ข่าว

‘บิ๊กตู่’ยังไม่รับรายงานหมายจับเพิ่มม.112

‘บิ๊กตู่’ยังไม่รับรายงานหมายจับเพิ่มม.112

26 ต.ค. 2558

‘บิ๊กตู่’ยังไม่รับรายงานหมายจับเพิ่มม.112 แจงไม่ถึงกับต้องตั้งก.ก.ปราบมาเฟีย เพียงแต่มอบนโยบายให้ดำเนินการ ยันไม่เกี่ยวเสื้อแดงเคลื่อนไหว บอกคุยภาคเอกชนแฮปปี้

            เมื่อวันที่ 26 ต.ค. เวลา 15.40 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงการออกหมายจับบุคคลเพิ่มเติมในคดีแอบอ้างสถาบันฯไปกระทำมิบังควร เข้าข่ายความผิดประมวลตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการรายงานมา เดี๋ยวเขารายงานมาก็รู้เองว่าจะจับใครเพิ่มเติม


ยันจี้ปราบมาเฟียไม่เกี่ยวแดงเคลื่อนไหว  

            พล.อ.ประยุทธ์  ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการปราบปรามมาเฟียที่นายกรัฐมนตรีจะต้องลงนาม ว่า “ทำไมต้องมีคณะกรรมการชุดดังกล่าว ในเมื่อหน้าที่ของทุกคนก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่ให้ทุกคนไปเข้มงวดในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ต้องถึงกับไปทำเป็นบัญชีดำ บัญชีแดงอะไรขึ้นมา ในทุกพื้นที่ก็สามารถตรวจค้น จับกุมทั้งเรื่องอาวุธสงครามก็มีการทำหน้าที่กันอยู่แล้ว เดี๋ยวก็จะมากล่าวหากันอีกว่าใช้มาตรการนอกกฎหมายอีก ไม่ทำ เพราะกฎหมายมีอยู่แล้ว มีการตรวจค้นจับกุมในพื้นที่ไหนก็ไปว่ากันตามขั้นตอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่รับผิดชอบ วันเดียวกันนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ก็ได้สั่งการไปแล้ว ทำให้ชัดเจนกันมากขึ้น ทั้ง คสช.และตำรวจต้องร่วมมือกัน ในการสืบจับแต่ละพื้นที่ก็ต้องมีการข่าวกันอยู่แล้ว ต้องหาข้อมูลได้ โดยเฉพาะคนที่ทำความผิด”

            เมื่อถามว่า มีสิ่งบอกเหตุอะไร ทำไมจึงตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่อยู่ดีๆ เพียงแต่ตนเห็นว่ามีการใช้อาวุธสงคราม อาวุธปืนยิงแม้กระทั่งลูกหนี้ ตนทนไม่ได้ อยู่ดีๆ ก็เอาปืนมายิงคนเล่น ยิงเข้าบ้านคน ขนาดรัฐบาลนี้ยังเป็นอย่างนี้ เป็นสิ่งที่ตนต้องคำนึงถึงมากกว่าอย่างอื่นๆไม่ได้หมายความว่าตนจะไปไล่ล่าใครหรือไปไล่ฝ่ายการเมือง อย่าไปเอามาพันกัน เรื่องนี้ถือเป็นกฎหมายปกติมันจะต้องไม่มีอาชญากรรม การใช้อาวุธสงคราม ช่วงที่ผ่านมายังมีการใช้อาวุธสงครามยิงคนตายอยู่ แสดงว่ามีการลักลอบรั่วไหลในเรื่องอาวุธสงครามก็ต้องจับกุมให้ได้

            เมื่อถามว่า ภายใน 6 เดือน จะสามารถจับกุม กวาดล้างได้ทั้งหมดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในระยะเวลา 6 เดือนก็ต้องจับกุมได้บ้าง ที่สามารถจับกุมได้ก็ต้องจับ ไอ้ส่วนที่เหลือก็คงไม่กล้าแล้ว แต้ถ้าสามารถจับได้หมดก็เป็นเรื่องดี ทุกฝ่ายก็ต้องช่วยกัน ร่วมมือกันแจ้งเบาะแส ใครรู้ก็ขอให้แจ้งมาจะจับกุมให้ตั้งแต่พรุ่งนี้เลย"

