ข่าว

เร่งตรวจทรัพย์สิน‘หมอหยอง-พวก’ที่ถูกยึด

เร่งตรวจทรัพย์สิน‘หมอหยอง-พวก’ที่ถูกยึด

23 ต.ค. 2558

กรมคุกตั้งชุดผู้คุมพิเศษดูแล‘หมอหยอง-พวก’ พร้อมเร่งตรวจทรัพย์สินที่ยึดหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่ม เผยตร.ทหารบุกคุมตัว‘หมอหยอง’ตั้งแต่15 ต.ค.

            เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2558 มีรายงานข่าวจากกรมราชทัณฑ์เกี่ยวกับการควบคุมตัว นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหยอง พร้อม พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา สว.กก.1 บก.ปอท. และ นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในความผิดคดี ม.112 โดยถูกควบคุมตัวฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนถูกส่งตัวไปควบคุมอยู่ที่เรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี ภายในมณฑลทหารบกที่ 11 หรือ มทบ.11 ว่า ทางเรือนจำได้ทำหน้าที่ในการดูแลภาพรวมทั่วไป รวมทั้งเรื่องอาหารการกินของผู้ต้องขัง ตามระเบียบของราชทัณฑ์ ส่วนการควบคุมดูแลเป็นหน้าที่ของผู้คุมพิเศษ ที่มีทั้งทหารและผู้คุมจากเรือนจำ

            รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับผู้คุมพิเศษที่ได้รับการแต่งตั้งนั้น เป็นชุดเดิมกับชุดที่ควบคุมผู้ต้องขังคดีระเบิดราชประสงค์ ไม่ได้มีการเพิ่มจำนวนผู้คุม โดยส่วนใหญ่จะใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ทหารเป็นหลัก เพื่อความปลอดภัย มั่นคงและรัดกุมในการควบคุมผู้ต้องขังคดีสำคัญ โดยเฉพาะคดีที่ต้องผ่านการพิจารณาคดีจากศาลทหาร

            นอกจากนี้ยังมีรายงานจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เกี่ยวกับการยึดหรืออายัดทรัพย์สินจากผู้ต้องหาคดี ม.112 ว่า สำหรับคดีของหมอหยองกับพวก จนถึงขณะนี้ทาง ปปง. ยังไม่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้อำนาจของ ปปง. เข้าไปดำเนินการ ยึด หรือ อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด อย่างไรก็ตามหากได้รับการประสาน ก็ต้องพิจารณาว่าเข้าความผิดมูลฐานกฎหมาย ปปง.หรือไม่ตามระเบียบขั้นตอนของกฎหมาย ปปง.


เผยตร.-ทหาร เข้าจับ‘หมอหยอง’ตั้งแต่15 ต.ค.


            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เดินทางไปสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย(รปภ.)รายหนึ่งของคอนโดมิเนี่ยมตั้งอยู่พื้นที่เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นที่พักของนายสุริยัน  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 09.00 น. ขณะที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร นำกำลังและรถตำรวจเกือบ 30 คัน เข้ามาภายในบริเวณคอนโดฯ จากนั้นได้เชิญตัวนายสุริยันออกไป พร้อมกับอายัดทรัพย์สินที่เห็นบางส่วน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อขอให้ตนนำเอกสารการบันทึกรถทุกคันที่เข้า-ออกภายในคอนโดฯด้วย เพื่อประกอบเป็นหลักฐานทั้งหมด

            “รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อทราบข่าวเกี่ยวกับหมอหยอง ที่โดนจับตกเป็นผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูง และถูกควบคุมตัวฝากขังที่ศาลทหารกรุงเทพ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา” รปภ.คนเดินกล่าว


