
'วิษณุ'เผยรบ.พร้อมดำเนินการคดีของปปช.
'วิษณุ'ระบุปปช.ส่งคดีอะไรมาให้รบ.ก็พร้อมดำเนินการ แต่ไม่ใช่เรื่องที่รัฐจะไปถามว่ามีคดีในมือบ้าง อนุฯกรธ.เตรียมเสนอข้อมูลระบบเลือกตั้งส.ส.
24ต.ค.2558 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่าเหตุใดรัฐบาลไม่สอบถามไปยัง ป.ป.ช.ถึงโครงการอื่นที่เป็นมติคณะรัฐมนตรี แล้วทำให้รัฐบาลเสียหายเหมือนกับการที่รัฐบาลดำเนินการเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวที่ป.ป.ช.ส่งเรื่องมาว่า คดีที่มีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐว่ามีการทุจริต เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการดำเนินการสอบสวน ต่อให้เรื่องเริ่มที่ใคร ก็ต้องส่งต่อไปยัง ป.ป.ช. รัฐบาลไม่มีสิทธิเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการสอบสวน มันมีกลไกของมันอยู่ แล้วส่งมาให้รัฐบาล ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลจะไปถามว่ามีเรื่องอะไรบ้าง แล้วรับมาสอบสวน ต้องให้เขาส่งมาเอง หากป.ป.ช. ส่งเรื่องมา ไม่ว่าเรื่องของใครรัฐบาลก็พร้อมที่จะดำเนินการ
อนุฯกรธ.เตรียมเสนอข้อมูลระบบเลือกตั้งส.ส.
นายเจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ เปิดเผยถึงผลการพิจารณาของอนุกรรมการฯ เพื่อเตรียมเสนอข้อมูลให้ที่ประชุมกรธ.ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ว่า นายประพันธ์ นัยโกวิท กรธ. ฐานะประธานอนุกรรมการฯ พร้อมด้วยเลขานุการ อนุกรรมการฯ จะเป็นผู้เตรียมประเด็นที่จะนำเสนอ ส่วนตนฐานะที่ปรึกษาจะคอยช่วยเสริมข้อมูลหรือให้รายละเอียดกรณีที่มีการซักถามเพิ่มเติม ขณะที่การศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติของอนุกรรมการฯ ที่ผ่านมา ได้รวบรวมระบบเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลก ทั้งการเลือกตั้งเฉพาะเขต, การเลือกตั้งเฉพาะระบบบัญชีรายชื่อ, การเลือกตั้งระบบเขตผสมกับบัญชีรายชื่อ, ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม และพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสีย จุดอ่อน จุดแข็งของการเลือกตั้งส.ส.ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อนำเสนอข้อมูลทั้งหมดให้ที่ประชุมกรธ.พิจารณาและตัดสินใจเลือกระบบเลือกตั้งที่เหมาะสมกับสังคมไทย และเพื่อให้เกิดระบบปกครองที่เป็นสากล รวมถึงได้รับการยอมรับ ดังนั้นขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่า กรธ.จะเลือกระบบเลือกตั้งส.ส.แบบใด
นายเจษฎ์ กล่าวด้วยว่าส่วนระบบนิติบัญญัติตามข้อมูลทั่วไป ที่จะประกอบด้วย เรื่อง ส.ส., ส.ว., บทที่ใช้ร่วมกันของสองสภาฯ, การตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ , การตราพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หรือการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร นั้นอนุกรรมการฯยังไม่ได้พิจารณาในส่วนอื่นนอกจากประเด็นของส.ส.เพื่อให้เป็นไปตามที่ที่ประชุมกรธ.มอบหมายให้เน้นการศึกษาเรื่องส.ส.เป็นหลัก ทั้งนี้ตนมองว่าหากที่ประชุมพิจารณาเรื่องที่มาของส.ส.เสร็จแล้วจะเข้าประเด็นรายละเอียดอื่น ๆ ต่อไป
“ผมเข้าใจว่าเมื่อกรธ.ได้รับฟังข้อมูลของอนุกรรมการด้านนิติบัญญัติแล้ว จะมีการอภิปรายตามกรอบแนวทางที่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย มีความเป็นสากลและได้รับการยอมรับรวมถึงรายละเอียดอื่น ๆ ที่สำคัญ จากนั้นฝ่ายที่ยกร่างบทบัญญัติจะนำความคิดเห็นและข้อมูลไปทำเนื้อหาต่อไป และจนถึงขณะนี้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องนี้ยังไม่ได้มีมาตราเกี่ยวกับที่มาส.ส. หรือ ฝ่ายนิติบัญญัติทำไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด” นายเจษฎ์ กล่าว



