
ปรองดองกับคนเดือนตุลา (1)
26 ต.ค. 2558
มองมุมยุทธศาสตร์ : ปรองดองกับคนเดือนตุลา (1) : โดย...เรือรบ เมืองมั่น www.facebook.com/ruarob.muangman
ตุลาคมของทุกปีจะมีงานรำลึกเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์ไทยยุคใหม่ที่เปลี่ยนโฉมประเทศไปตลอดกาลสองเหตุการณ์คือวันมหาวิปโยคปี 16 กับเหตุการณ์หมู่ที่ธรรมศาสตร์ปี 19 เหตุการณ์แรกนั้นไม่มีใครกล้าค้าน เพราะนาทีนี้ไม่มีใครกล้ายืนอยู่ฝั่งเดียวกับสามผู้เผด็จการแห่งยุคนั้นแล้ว แต่เหตุการณ์ที่สองที่มีผู้เกี่ยวข้องกันครึ่งประเทศ เพราะนำมาซึ่งสงครามคอมมิวนิสต์อยู่หลายปี ต่างฝ่ายต่างอุดมการณ์ต่างเผชิญกับเจ็บปวดจนบัดนี้ ที่นำมาเขียนถึงวันนี้ เพราะเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่แค่เป็นหน้าหนึ่งของตำราที่ผู้เกี่ยวข้องอายุไม่ 60 ก็ใกล้เคียง รอวันเป็นปุ๋ยแล้วกระแสก็เงียบ แต่พวกเขาส่งผ่านความคิดไปยังรุ่นสู่รุ่น หลายความคิดนั้นน่ายกย่อง แต่หลายความคิดน่าจะก่อให้เกิดความแตกร้าว
คนเดือนตุลาที่ผ่านเหตุการณ์นั้นด้วยประสบการณ์ตรง มีจิตวิญญาณเพื่อเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของตนและสังคมที่พวกเขาคิดว่าถูกพรากไปด้วยน้ำมือของฝ่ายเผด็จการและฝ่ายขวา พวกเขาเรียกร้องความเท่าเทียมด้วยอุดมการณ์ประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยของเขาในบางมุมซ้อนทับหรือเป็นเนื้อเดียวกันกับสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์ ซึ่งก็อ้างว่านี่เป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน การถูกปราบปรามทำให้พวกเขามีบาดแผลลึกซึ้งจงชังผู้ปราบปรามและพาลต่อต้านทุกอย่างที่ผู้ปราบปรามคิดและทำ เรียกว่าแทงฝั่งตรงข้ามสุดขั้ว เราจะเห็นนักประชาธิปไตยแบบมาร์กซ์นี้ไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยต่อสู้กับทหารถึงเลือดถึงเหนือ ฝ่ายข้าราชการและชาวบ้านที่ประสบความเดือดร้อนจากการกระทำนี้ก็เกลียดชังฝ่ายซ้ายกลับ
เมื่อศึกสลายเพราะขาดการหนุนช่วยของหลายฝ่าย คนเดือนตุลากลับมาใช้ชีวิตปกติ บางคนเปลี่ยนสีไปเป็นฝ่ายรับใช้ทุนหรืออดีตฝ่ายตรงข้ามเพราะลิ้มรสสิ่งที่ไม่เคยได้แต่หอมหวานกว่าความเท่าเทียมเสียอีกนั่นคืออภิสิทธิ์ ขณะที่มีอีกมากไม่ได้ไปไหน พวกเขามิใช่น้อยที่มุ่งมั่นถ่ายทอดแนวคิดประชาธิปไตยเชิงเจ็บปวดในรั้วมหาวิทยาลัยบ้าง สื่อสิ่งพิมพ์บ้าง หรือในสภาบ้าง พวกเขาฉลาดและหลายคนได้รับการส่งเสริมโอกาสและการศึกษาจากชาติตะวันตกให้ยิ่งเก่งเข้าไปใหญ่ สิ่งที่พวกเขาป้อนแก่สังคมนั้นมีสิ่งดี ๆมากมาย เช่น การตีความประวัติศาสตร์เสียใหม่ให้รู้ว่าชนชั้นล่างก็สำคัญ การรณรงค์ความเท่าเทียม สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม เปิดโปงเรื่องโกงละโมบของเหล่านายทุน-ขุนศึก-ศักดินา สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องชอบธรรมและเป็นที่จับใจคนที่มีสมอง มีความคิดวิจารณญาณและเป็นเหตุเป็นผล
แต่บางเรื่องที่พวกเขาส่งต่อแนวคิดก็เป็นเรื่องกระเทือนใจฝ่ายอนุรักษนิยมเกินไปเหมือนกัน เช่นบางครั้งหมิ่นเหม่ต่อสิ่งที่คนส่วนใหญ่ของสังคมเคารพหรือปฏิบัติ เช่น เรื่องของศาสนา ความสัมพันธ์ผู้ใหญ่ผู้น้อย เพศสภาพในที่สาธารณะ เสรีภาพในการกระทำต่อร่างกายตนเอง และที่น่าเป็นห่วงคือส่งผ่านการเคียดแค้นต่อกลุ่มที่ที่พวกเขาเชื่อว่าสืบทอดแนวคิดเดียวกับพวกที่เคยทำร้ายเขาในอดีต และยิ่งสภาพสังคมที่แตกแยกอย่างเห็นได้ชัดในรอบ 10 ปีมานี้ ยิ่งเป็นตัวเร่งต่อเชื่อมความคิดกันจนเป็นส่วนหนึ่งของความแตกร้าวในสังคม เราจะเยียวยาเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร ลองอ่านตอนหน้าครับ
-------------------
(มองมุมยุทธศาสตร์ : ปรองดองกับคนเดือนตุลา (1) : โดย...เรือรบ เมืองมั่น www.facebook.com/ruarob.muangman)