เร่งตรวจทรัพย์สินที่ยึดหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่ม

            รายงานข่าวระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้แบ่งชุดทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบทรัพย์สินของ พ.ต.ต.ปรากรมพร้อมด้วย นายสุริยัน และนายจิรวงศ์  ที่เจ้าหน้าที่ยึดและอายัดมาจากสถานที่พักอาศัยของผู้ทั้งหาทั้ง 3 คน โดยอยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบทรัพย์สินที่ตรวจยึดมาได้ ซึ่งทรัพย์สินของ พ.ต.ต.ปรากรมนั้นยึดมาจากที่พักเป็นคอนโดเขตจตุจักร กทม. ประกอบด้วยรถตู้ยี่ห้อโฟล์คสวาเกน รุ่นคาราเวล สีขาว ทะเบียน ฮพ 2 กรุงเทพมหานคร รถเบนซ์ 3 คัน รถยนต์โตโยต้า 2 คัน และรถบิ๊กไบค์ รวมทั้งอาวุธปืน วิทยุสื่อสาร จำนวนหนึ่ง ตลอดจนทรัพย์สินอื่นๆหลายรายการ อาทิ เงินสด พระเครื่อง ทองคำ นาฬิกา เป็นต้น

            รายงานข่าวระบุอีกว่า ในส่วนของพระเครื่องที่ตรวจพบและได้ทำการยึดมานั้น ส่วนใหญ่เป็นพระเครื่องในกลุ่มพระเบญจภาคี โดยพบว่ามีพระสมเด็จวัดระฆัง 2 องค์ พระสมเด็จนางพญา รวมถึงพระเครื่องมีชื่อราคาแพงหลายรายการ ทั้งนี้ของกลางทั้งหมดของ พ.ต.ต.ปรากรม ที่ยึดได้นั้นจะนำไปตรวจสอบหาความเชื่อมโยงถึงที่มาที่ไปว่า ได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงอาวุธปืนของ พ.ต.ต.ปรากรม ที่ตรวจยึดมาได้ก็จะนำไปยิงทดสอบเพื่อเก็บประวัติว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอื่นๆหรือไม่ เช่นเดียวกับทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ซึ่งต้องนำไปตรวจสอบที่มาที่ไปว่าได้มาจากการกระทำความผิดหรือไม่ด้วยเช่นกัน

            สำหรับการตรวจยึดทรัพย์สินของนายสุริยันและนายจิรวงศ์ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและตรวจยึดมาได้แล้วบางส่วน หลังจากเข้าตรวจสอบภายในที่พัก  ซึ่งหลังจากนี้ก็จะตรวจสอบเช่นเดียวกับกรณีของพ.ต.ต.ปรากรม โดยขณะนี้ทรัพย์สินต่างๆที่ได้ตรวจยึดมาได้นั้น เบื้องต้นถูกเก็บรักษาไว้ที่สถานที่แห่งหนึ่ง ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ภายในกรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์

            รายงานข่าวระบุด้วยว่า หากทรัพย์สินที่ยึดมาตรวจสอบทั้งหมดเชื่อมโยง หรือมีการพาดพิงถึงใคร ก็จะเรียกมาสอบถามทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือหน่วยงานเอกชน อย่างไรก็ตามในส่วนภาคเอกชนนั้นต้องเรียกมาสอบถามด้วย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่า กลุ่มของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ได้มีการแอบอ้างใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบกระทำการแสวงหาผลประโยชน์ และขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติม คาดว่าจะมีความชัดเจนเร็วๆนี้

 


ตำรวจเผย10พฤติกรรมโพสต์เสี่ยงคุก

            ที่ลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พ.ต.อ.สมพรแดงดี รองผบก.ปอท. เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์“โพสต์ต้องคิด...คลิกเสี่ยงคุก!”ภายใต้“โครงการออนไลน์ใสสะอาด...เรารักในหลวง” โดยมี นายเอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ หรือดีเจเอกกี้ ผู้แทนจากกระทรวงไอซีที และน.ส.ปนัดดา วงษ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ดารานักแสดง ในฐานะพรีเซ็นเตอร์โครงการฯ ได้ร่วมเดินรณรงค์โครงการดังกล่าวจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ไปจนถึงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม เพื่อให้ความรู้กับประชาชนโดยทั่วกัน ทั้งนี้ภายในงานมีโซนจัดกิจกรรมการสเก็ตซ์ภาพ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย

