ข่าว

ดาวตลกคว้าตำแหน่งปธน.กัวเตมาลา

ดาวตลกคว้าตำแหน่งปธน.กัวเตมาลา

26 ต.ค. 2558

กัวเตมาลา ซิตี้-ชาวกัวเตมาลาร่วมลงคะแนนโวตถล่มทลาย สนับสนุนนักแสดงตลกชื่อดังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี

              สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันจันทร์ (26 ต.ค.) ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งกัวเตมาลาเปิดเผยผลการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยผลปรากฏว่า นายจิมมี่ โมราเลส นักแสดงตลกและพิธีกรรายการโทรทัศน์ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนถึง 73% นำหน้านางซานดร้า ตอร์เรส อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ที่ได้คะแนนเสียงสนับสนุน 27%

              นายโมราเลสประกาศชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้ ผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า ประชาชนสนับสนุนให้ตนเป็นประธานาธิบดี และได้รับอาณัติิจากประชาชนในการต่อสู้กับการคอร์รัปชั่นที่กลืนกินประเทศ ต้องขอบคุณประชาชนที่ไว้วางใจ และตนยังยึดมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อพระเจ้าและประชาชนชาวกัวเตมาลาที่จะทำงานด้วยความทุ่มเทและความแข็งแกร่งเพื่อไม่ให้ผิดต่อคำมั่นต่อประชาชน

              ชัยชนะครั้งนี้เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ของนายโมราเลส ที่เริ่มต้นจากคะแนนเสียงสนับสนุนเพียง 0.5% เมื่อเดือนเมษายน และเขาใช้นโยบายการหาเสียงการต่อต้านการคอร์รัปชั่น ที่เป็นสาเหตุให้ประธานาธิบดีออตโต เปเรซ ต้องลาออกจากตำแหน่งและถูกดำเนินคดีคอร์รัปชั่นเมื่อวันที่ 3 กันยายน ซึ่งเป็นช่วงก่อนการลงคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกเพียง 3 วัน

              อดีตประธานาธิบดีเปเรซที่ถูกต้องขังระหว่างการดำเนินคดี ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สั่งการเครือข่ายการคอร์รัปชั่นของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ได้รับเงินสินบนจากบริษัทเอกชนเพื่อแลกกับการได้ส่วนลดภาษีนำเข้าสินค้ามากกว่าที่กฎหมายกำหนด

              อัยการกัวเตมาลาและผู้สืบสวนจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยว่าเครือข่ายคอร์รัปชั่นของอดีตประธานาธิบดีเปเรซได้รับสินบนมากถึง 3.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างช่วงเดือนพฤษภาคม 2557-เมษายน 2558 ซึ่งรวมไปถึงเงินสินบนจำนวน 8 แสนดอลลาร์สหรัฐ ที่ส่งตรงถึงอดีตประธานาธิบดีเปเรซและอดีตรองประธานาธิบดีโรซานา บัลเดตติ

              ทั้งนี้นายโมราเลสได้ประโยชน์จากกระแสความโกรธแค้นนักการเมืองมืออาชีพที่ฉ้อฉลในประเทศยากจนในอเมริกากลางที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูประเทศหลังจากการสิ้นสุดของสงครามกลางเมืองที่ยืดยื้อมานาน 36 ปี ตั้งแต่ปี 2539 และประชาชนต้องเผชิญกับการคุกคามโดยแก๊งอันธพาล

              ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งรอบแรก นายโมราเลสก็มีชัยเหนือคู่แข่งอย่างอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง โดยได้คะแนนสนับสนุน 24% นำหน้าคู่แข่งสังกัดพรรคยูเอ็นอี ที่ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน 20%