
ผบ.ตร.สั่งจับตา-มท.1ฮึ่ม. นัดใส่เสื้อแดง1พ.ย.
ผบ.ตร.สั่งจับตานัดใส่เสื้อแดง1พ.ย.นี้ ขณะที่มท.1ฮึ่ม.ขอเลิกทำแตกแยกขัดแย้งไม่จบ
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่มีการนัดกันใส่เสื้อแดงเพื่อให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ ว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวตนได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปแล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยจับตา และระวังเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบสิ่งบอกเหตุว่าจะมีการรวมตัวประท้วงแต่อย่างใด พร้อมกับแจ้งไปแล้วว่า พ.ร.บ. ชุมนุมนั้น ได้มีผลบังคับใช้ไปแล้ว ส่วนการอนุญาตนั้นมีอยู่ 2 ส่วน โดยจะต้องมีการพิจารณารายละเอียดในเรื่องนี้อีกครั้ง และอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐธรรมนูญมาตรา 44
ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาตนคลุกคลีและทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้มาโดยตลอด และรู้จักแกนนำทุกฝ่ายดี ว่ามีใครบ้าง ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบข้อมูลในทางลึกยังไม่พบอะไรที่น่าเป็นห่วง
มท.1ฮึ่ม.ขอเลิกทำแตกแยกขัดแย้งไม่จบ
ที่สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสในวันที่ 1พ.ย.นี้ จะมีการนัดใส่เสื้อสีแดง เพื่อให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าวว่า ประเทศไทยควรก้าวให้พ้นความขัดแย้ง ให้อยู่บนความสามัคคี ถือเป็นพื้นฐานแรกที่ประเทศจะเดินต่อไปได้ ไม่ว่าจะเห็นต่างกันอย่างไร ส่วนความสามัคคี ที่เราชอบเรียกว่าปรองดองก็ตาม คือให้สังคมสงบสุข อย่าไปแบ่งแยก สิ่งใดที่จะทำให้เกิดความคิดแบ่งแยกก็อย่าไปทำ ไม่ว่าจะยกเงื่อนไขใดในประเทศ เช่น เรื่องประชาธิปไตยที่ทำให้คนแตกแยก จะมาชั่งน้ำหนักกับความสามัคคีของคนในชาติไม่ได้
“อย่าแตกแยกกันเลย มันเป็นไปไม่ได้ ที่จะเดินเส้นทางนั้น เพราะฉะนั้นทุกคนต้องสมัครสมานสามัคคีกัน อะไรที่ทำแล้วแตกแยก ก็อย่าทำเลย ไม่เกิดประโยชน์กับคนในชาติ อีกประเด็นก็คือ น่าจะเลิกบทบาทกองเชียร์กันได้แล้วนะ ถ้าหากผมต้องขึ้นศาลวันใดวันหนึ่ง คงไม่ต้องมีใครไปเชียร์ผม เพราะหลักกฎหมายมันมีของมันอยู่ เดินไปตามกรอบเท่านั้นเอง กรอบกฎหมายทุกคนต้องเชื่อ ถ้าไม่เชื่อบนกรอบกฎหมายแล้วต้องมีกองเชียร์ มันคงไม่ใช่ประเทศชาติ ผมไม่เห็นด้วย เลิกซะทีเถอะ มันโบราณเต็มแก่แล้วเอาคนมาขัดแย้ง แล้วมาเป็นกองเชียร์ จะตัดสินไปตามกองเชียร์ไม่ได้ ให้เป็นไปตามกฎหมาย คงต้องเดินแบบนี้ ถ้าเดินไปแบบพวกมาก มันจะนำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคตอีกแน่นอน” รมว.มหาดไทย กล่าวและยืนยันว่า ประชาชนสามารถคิดหรือชอบต่างกันได้ แต่จะมาขัดแย้งกันไม่ได้ จะมาแสดงพลังเพื่อที่จะบอกว่ากรอบการดำเนินการของกฎหมายไม่ถูกต้อง มันคงไม่ได้ กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย คนตั้งหลายสิบล้าน จะใช้วิธีกองเชียร์ไม่ได้
เมื่อถามว่า จะมีการสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลในพื้นที่หรือไม่ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกส่วนต้องช่วยกันดูแล คนไทยทุกคนต้องรู้ว่าประเทศชาติจะพัฒนาไปได้ สู้กับภาวะเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ภูมิอากาศ และความเป็นอยู่ต่างๆไปได้นั้น ทุกคนต้องช่วยกันประคับประคอง ถ้าไม่รู้ก็ไม่มีประโยชน์
“ผมไม่ได้ห้ามไม่ให้มีการนัดชุมนุม เพียงแต่อยากให้คิดได้เอง ผมว่ารัฐบาลอยากให้ทุกคนคิดให้ดี ว่าสมควรที่จะแบ่งคนเป็นฝักเป็นฝ่ายหรือไม่ มันน่าจะเลิกได้แล้ว ตั้งแต่ที่ผ่านมา ปัจจุบัน และในอนาคต อย่าได้มาแบ่งแยกกันอีกเลย แล้วอย่าเอากองเชียร์มาอ้างในเรื่องความยุติธรรม มันไม่มีความสำคัญ ผิดถูกต้องว่าไปตามกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องมีกองเชียร์ ถ้าบริสุทธิ์ผุดผ่องจริงก็ไปตามกรอบ ถ้าไม่ยึดกรอบ มาใช้กองเชียร์ ประเทศชาติคงจะยุ่ง” รมว.มหาดไทย กล่าว



