริตต้องตรวจสอบกันต่อไป ทั้งนี้ ทุกคนต้องยอมรับว่า 3 มาตราดังกล่าวมีปัญหา แต่สุดท้ายกระทรวงสาธารณสุขจะแก้ไขได้เพียงใดต้องไปพิจารณาต่อไป