            เมื่อถามว่า การเน้นย้ำนโยบายดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีข่าวว่าจะนัดรวมตัวให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “มันจะไปเกี่ยวอะไร ผมไม่ได้ให้ความสนใจอยู่แล้ว คุณอย่าเอามาโยงกับผม ต่อไปนี้อย่าเอาเรื่องเหล่านั้นมาโยงกับผมอีก จะผิดหรือถูกก็ให้ไปอยู่ในศาล สื่อมาถามผมทุกวันก็ทะเลาะกันอยู่แบบนี้ ไอ้ผมก็อดไม่ได้ที่จะตอบ แต่ต่อจากนี้ไป ผมจะไม่ตอบแล้ว เพราะเขาไม่ใช่คู่กรณีกับผม เขาไปเป็นคู่กรณีกับกระบวนการยุติธรรม วันนี้ถ้าอยากจะทำอะไรก็ทำไป ถ้าสังคมยอมรับได้ ผมก็รับได้ จะมาชวนกันต่อต้านอะไรตรงไหน กฎหมายเขาว่าอย่างไร ถ้าผิดกฎหมายผมก็จับกุม ถ้าทุกคนสอนให้เคารพกฎหมาย สอนให้คนปฏิบัติตามหน้าที่ ทุกคนก็จะไม่มีเรื่อง วันนี้ใครทำผิดกฎหมายก็ยังไปโฆษณาให้คนที่ทำผิดเหล่านั้น มันเรื่องอะไรกันเล่า ก็ปล่อยให้เขาไปต่อสู้กันในชั้นศาล ถ้าศาลตัดสินออกมาว่าไม่มีความผิด หลุดออกมาแล้วก็จบถือว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ จะมาเชียร์กันอย่างไรก็เชียร์กันไปเถอะ วันนี้ยังคลุมเครือเดี๋ยวก็เกิดปัญหากลายเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่อีก”

            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้เราต้องทำตัวของเราเองให้ดีที่สุดทุกเรื่อง อย่าไปติคนอื่น ต้องเริ่มที่ตัวเราเองก่อน อย่างตนก็เริ่มที่ตัวเองก่อน พยายามปรับปรุงตัวเอง พยายามทำงานให้มากขึ้น โมโหให้น้อยลง แต่ถ้าทุกคนไม่ยอมปรับตัวเองให้คนอื่นมาชี้นำตลอด ให้คนมาคอยพูดมันก็เบื่อ คนพูดก็เบื่อ คนฟังก็เบื่อ แล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาสักอย่าง ทุกวันนี้มันยุ่งพออยู่แล้ว ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความมั่นคง ทุกๆ เรื่องมีปัญหาทั้งหมด หรือคิดว่าทุกอย่างยังปกติก็ไม่รู้

            “วันนี้มันยังไม่ปกติทุกคนก็ต้องช่วยผม เพราะผมกำลังทำสิ่งที่ไม่ปกติให้เป็นเรื่องปกติ ทั้งเรื่องของรัฐธรรมนูญ การปฏิรูปประเทศ เราต้องช่วยกันหาทางออก เดี๋ยวก็สามารถทำกันจนได้ วันนี้เอาส่วนที่เห็นตรงกันมาทำก่อน ถ้าเอาสิ่งที่เห็นไม่ตรงกันมาเริ่มก่อน ก็ไปตรงไหนไม่ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้น อย่าไปช่วยกันขยายความขัดแย้ง ผมรู้ว่าสื่อไม่มีเจตนา เพียงแต่ก็ต้องเสนอข่าวในทุกมิติ แต่บางมิติมีผลกระทบต่อการทำงาน มีผลกระทบต่อความมั่นคง ก็ต้องเบาลงหน่อยเท่านั้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


