ข่าว

อยู่เมืองไทยให้เป็นสุข

อยู่เมืองไทยให้เป็นสุข

28 ต.ค. 2558

ไลฟ์สไตล์ : อยู่เมืองไทยให้เป็นสุข

 
        จากผลการสำรวจสุขภาพจิต (ความสุข) คนไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติและกรมสุขภาพจิต พบว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ความสุขของคนไทยเริ่มดีขึ้นและคาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องในปี 2558 สอดคล้องกับรายงาน “เวิลด์ แฮปปิเนสส์ รีพอร์ต 2015” ขององค์การสหประชาชาติ พบว่าในช่วงปี 2555 2557 ประเทศไทยมีค่าดัชนีความสุขอยู่อันดับที่ 34 จาก 158 ประเทศ ซึ่งถือว่ามีอันดับความสุขที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับการจัดอันดับครั้งก่อน
 
        ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีความสุขมากขึ้น มีใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแจ่มใสกันถ้วนหน้า คลื่นวิทยุ F.M. 100.5 News Network สถานีวิทยุในเครือ อสมท. จึงขอหยิบยกประเด็น “ความสุข” ของคนไทย ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันมาเป็น Topic เด็ดของทอล์กโชว์ “อยู่เมืองไทย ยังไงก็เป็นสุข” พร้อมขนนักพูดแถวหน้าของเมืองไทย อาทิ รศ.สุขุม นวลสกุลดร, พนม ปีย์เจริญ, ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล, ดร.โอภาส กิจกำแหง, อ.จตุพล ชมพูนิช์, อ.สัตกร วงศ์สงคราม เป็นต้นที่มาร่วมกันแนะเคล็ด(ไม่)ลับ ในการอยู่อย่างมีความสุขที่ทั้งฮาและทำให้ผู้ชมต้องคิดตาม
 
        เริ่มจาก คิดบวกไว้ใจก็เป็นสุข ความสุขเกิดจากความคิดของตนเอง เพียงเราคิดดี คิดในทางบวก ต่อให้ความทุกข์ยิ่งใหญ่แค่ไหนเราก็จะสามารถมองหาความสุขจากมันได้ “เพราะไม่มีใครตายเพราะทุกข์ แต่ตายเพราะความคิดที่เป็นทุกข์” รู้จักยอมรับความสามารถของคนที่สูงกว่า อย่าเป็นคนขี้อิจฉาเพราะเขาเป็นตัวอย่างที่ดีที่น่าปฏิบัติตาม และไม่ดูถูกคนที่ต่ำกว่าเรา เพราะต่ำยังไงก็สูงกว่าดิน เล็กยังไงก็ใหญ่ที่ใจ ใหญ่แค่ไหนก็เล็กกว่าโลง ทำตนเองให้เหมาะสมกับความสุข ถ้าคุณอยากมีบ้านสักหลังเป็นของตนเอง แต่คุณไม่ขยันทำมาหากิน ยังใช้จ่ายเงินสุรุ่ยสุร่าย ก็จะไม่มีวันได้สิ่งที่ต้องการ หรือคุณอยากเป็นคนเก่ง แต่คุณไม่อ่านหนังสือ ไม่ฝึกฝนภาษาต่างประเทศ ไม่หาความรู้รอบตัว คุณก็จะจมอยู่กับความล้มเหลวต่อไป คุณอยากได้อะไร อยากเป็นอะไร คุณต้องทำตนเองให้มีคุณสมบัติเหมาะสมกับสิ่งนั้นก่อน เมื่อวันใดที่คุณคู่ควรกับมันแล้ว ความสุขก็จะมาหาคุณเอง
 
        ทำบ้านให้เป็นสวรรค์ ความสุขคำง่ายๆ ทำได้ง่ายๆ แต่คนที่มักถูกลืมให้ความสุขคือคนใกล้ตัวนี่เอง ตั้งแต่ พ่อ แม่ สามี ภรรยา หรือลูก ต้องดูแลพวกเขาอย่างเต็มความสามารถ รู้จักมองเรื่องเดิมๆ ของทุกวัน ในมุมที่เปลี่ยนไป เช่น คู่สามีภรรยา ให้กลับไปทบทวนความรักเมื่อสมัยที่เพิ่งคบกัน รู้จักหยอดคำหวาน เติมความสุขวันละเล็กละน้อยให้มีความชุ่มชื่นในหัวใจ ทำบ้านให้เป็นสวรรค์ เมื่อคนในครอบครัวรู้สึกเหนื่อยจะอยากกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ไม่ใช่นึกถึงสถานเริงรมย์เป็นอันดับแรก และ ใช้ชีวิตบนความพอเพียง หากชีวิตคนเรานั้นรู้จักคำว่าพอเพียงเท่านี้ก็เป็นสุข มีการวางแผนการเงินที่ดี แบ่งเก็บ แบ่งใช้ ไม่ทำอะไรเกินตัว เพียงแค่มีคุณธรรมความพอเพียงในหัวใจจิตใจก็เป็นสุข ทำให้มีความสุขไปตลอดชีวิต และจะสามารถแบ่งปันความสุขให้กับผู้อื่นได้ เพราะความสุขนั้นมีอยู่ทุกที่อยู่ที่ว่าเรารู้จัก “พอ” แค่ไหน...