ข่าว

กรธ.ถกระบบเลือกตั้งวาง4หลัก

กรธ.ถกระบบเลือกตั้งวาง4หลัก

26 ต.ค. 2558

กรธ.ถกระบบเลือกตั้งวาง4หลัก ผุดแนวคิดคนแพ้ส.ส.เขตนำคะแนนคิดบัญชีรายชื่อ มอบอนุกก.ศึกษาอำนาจถอดถอนของส.ว.

            26ต.ค.2558  ที่รัฐสภา  การประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ได้พิจารณาเรื่องระบบการเลือกตั้ง โดยก่อนเข้าสู่การพิจารณาในรายละเอียด นายประพันธ์ นัยโกวิท ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ ได้นำเสนอผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการฯ โดยนายประพันธ์ ชี้แจงว่า ผลการศึกษาของคณะอนุกรรมการฯมีสาระสำคัญพอสังเขป ดังนี้ ระบบการเลือกตั้งทั่วโลกพบว่ามีหลายรูปแบบ แต่จะพบว่า ระบบการเลือกตั้งที่เป็นหลักอยู่ 3 ระบบ ได้แก่ 1.ระบบคะแนนนำเสียงข้างมาก คือ ให้คนที่ได้รับคะแนนมากที่สุดได้เป็นส.ส. 2.ระบบสัดส่วน เอาคะแนนทุกคะแนนที่ประชาชนลงให้มาคำนวณหาจำนวนส.ส. ซึ่งมีผลเสียตรงที่จะทำให้ไม่มีสส.ระบบเขตเลือกตั้ง และ 3.การนำเอาทั้งระบบมาผสมกัน คือ ให้มีการเลือกตั้งทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อ

            ต่อมาที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดหลักการ 4 ประการสำคัญเพื่อให้เป็นกรอบการพิจารณาเกี่ยวกับระบบเลือกตั้งในอนาคต ประกอบด้วย 1.ส.ส.ควรมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง 2.ระบบการเลือกตั้งไม่ควรซับซ้อน ประชาชนเข้าใจง่าย 3.เพื่อเป็นการเคารพประชาชนที่ลงคะแนน จึงพยายามทำให้คะแนนเลือกตั้งที่ประชาชนให้ทุกคะแนนมีความหมาย ไม่ว่าจะลงคะแนนให้ใคร คะแนนเหล่านั้นส่วนใหญ่ไม่ควรสูญเปล่า 4.เป็นระบบเลือกตั้งที่ส่งเสริมให้ประชาชนสนใจออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง และ 5.เข้ากับบริบทหรือวิถีชีวิตของคนไทยโดยไม่ขัดหลักสากล

            ภายหลังจากได้กำหนดหลักการดังกล่าว ที่ประชุมกรธ.มีข้อสรุปเรื่องระบบการเลือกตั้ง ว่า จะใช้ระบบการเลือกตั้งที่กำหนดให้เอาคะแนนของผู้สมัครส.ส.ที่ไม่ได้รับเลือกให้เป็นส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง ไปคำนวนหาจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยประชาชนจะลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้งเพียงหนึ่งใบ

            ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการยกตัวอย่างว่า สมมติเขตเลือกตั้งหนึ่งมีผู้สมัครส.ส.จำนวน 5 พรรค หากพรรค ก.ได้รับคะแนนสูงสุดให้ถือว่าผู้สมัครพรรคนั้นได้เป็นส.ส.ทันที แต่ให้เอาคะแนนของพรรคการเมืองที่ผู้สมัครไม่ได้รับเลือกตั้งจำนวน 4 พรรคไปคำนวนเพื่อหาจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคต่อไป ขณะที่คะแนนของพรรคที่ได้รับเลือกให้เป็นส.ส.เขตแล้วจะไม่ถูกนำมาคำนวนหาจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่ออีก

            นอกจากนี้คณะกรธ.ยังได้ร่วมกันหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมในทางการเมืองผ่านการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งมีคณะกรธ.ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า บุคคลที่จะได้รับการเลือกตั้งให้เป็นส.ส.จะต้องมีคะแนนมากกว่าคะแนนของผู้ที่มาใช้สิทธิ์ไม่ประสงค์ลงคะแนน หรือโหวตโน โดยที่บุคคลนั้นจะไม่มีสิทธิกลับมาลงสมัครอีก เนื่องจากการแพ้คะแนนโหวตโน ย่อมหมายความว่าประชาชนได้ปฏิเสธบุคคลดังกล่าวแล้ว

            จากนั้นกรธ.ได้พิจารณาไปถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีแนวคิดในเบื้องต้นว่าภายหลังประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.ไปแล้ว กกต.ยังมีอำนาจสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ได้ แต่หากเป็นกรณีของการให้ใบแดงเพื่อตัดสิทธิทางการเมืองฐานทุจริตการเลือกตั้งจะต้องเป็นหน้าที่ของศาล โดยให้ศาลพิจารณาคดีโดยยึดสำนวนของกกต.เป็นหลัก


มอบอนุกก.ศึกษาอำนาจถอดถอนของส.ว.