บอกคุยภาคเอกชนแฮปปี้ไม่ถอนธุรกิจในไทย  
 
            พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับภาคเอกชนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยภาคเอกชนขอให้ชะลอการเก็บภาษีสรรพสามิต ว่า ยังไม่ได้เก็บอะไรเลย เป็นการมาพูดคุยหารือว่าจะมีทางไหน ซึ่งตนก็รับรายละเอียดทั้งหมดไว้ เพื่อให้กระทรวงการคลังและส่วนที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณา ซึ่งภาษีสรรพสามิตเป็นการทำให้เกิดความเป็นธรรม เพราะมีบางส่วนได้ประโยชน์จากตรงนี้ กับบางส่วนที่เสียประโยชน์จากตรงนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเราปรับจะทำให้ส่วนหนึ่งกลับเข้ามาในระบบ อีกส่วนหนึ่งก็อาจจะไม่แฮปปี้ เพราะเขาไม่เคยเสียตรงนี้ มันก็มีทั้งได้ทั้งเสีย ไม่มีอะไรที่มันจะได้ทั้งหมดเรื่องของกฎหมาย นี่คือสิ่งที่เรียกว่ากฎหมายทำให้เกิดความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ทุกคนถ้าเสียอย่างนี้มันก็จะเท่าเทียมกัน มีมากเสียมาก มีน้อยก็เสียน้อย แต่ถ้าหากไม่มีกฎหมายที่ทันสมัยเลย อะไรที่เปลี่ยนแปลงไป วันนี้การเก็บภาษีบำรุงท้องที่ยังใช้ปี 2520 อยู่เลย แต่ราคาวันนี้มันขึ้นไปกี่เท่าแล้ว แล้วถามว่าเก็บอะไรได้ไหม เพิ่มตอนนี้ได้ไหม ก็ไม่ได้อีก แต่จะเอาทุกเรื่อง ขยะก็จะให้ดี ถนนหนทาง สะพานก็ดี แต่รายได้เป็นอย่างนี้แล้วมันจะไปอย่างไร เพราะฉะนั้นถ้าทุกคนต้องการสิ่งต่างๆก็ต้องช่วยกันหารายได้เข้าประเทศ รายได้ประเทศวันนี้ก็ต้องพยายามทำทุกมิติ

            “เมื่อเช้าที่ผมคุยกับเขาก็สบายใจ ทั้งประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ที่มาในกลุ่มของเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด และกลุ่มเรื่องรถยนต์ ทั้งสองส่วนยินดีที่จะอยู่ในประเทศไทยอีกต่อไป เพียงแต่ขอให้เราดูเรื่องภาษีสรรพสามิต เรื่องกฎกติกาบ้าง เดี๋ยวเราก็ต้องมาดู เพราะจะปฏิรูปทั้งหมดอยู่แล้ว เขาก็แฮปปี้กลับไป ทั้งบริษัทซัมซุงที่ถอนออกไปจากโคราช ก็จะมีอีกบริษัทของเกาหลีจะมาลงทุนแทน ซึ่งทุกอย่างเขาโอเคกับบ้านเราหมด ขอแค่บ้านเราอย่าทะเลาะเบาะแว้งกันแค่นั้น” นายกฯ กล่าว


ชวนลดใช้น้ำประหยัดน้ำหน้าแล้ง

            พล.อ.ประยุทธ์   กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งว่า ฝนไม่ตกเลย น่าจะเริ่มแล้งแล้ว เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันประหยัดน้ำ ทั้งน้ำอุปโภคและบริโภค วันนึงคนใช้น้ำประมาณ 100 กว่าลิตร ต้องลดใช้น้ำอาบน้ำวันละ 2 ครั้งปกติ แต่อาบน้ำให้ลดลง ใช้น้ำให้น้อยลง แล้วนำน้ำไปใช้อย่างอื่น ไปลดน้ำต้นไม้ ไม่ใช่เปิดก๊อกน้ำตลอดทุกวัน แล้วมันจะมีปัญหา ประหยัดน้ำกันเถอะช่วยกัน


ถกกนข.หาช่องโละข้าวค้างสต๊อกจากโครงการรับจำนำ

            ทั้งเมื่อเวลา 13.30 น.  ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.)โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ว่า จะมีการพิจารณาเรื่องการระบายข้าวว่าจะทำอย่างไรจึงจะระบายข้าวในคลังออกได้ โดยที่คุณภาพข้าว ยังสามารถบริโภคได้ ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดี นั้นเป็นข้อห่วงใยของตน และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ที่ดำเนินการตามกฎหมายให้ทันเวลา ซึ่งไม่สบายใจ ในกรณีขั้นตอนการเรียกพยานที่ดูแล้วยังไม่ค่อยเรียบร้อย จึงฝากให้ดูให้เรียบร้อยอย่าให้ใครเข้ามามีบทบาท โดยเฉพาะผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในคดีความดังกล่าว อย่าให้มาข่มขู่ใคร อะไร ไม่ได้ทั้งสิ้นขอให้ทำให้ถูกต้อง เป็นไปตามขั้นตอนด้วย

