ข่าว

 "หม่อมอุ๋ย"ระบุรบ.อภิสิทธิ์มาถูกทางจัดงบไทยเข้มแข็งให้ดี

"หม่อมอุ๋ย"ระบุรบ.อภิสิทธิ์มาถูกทางจัดงบไทยเข้มแข็งให้ดี

23 ก.ค. 2552

“หม่อมอุ๋ย”ระบุเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นจริง มั่นใจไตรมาสสุดท้ายดี เชื่อมั่นรัฐบาลอภิสิทธิ์ เดินมาถูกทางแล้ว ขอเพียงการจัดการงบไทยเข้มแข็งให้ดี กระจายเม็ดเงินลงทุนทั่วภูมิภาค 8 แสนล้านในธุรกิจก่อสร้าง - ถนนไร้ฝุ่น เฟื่องฟูในปี 53 ขณะที่ธุรกิจท่องเที่ยวไม่ฟื้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 23 ก.ค.ที่โรงแรมลาพาโลมา อ.เมือง จ.พิษณุโลก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางมาบรรยายพิเศษที่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.)โดยมีนายทวีศักดิ์ ฟุ้งเกียรติเจริญ ที่ปรึกษาบสย.และนายเกรียงไกร ชัยศิริวงศ์สุข ผู้จัดการอาวุโสสำนักงานบสย.พิษณุโลก ให้การต้อนรับ โดยมีนักธุรกิจและนายธนาคารต่างให้ความสนใจร่วมรับฟังไม่ต่ำกว่า 800 คน

 ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐที่ถดถอยตั้งแต่ปี 2549 ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกทรุดตัวลงตามทั่วเอเชีย แต่ประเทศจีนไม่ได้รับผลกระทบเพราะพึ่งพาส่งออกเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หากเจาะลึกเศรษฐกิจจีนก็พบว่า รัฐบาลทราบดีว่ามณฑลชายฝั่งทรุดเพราะเศรษฐกิจโลก แต่รัฐบาลจีนทุ่มเงินลงทุนไปยังมณฑลในประเทศที่ยากจนกว่า ทำให้จีดีพีของจีนร่วงเหลือ 6 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นเพียงแค่ไม่กี่ปี ทั้งเศรษฐกิจแถบมณฑลชายฝั่งและตอนในของประเทศก็ฟื้นเพราะเงินรัฐอัดฉีด ส่งผลให้จีดีพีของจีนพุ่งกลับมาเป็น 6.2 เปอร์เซ็นต์และคาดว่าไตรมาส 3 และ 4 โตถึงระดับ 10 เปอร์เซ็นต์

 อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกในขณะนี้ ถือว่ายังไม่ฟื้นตัว เพียงแต่เศรษฐกิจไหลลงในอัตราที่ลดลง เศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น เพียงแค่นักเล่นหุ้นวิเคราะห์ หรือคาดการณ์ล่วงหน้าเท่านั้นเอง เศรษฐกิจฟื้นของจริงยังไม่เกิดขึ้น ส่วนเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 จะขยับและไตรมาสสุดท้ายจะดีขึ้น

 ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ที่ผ่านมาพืชผลทางการเกษตรในภูมิภาคของไทยไม่ได้รับผลกระทบ เศรษฐกิจแย่ในเมืองหลวง ทว่าภาคการเกษตรนับจากนี้จะไม่ดีจนถึงปลายปี เพราะสินค้าอย่างข้าวเปลือก ที่อยู่ในสต๊อกของรัฐบาลจำนวนมาก กำลังระบายออกมา 3-4 ล้านตัน ส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศไม่ดี

 กระนั้น สิ่งที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยฟื้น คือ งบไทยเข้มแข็ง 1.43 ล้านล้านบาท ครึ่งหนึ่งหรือ 8 แสนล้านบาทเป็นงบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน โรงเรียน ย่อมส่งผลให้บริษัทรับเหมา ธุรกิจก่อสร้างในต่างจังหวัดกระเตื้องขึ้น ในภาคการส่งออกไม่สามารถบอกได้ว่า ดีหรือไม่ จะต้องไปดูประเทศปลายทางที่ส่งออกไป ส่วนธุรกิจท่องเที่ยวยังไม่เห็นทางสว่าง ยิ่งประสพกับปัญหาไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ จะซบเซาไปถึงปลายปี 53 โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางภาคเหนือ เว้นแต่จังหวัดชายทะเลเช่น ภูเก็ต จะไม่ได้รับผลกระทบ ดังนั้นในภาพรวมของเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นจริง ไม่ควรเข้าไปเสี่ยง อาจจะนิ่งหรือหยุดไปเที่ยวจะดีกว่า เพื่อลดความเสี่ยงให้น้อยลง

 “การที่รัฐบาลไทยผลักดันงบไทยเข้มแข็ง ดูแล้วก็เหมือนว่าจะต้องการทำให้เหมือนประเทศจีนคือ กระตุ้นในเศรษฐกิจภูมิภาค หากจัดการอย่างสัมฤทธิ์ผล ก็เชื่อว่า ช่วยฟื้นเศรษฐกิจไทย ฟันธงว่า รัฐบาลเดินทางมาดูทางแล้ว เพียงต้องจัดการให้ดีเท่านั่น ส่วนภาคการเกษตรนั้นยังไม่ฟื้น รัฐบาลไทยยังมีสต๊อกข้าวจำนวนมาอีกทั้งผลผลิตข้าวจากประเทศอินเดียมีอีกจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศไม่ค่อยดี ภาพรวมของภาคเกษตรยังไม่น่าตื่นเต้น สินค้ายางพาราก็ต้องขึ้นอยู่กับราคาน้ำมัน ควรให้จับตาธุรกิจก่อสร้างและการกระตุ้นการท่องเที่ยว นโยบายไทยเที่ยวไทยจะมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ ”ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว

 นายเกรียงไกร ชัยศิริวงศ์สุข ผู้จัดการอาวุโสสำนักงาน บสย.พิษณุโลก กล่าวว่า งบไทยเข้มแข็งของรัฐบาลจะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจเอง เพราะเป็นงบลงทุนช่วยกระตุ้นให้เกิดการก่อสร้าง เกิดความต่อเนื่องธุรกิจ จึงเกิดความมั่นใจ เกิดเงินหมุนเวียนและสถาบันการเงินจะกล้าปล่อยกู้ผู้ประกอบการ ทำให้แบงก์คลายกังวลเรื่องหนี้เสียที่จะเกิดขึ้น เพราะคนเกิดความเชื่อมั่น เพราะรัฐบาลกล้าเอาเงินนำร่องลงในภาคก่อสร้าง ส่วนในภาคเกษตรเหนือตอนล่างจริงๆแล้ว ไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนัก