
ศอตช.เตรียมชงบิ๊กตู่แก้พรบ.สสส.3มาตรา
ศอตช.เตรียมชงบิ๊กตู่แก้พรบ.สสส.3มาตรา รักษาการผอ.สสส.หอบเอกสารแจง ประธาน คตร. ระบุเรื่องนี้ได้ข้อยุติแล้ว คตร.จะไม่เข้าไปตรวจสอบอีก
เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 26 ต.ค.2558 ที่อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) และได้เชิญ ทพ.สุปรีดา อดุลยานนท์ รักษาการผู้จัดการ สสส. เข้าให้รายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณของ สสส. โดยใช้เวลาในการให้ข้อมูลนานประมาณ 2 ชั่วโมง
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมไม่ได้พูดคุยในประเด็นทุจริต ขอยืนยันว่า ณ วันนี้ไม่มีเรื่องทุจริต แต่เนื่องจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สสส. ที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน จากการบริหารทำให้คนมองได้มีปัญหา เนื่องจากพ.ร.บ. ใช้คำที่ครอบคลุมกว้างจนเกินไป ที่ประชุมจึงเห็นว่าต้องมีการแก้ไข 3 มาตรา ในพ.ร.บ.ดังกล่าว ข้อ 1. มาตรา 3 ซึ่งนิยามคำว่า เสริมสร้างสุขภาพกว้างมาก เมื่อกว้างจึงทำให้เข้าใจจะนำงบประมาณไปทำอะไรก็ได้เพื่อสุขภาพ ข้อ 2.มาตรา 10 ที่ว่าด้วยการใช้งบประมาณ ซึ่งทั้ง สสส.และสตง.ยอมรับว่า งบประมาณดังกล่าวคือเงินแผ่นดิน โดยประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่างบประมาณดังกล่าวไม่ผ่านสภาฯ แต่เห็นต้องกันเป็นเงินของแผ่นดินที่หน่วยงานจะต้องดูแลใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากในมาตรา 10 ดูแล้วเหมือนสสส.จะนำไปใช้ทำอะไรก็ได้ เนื่องจากมี พ.ร.บ.เป็นของตัวเอง รวมถึงระเบียบต่างๆ ซึ่งทำให้เรามองได้หลายโครงการมีข้อกังขา ซึ่ง สสส. นำมาตรา 10 ไปใช้ ทำอะไรก็ได้ จึงทำให้มองว่า มันไม่เรียบร้อย ซึ่งทาง สสส.ก็ยอมรับ ส่วนกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการซับซ้อน ก็กรณีคล้ายกับการใช้งบประมาณ และ 3. หมวด 2 ว่าด้วยการบริการราชการแผ่นดินของเจ้าหน้าที่
“ผมจะนำเรียนนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นการส่วนตัวให้ทราบผลการประชุมต่อไป ทั้งสสส. และสตง. เห็นด้วยกับผมว่า จะต้องไปแก้ไขรายละเอียดทั้ง 3 มาตราเพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินต่อจากนี้ไปไม่เป็นที่แคลงใจของสังคม และไม่เห็นข้อบกพร่องของ สสส. โดยจะปรับปรุงนิยามการใช้เงินและปรับปรุงที่มาที่ไปของการตั้งคณะกรรมการแต่ละคณะ ซึ่งผมได้บอกกับ สสส. ไป หากไม่มีการทุจริต และ สสส. ต้องการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพก็ไม่จำเป็นต้องกลัวการเปลี่ยนแปลงในแง่กฎหมาย และสสส.ต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะเรียกประชุมการแก้ไขกฎหมายในวันที่ 27 ตุลาคมนี้” ประธาน ศอตช. กล่าว
เมื่อถามว่า นอกเหนือจากการแก้ไขกฎหมายจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการใช้งบของสสส.หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า หลังจากแก้ไขกฎหมายก็จบหน้าที่ของตนแล้ว ตนมีหน้าที่เพียงนำ 2 หน่วยงานมาพูดคุยและชี้เหตุว่า มาตรานี้มีปัญหาที่อาจทำให้คนมองว่าไม่โปร่งใส ไม่มีธรรมาภิบาล แล้วจึงนำ 3 มาตรานี้ไปสู่การแก้ไข แต่หากตกลงกันแล้วแก้ได้แค่ไหน ต้องพูดคุยกันต่อไป ยืนยันว่า สสส.ต้องกลับมาใช้ระบบราชการแผ่นดินให้ได้จะหนีไปไหนไม่ได้ เพราะเป็นเงินแผ่นดิน
เมื่อถามว่า มีการไม่ปฏิบัติตามมากน้อยแค่ไหนในการใช้จ่ายงบ สสส. พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า “ก็มีเยอะ แต่ไม่ได้หมายความว่า สสส.ทุจริต เพราะนิยามของพ.ร.บ.สสส กว้าง สสส. จึงกำหนดใช้งบประมาณไม่เป็นไปตามนโยบาย ส่วนกรณีทุจริตต้องไปถามกับ "รมว.สาธารณสุข”