            จากนั้นเวลา 15.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการแจ้งความคืบหน้าในการสำรวจคลังข้าวและความคืบหน้าในการระบายข้าว ขอเรียนว่าเรามีมาตรการรัดกุมที่สุด โดยหลักการคือทำอย่างไร ให้ราคาข้าวปัจจุบันในท้องตลาดและข้าวฤดูกาลใหม่ที่จะออกมาราคาไม่ตก ดังนั้นจะระบายข้าวอย่างไรในแต่ละประเภท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นข้าวที่อยู่ในเกณฑ์ดีประมาณ 9 ล้านตัน ส่วนที่สองที่ไม่สามารถแยกข้าวได้ประมาณ 2 ล้านล้านตัน และข้าวที่เสื่อมอีกประมาณ 2 ล้าน ที่จะต้องตรวจสอบใหม่ เพราะเข้าไปปน อยู่มากมายรื้อไม่ไหวและต้องรมยาด้วย ซึ่งต้องเอาข้าวแต่ละประเภทมาดู สรุปว่าข้าวในส่วนที่เสียหายมากๆ ควรจะต้องเร่งระบายออก เพราะข้าวพวกนี้นำไปรับประทานไม่ได้อยู่แล้วแต่จะทำอย่างไรให้เกิดความชัดเจนขึ้น ซึ่งจะนำออกมาทดลองจำหน่ายบางส่วนก่อน โดยเฉพาะในคลังที่มีจำนวนน้อยๆ และอาจจะดูเรื่องปลายข้าวด้วย และต้องหารือกับทีดีอาร์ไอและนายกสมาคมข้าวด้วย ซึ่งเขาก็เห็นด้วย เพราะห่วงว่าราคาข้าวจะตก ฉะนั้นก็จะไม่ตกแน่นอน เพราะจะเอาส่วนที่น้อยออกมาก่อน

            นายกฯ กล่าวว่า สำหรับข้าวเกณฑ์ดีที่มีประมาณ 9 ล้านตัน จะต้องเช็คข้าวก่อน รวมถึงข้าวฤดูกาลใหม่ด้วยว่าจะทำกันอย่างไร แต่สิ่งที่เป็นปัญหาในวันนี้คือเรื่องการตรวจสอบการระบายข้าวจะมีปัญหามาก ซึ่งส่วนหนึ่งติดคดีต่างๆด้วย ฉะนั้นจะต้องมีการขออนุมัติ ให้มีการจำหน่ายได้ในบางส่วนที่มันเสียแล้ว หากเก็บต่อไป ของเก่าที่ใกล้เสียก็จะเสียเพิ่ม ซึ่งเราไม่ต้องการให้เสียเพิ่มอยู่แล้ว ที่ผ่านมานั้นติดด้วยข้อกฎหมายไม่ใช่ว่าจะช่วยใครหรือไม่ช่วยใคร แต่เป็นไปตามข้อเท็จจริง

            “นี่คือปัญหาที่คุยกัน ถ้าเราเข้าไปแทรกแซงราคาของผลผลิตทางการเกษตร มันจะมีผลกระทบกับงบประมาณแผ่นดิน เพราะต้องใช้งบประมาแผ่นดินในการทดลองในการจำนำข้าว และตอนนี้ก็มีการต่อระยะเวลาในการที่จะใช้เงินก้อนนี้อีก นี่แหล่ะคือปัญหามันพันกันไปหมด ถ้าถามประชาชน ผมว่าตอนนี้เริ่มเข้าใจว่า เรากำลังทำทุกอย่าง ฉะนั้นวันนี้เราก็หารือกันต่อไป จะแก้ปัญหาข้าวทั้งระบบได้อย่างไร ซึ่งก็ต้องมีการปฏิรูปใหม่ทั้งระบบ เริ่มจากการเอาตลาดเป็นตัวกำหนด แล้วไปสู่การปลูกข้าว จำนวนเท่าไหร่ และที่ไม่ปลูกข้าวจะไปทำอะไรแทน การตลาดจะว่าอย่างไร ผมอยากให้สังคม และประชาชนเข้าใจว่ารัฐบาลพยายามทุกอย่าง เพื่อแก้ปัญหาไม่ให้เกิดผลกระทบกับรัฐบาลต่อไปด้วย ถ้าวันหน้าเรายังแก้ไม่จบ แล้วมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งเขาก็ต้องเจอปัญหานี้ต่อไป และเขาก็จะทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิม รัฐบาลนี้พยายามทำทุกอย่างไม่ได้รังเกียจรังงอนใครเลย นักการเมืองวันหน้าท่านก็เข้ามากันอยู่แล้ว หากวันนี้ท่านยังพูดจาเสียหายกันไปเรื่อยก็จะทำอะไรไม่ได้เลย แล้ววันหน้าท่านก็ต้องมาเจอปัญหาเหล่านี้ ผมถามว่าวันหน้าใครจะมาแก้ให้ท่าน แล้วใครที่เดือดร้อน ประชาชนใช่ไหม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

            ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ปัญหาข้าวดังกล่าวส่งผลต่อการสรุปยอดตัวเลขความเสียหายอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า มีผลแต่เมื่อมีผลแล้วเป็นความผิดของตนหรืออย่างไร มันไม่ใช่ตัวเลขถ้าเวลามันทอดไปเรื่อยๆ ขายข้าวไม่ได้ การเปิดประมูลครั้งที่แล้ว ที่มีการขายเจ้าเดียวอะไรทำนองนี้ ปัญหาอยู่ที่ว่าเราได้กำหนดราคาขั้นต่ำไปแล้ว ปรากฏว่าไม่มีคนเสนอ ฉะนั้นต้องหาวิธีการระบายข้าวต่อไปถ้าปล่อยไว้ก็จะยิ่งไม่ได้ไปจากเดิม หลายคนมาตีว่ารัฐบาลนี้ขายข้าวไม่เป็นหรือเปล่า มันไม่ใช่ ถ้าตราบใดที่ปริมาณข้าวในสต๊อกมีมากในหลายๆประเทศ ยังไงราคาข้าวมันก็ไม่ขึ้นและยิ่งเขารู้ว่าไทยมีข้าวมากขนาดนี้จะทำอย่างไร ใช่หรือไม่ และข้าวฤดูกาลใหม่ก็กำลังจะออกมาอีก แต่วันนี้เรื่องการตลาดก็มีการไปเปิดตลาดใหม่หลายแห่ง ได้สัญญาการส่งข้าวเพิ่มเติมมาวันนี้กำลังเร่งเรื่องสัญญากับจีน ฟิลิปปินส์ ซึ่งกำลังทำอยู่ และน่าจะเปิดตลาดทางประเทศแถบแอฟริกาได้เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะเป็นประเทศเล็กๆก็ตาม แต่หากสามารถไปกระจายสินค้าในกลุ่มเหล่านั้นได้ก็จะดีขึ้น

            “ขอเกษตรกรให้ความร่วมมือกับรัฐเถอะครับ ถ้าจะขอเงินอุดหนุนไปเรื่อยๆ มันก็จะเกิดปัญหาเหล่านี้ไปตลอด วันนี้ต้องร่วมมือเรื่องการลดต้นทุน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำ การปลูกข้าวอาจไม่ได้ปลูกทั้งปี ช่วงไหนที่ข้าวราคาตกก็เปลี่ยนไปปลูกพืชอย่างอื่น มีคำแนะนำเยอะทั้งถั่วเขียว ถั่วเหลือง ซึ่งหลายๆอย่างขาดแคลน ต้องนำเข้า ทำไมเราไม่ปลูกถ้าทำได้ ซึ่งวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังแก้อยู่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

            นายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมตนได้สั่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปประชุมหาทางออกในเรื่องของปัญหาราคายางพารา ซึ่งคงได้ข้อยุติ ดูแลพัฒนาสวนยางและดูแลคนกรีดยาง จะได้ไม่เกิดปัญหาอีก แต่เราไม่ใช้คำว่าชดเชยส่วนต่างแล้ว ต่อไปนี้ใช้ไม่ได้ เพราะมันผิดกฎหมาย และวันนี้พ.ร.บ.ยางพาราก็ออกมาแล้ว