
บิ๊กป้อมขออย่ารวมตัวใส่เสื้อแดงให้กำลังใจปู
26 ต.ค. 2558
พล.อ.ประวิตร วอน แกนนำแดง หยุดระดมคนใส่เสื้อแดงให้กำลังใจ ยิ่งลักษณ์ 1 พ.ย. บอกไม่มีประโยชน์ ลั่นหากวุ่นวายต้องรับผิดชอบ ไม่ห้ามคนทั่วไปใส่เสื้อสีแดง
26 ต.ค.58 เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงนัดใส่เสื้อแดงในวันที่ 1 พ.ย.58 เพื่อให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า อยากขอร้องกลุ่มแกนนำว่าอย่าใส่เลย เพราะมันไม่มีประโยชน์ หากมีเรื่องเกิดขึ้นมาก็จะเกิดความวุ่นวายอีก ซึ่งตนฝากขอร้องผ่านสื่อมวลชน ทั้งนี้ยืนยันว่าทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสมมติว่ามีการนัดใส่เสื้อแดงขึ้นมาจริงจะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า หากมีการนัดใส่เสื้อแดง คนที่ทำและเป็นแกนนำต้องรับผิดชอบ เพราะมีกฎหมายในการดำเนินการอยู่ ยืนยันว่าทุกคนสามารถใส่เสื้อสีแดงได้ เนื่องจากทุกวันนี้การแบ่งแยกสีก็ไม่มีแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าเมื่อไปใส่เสื้อสีแดงแล้วจะมารวมตัวกันนั้นทำไม่ได้ และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้กลัวการแสดงออกของกลุ่มคนต่าง ๆ เพียงแต่ขอร้องว่าอย่าทำ เพราะใส่ไปก็เท่านั้น
ส่วนที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกระบุว่ามีการหักหัวคิว 20-30% ในโครงการกองทุนหมู่บ้าน 5 ล้านบาทของรัฐบาล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขอให้นำหลักฐานมาแสดง เพื่อให้เกิดความชัดเจน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ก็ชี้แจงรายละเอียดไปหมดแล้ว แต่หากนายจตุพรมีหลักฐานก็ให้นำมา เพราะเราก็อยากรู้และอยากได้ด้วย อย่ากล่าวลอย ๆ เพราะมันไม่ดี ขอให้นำหลักฐานมาแสดงว่าใครเป็นคนทำอย่างไร หรือใครที่ได้เงินไป ขอให้นำรายชื่อมา ไม่มีการละเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น อยากจับคนผิดให้ได้
เมื่อถามถึงมาตรการควบคุมโครงการดังกล่าวไม่ให้เกิดการทุจริต พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรามีมาตรการควบคุมการทุจริต และยังมีโครงการอื่น ๆ อีก โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ดูแลอยู่ ทั้งนี้ตนได้กำชับไปทั้งหมดแล้ว คิดว่าไม่น่ามีปัญหาใด ๆ แต่ถ้ามีปัญหาขอให้นำหลักฐานมาแสดงว่าใคร ชื่ออะไร นำเงินไปดำเนินการอย่างไรกับโครงการใด มีทหารลงพื้นที่ไปดูแลโครงการดังกล่าวอยู่ด้วย เพื่อติดตามความคืบหน้าว่ามีการดำเนินการอย่างไรไปแล้วบ้าง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ คสช.
‘พล.อ.ประวิตร’ แจงยังจำเป็นต้องใช้คุกทหาร
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีองค์กรสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี ภายในกองพันทหารราบมณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) ว่า เรื่องนี้มีกรมราชทัณฑ์ดูแลอยู่ หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็มีการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า อาจจะเป็นผลมาจากกรณีที่พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด ผู้ต้องหาคดีอาญามาตรา 112 เสียชีวิตหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่รู้จะตอบอย่างไร ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ตนยืนยันว่าเรายังมีความจำเป็นที่จะต้องมีเรือนจำดังกล่าวอยู่ และจะใช้เฉพาะในสถานการณ์ช่วงนี้เท่านั้น หากสถานการณ์ปกติแล้วเรือนจำดังกล่าวก็ไม่มี แต่ทั้งหมดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ดูแลอยู่ ถึงแม้ว่าเรือนจำดังกล่าวจะมีทหารดูแลร่วมอยู่ด้วย แต่ความรับผิดชอบหลักอยู่ที่กรมราชทัณฑ์
ส่วนที่มีกระแสข่าวว่านายสุริยัน สุรจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง ผู้ต้องหาคดีอาญามาตรา 112 เสียชีวิตอีกรายนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จากการรับฟังข่าวสารทราบว่านายสุริยันยังดีอยู่ ไม่มีอะไร ตอนนี้อาจจะมีอาการป่วยเล็กน้อย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้รายงานอะไรขึ้นมา พร้อมทั้งยืนยันว่าการที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล และมีจำนวนไม่มากนัก ซึ่งมีกฎหมายดูแลอยู่แล้วคงไม่ต้องกำชับอะไรเป็นพิเศษ ทุกคนต่างก็ทราบอยู่ ไม่อยากให้พูดเรื่องนี้กัน เพราะเกรงว่าจะมีการนำไปขยายความจนทำให้เกิดเรื่องได้
‘พล.อ.ประวิตร’ ชวนผู้เห็นต่างพูดคุยสันติสุขใต้
เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังครบรอบ 11 ปีเหตุการณ์ตากใบว่า เจ้าหน้าที่ดูแลอยู่แล้ว ไม่อยากให้ไประบุว่าเป็นวันนี้หรือวันใด ๆ เจ้าหน้าที่พยายามแก้ไขทุกอย่างที่เกิดความผิดพลาดในอดีต ส่วนความคืบหน้าการพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้นั้น รัฐบาลก็ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนระดับท้องถิ่นและระดับเหนือขึ้นไป ส่วนที่มีการออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับการพูดคุยเพื่อสันติสุข โดยอ้างว่ามาจากลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น เราอยากให้ทุกกลุ่มมาร่วมกันดูคุยด้วยทั้งหมด จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเจ้าหน้าที่ก็อยากทำให้เกิดความสงบและเกิดสันติสุขแท้จริงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เร็วๆ นี้ เราไม่ได้กระทำการใด ๆ ที่บิดเบือนและพยายามดำเนินการให้ดีที่สุดและอยากให้ทุกกลุ่มมาร่วมมือกัน