เมื่อถามย้ำว่า จะมีการเข้าตรวจสอบตามที่ สตง. ระบุว่า มีการใช้จ่ายงบประมาณให้บุคคลหรือคณะบุคคลต่างๆ หรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า การตรวจสอบเป็นอีกเรื่อง เพราะการตรวจสอบเรื่องทุจริตเป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงาน หากวันนี้มีการทุจริตก็มี แต่วันนี้ยังไม่มี เพราะเรายังตรวจสอบไม่ถึงตรงนั้น หากในอนาคตมีการทุจริตต้องว่าไปตามกระบวนการ
เมื่อถามว่า หลังแก้กฎหมายถือว่า การทุจริตที่ผ่านมายุติแล้วหรือไม่ พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ยังไม่ยุติ เพราะเราคุยกันแค่เรื่องแก้กฎหมาย ยังไม่คุยเรื่องทุจริต วันนี้เราตัดสินใจแก้กฎหมายทั้ง 3 มาตรา เพื่อให้คนสบายใจ แต่เรื่องการทุจริตต้องตรวจสอบต่อไป ส่วนกรณีทุจริตที่ผ่านมาต้องตรวจสอบกันต่อไป
เมื่อถามกรณีที่สตง.เสนอให้นำงบ สสส. ต้องผ่านการพิจารณาของสภาฯ ก่อน พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ต้องนำมาตรา 10 เรื่องงบประมาณไปพูดคุยกัน ซึ่งการจะนำงบประมาณผ่านสภาหรือไม่นั้น ไม่ได้บ่งบอกโครงการนั้นทุจริตหรือไม่ หลายโครงการที่ผ่านมายังทุจริต
เมื่อถึงกรอบระยะเวลาการตัดสินว่า ทุจริตจะแล้วเสร็จเมื่อใด พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ต้องถามรมว.สาธารณสุข แต่ในส่วนการตรวจสอบของสตง. ศอ.ตช. ตนทราบรายละเอียดแล้ว
ด้านพล.อ.ชาตอุดม ติตถะสิริ ประธาน คตร. กล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าได้ข้อยุติแล้ว คตร.จะไม่เข้าไปตรวจสอบเรื่องงบประมาณของ สสส. อีก แต่เป็นหน้าที่ของ สตง. ตามปกติที่ต้องเข้าไปตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของทุกหน่วยงาน
รักษาการผอ.สสส.หอบเอกสารแจง
นายสุปรีดา อดุลยานนท์ รักษาการผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวภายหลังการประชุมชี้แจงการใช้งบประมาณกับศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.)ว่าขอบคุณศอตช.ที่ให้โอกาส สสส.เข้ามาชี้แจงแสดงหลักฐานหรือแสดงผลตรวจสอบต่างๆ ที่ได้เผยแพร่ต่อสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ เราได้ทำตามสัญญาโดยมาชี้แจงเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งขึ้น
“ซึ่งวันนี้ได้ชี้แจงข้อสงสัยทุกประเด็นที่เป็นปัญหา ทั้งยังได้นำหลักฐานมาชี้แจงอย่างชัดเจน ว่าข้อตรวจสอบบางอย่างที่อาจไม่เข้าใจกัน และไม่ได้มีข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนนั้น สสส.จึงได้นำข้อเท็จจริงเป็นเอกสารหลักฐานมาอธิบายอย่างครบถ้วน อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วพล.อ.ไพบูลย์ ได้สอบถามย้ำอย่างชัดเจนว่า ไม่ได้มีกรณีทุจริต รวมถึงความเข้าใจกฏระเบียบการตรวจสอบ ซึ่งอาจมีประเด็นต้องพูดคุยกันใน3กรอบสำคัญ ทั้งนี้ สสส.จะเข้าชี้แจงกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่ออธิบายและหาจุดที่เหมาสมตามความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆต่อไป”
เมื่อถามถึงกรณีผลประโยชน์ทับซ้อนของคณะกรรมการของ สสส.ที่ตั้งมูลนิธิแล้วรับงบประมาณจาก สสส. นายสุปรีดา กล่าวว่า เป็นอีกเรื่องที่ได้อธิบายด้วยข้อมูลจริง เป็นเอกสารจริง ซึ่งอธิบายเป็นรายองค์กร รวมถึงกระบวนการที่ สสส.เคร่งครัดต่อเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และมีการออกกฎระเบียบตลอดมา อย่างไรก็ตาม ในเรื่องดังกล่าว อยากให้มีพื้นที่สำหรับการพูดคุยกันและสสส.ก็พร้อมหารือต่อตามที่พล.อ.ไพบูลย์ ได้ระบุไว้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการให้สัมภาษณ์ เมื่อพยายามสอบถามในรายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้งบประมาณผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งยังมีความสงสัยในหลายประเด็น ที่ยังไม่มีความชัดเจน แต่นายสุปรีดา ได้เลี่ยงตอบคำถาม พร้อมเดินไปขึ้นรถยนต์กลับทันที ก่อนจะกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ที่ประชุมไม่ให้พูดถึงรายละเอียดมากนัก