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ประชุมกรธ. ได้พิจารณาเรื่องวุฒิสภา ทั้งที่มาและจำนวน ซึ่งที่ประชุมขอให้อนุกรรมการโครงสร้างอำนาจนิติบัญญัติไปพิจารณาคำนึงถึงอำนาจหน้าที่เป็นหลัก โดยเฉพาะอำนาจในการถอดถอน ซึ่งหากจะให้มี ส.ว.ก็ควรที่จะต้องยึดโยงกับประชาชน แต่หากให้มีอำนาจโดยรวมทั่วไป ในแง่ตรวจสอบ กรั่นกรองกฎหมาย ก็อาจจะให้มาตราการสรรหาทั้งหมดได้ ทั้งนี้ที่ประชุมส่วนใหญ่ เห็นว่า ส.ว.ไม่ควรมีอำนาจถอดถอน เพราะที่ผ่านมาก็ไม่คยถอดถอนใครสำเร็จ อีกทั้งหากตัดอำนาจนี้ไป ก็จะทำให้ ส.ว.ปลอดกลางเมือง มีความเป็นกลาง สามารถสรรหา คณะกรรมการองค์กรอิสระได้อย่างเที่ยงธรรม ก็จะทำให้ประเทศเรามีองค์กรอิสระที่เป็นกลางและปลอดการเมืองไปด้วย

 

‘มีชัย’ติงสื่อคิดเองใส่นายกฯคนนอก

            นายมีชัย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า มีคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะกำหนดให้มี นายกรัฐมนตรีคนนอก และคปป. ตนมองว่า นี่คือความฝันของเขา ถ้าหากเขาอยากจะเสนอเป็นความคิดเห็นก็ขอให้ส่งมา เพราะที่เขียนไปมันเป็นเท็จ กรธ.ยังร่างไปไม่ถึงตรงนั้น และยังคิดไม่ออกด้วย ทั้งนี้ตนเข้าใจว่า ทั้ง 2 ประเด็นดังกล่าวเป็นเหตุให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสปช. แต่ก็ไม่อาจยืนยันได้ว่า ร่างฉบับนี้จะมีหรือไม่ เพราะยังไปไม่ถึง ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ อย่าทำเหมือนการใช้เงินแบบคนไทย ที่ชอบเอาเงินในอนาคตมาใช้

            นายมีชัย กล่าวถึงการหารือกับ ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ (สปท.) ด้วยว่า หารือถึงการเสนอความคิดเห็นต่อการร่างรัฐธรรมนูญ จากสปท.ว่า หากมีความคิดเห็นอะไร ก็ให้รีบส่งมา เพราะใกล้ครบกำหนดเสร็จร่างแรกเดือน ม.ค. 59 แล้ว โดยอยากให้รายงานสรุปส่งมาเป็นประเด็นให้กรธ.พิจารณา พร้อมทั้งหารือว่า หาก สนช. หรือสปท. มีเวลาว่าง จะลงพื้นที่ก็อยากให้ช่วยประสานมายังกรธ.เพื่อส่งตัวแทนร่วมรับฟังความคิดเห็นด้วย ส่วนจะร่วมลงพื้นที่ทุกครั้งหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับกรธ.ว่าจะว่างหรือไม่

            เมื่อถามว่ากรธ.จะนำเสนออะไร ในการประชุมแม่น้ำ 5 สาย วันที่ 28 ต.ค.นี้ หรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ไม่มีโปรแกรมให้เราพูด ให้แต่รับฟัง ซึ่งกรธ.ก็ไม่ได้ต้องการอะไร ส่วนเรื่องกรอบเวลาก็ยังคิดว่า ไม่ต้องต่อ


สนช.มีคำสั่งตั้ง‘สายทิพย์’รักษาการเลขาสภาฯ

            นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีคำสั่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ 150/2558 เรื่อง แต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีคำสั่งแต่งตั้งให้นางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รักษาราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้เพื่อให้การบริหารราชการของสำนักงานเลขาธิสภาฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ได้มีการยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง นางจันทร์เพ็ญ อานามวัฒน์ รองเลขาธิการสภาฯ ที่ทำหน้าที่รักษาราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อครั้งที่นายจเร พันธุ์เปรื่อง อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ถูกโยกย้ายไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. โดยคำสั่งแต่งตั้ง นางสายทิพย์ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. 2558 เป็นต้นไป โดยสถิติการโยกย้ายข้าราชการในตำแหน่งเลขาธิการสภาฯ นับตั้งแต่ที่คสช.เข้ามา ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวมีการสับเปลี่ยนไปแล้ว 5 คน ได้แก่ 1.นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย 2.นายจเร พันธุ์เปรื่อง 3.นายนัฑ ผาสุข 4.นางจันทร์เพ็ญ อานามวัฒน์ และ 5.นางสายทิพย์ เชาวลิตถวิล