            พ.ต.อ.สมพร กล่าวว่า ในฐานะผู้รับผิดชอบและดูแลการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ ต้องลุยเข้มขจัดการกระทำผิดกฏหมายบนโลกออนไลน์ หลังจำนวนผู้กระทำผิดเพิ่มขึ้น จึงเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลกฎหมายและพรบ.คอมพิวเตอร์ เพราะตอนนี้หมดเวลาอ้างวลีฮิต“รู้เท่าไม่ถึงการณ์” ซึ่งหลังจากนี้หากมีการกระทำผิดจับแน่ ปรับแน่ และติดคุกแน่ๆ กิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน เพื่อรณรงค์ให้ความรู้ 2 ประเด็นคือ 1.ให้ประชาชนเข้าใจกฎหมายในการใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย และ 2.เพื่อให้ประชาชนรู้ทันกลอุบายต่างๆเพื่อสามารถป้องกันตนเองและไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อไป

            พ.ต.อ.สมพร กล่าวอีกว่า หลังจากนี้เป็นต้นไปจะดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดในข้อหาดังกล่าวอย่างจริงจัง หมดเวลาอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย ดังนั้นประชาชนต้องรู้กฎหมายโดยเฉพาะกฎหมานหมิ่นประมาทซึ่งมีประชาชนเข้ามาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ด้วยเหตุนี้ทาง ปอท.จึงได้รวบรวม 10 พฤติกรรม ที่ประชาชนมักกระทำผิดพร้อมโทษที่จะได้รับ เนื่องจากการกระทำผิดด้วยการกดไลค์ คอมเม้นท์ แชร์หรือ โพสต์ เพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้ติดคุกได้ สำหรับข้อมูล10 พฤติกรรมเสี่ยงคุกมีดังนี้ 1.อัพโหลดรูปลามกอนาจารโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ตั้งตัวเป็นเจ้ากรมข่าวลือโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ 3.ใช้ความสามารถในทางที่ผิดตัดต่อไม่ว่าจะภาพนิ่วหรือวิดีโอแล้วนำมาเผยแพร่ทำให้เกิดความเสียหาย โทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท จำคุก 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ 4.แอบเซฟขโมยข้อมูลของบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของตนเอง ถ้าหากพบจะดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ รวมทั้งความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์และพรบ.คอมพิวเตอร์ 5.ใส่ร้ายป้ายสีบุคคลอื่นโดยการใช้เทคโนโลยีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาทจำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

            6.ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลการแอบเอาไอดีหรือพาสเวิร์ดผู้อื่นไปใช้โทษทั้งจำทั้งปรับ 7.การแก้ไขหรือลบไฟล์งานของบุคคลอื่นทำให้เกิดความเสียหายโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ 8.การส่งอีเมลลูกโซ่ โทษปรับไม่เกิน100,000บาท 9.การตั้งสำนักข่าวเป็นของตัวเอง อาทิในไลน์ เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ เป็นขอกดแชร์ไว้ก่อนโดยไม่มีการเช็คข้อเท็จจริง และ 10.การโพสต์ข้อความใดๆที่เป็นการหมิ่นเบื้องสูงหรือทำเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน มีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ถือเป็นความผิดร้ายแรงทั้งกฎหมายอาญาและพรบ.คอมพิวเตอร์ โทษจำคุกสูงสุด 15 ปี ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ได้ที่www.tcsd.in.th

            ด้านน.ส.ปนัดดา กล่าวว่า ในฐานะพรีเซ็นเตอร์นั้นอยากฝากไปยังประชาชนและบุคคลทั่วไปว่า ต่อไปนี้จะอ้างว่าไม่รู้กฏหมายไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีการบังคับใช้มาเป็นเวลา 8 ปีแล้ว ยกตัวอย่างกรณีที่ตนโดนนำเอารูปภาพไปตัดต่อเป็นภาพโป๊ ซึ่งทำให้ตนได้รับความเสียหายอย่างมาก จึงเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่จนกระทั่งสืบหาตัวผู้กระทำผิดได้ แต่ผู้กระทำผิดบอกว่าเป็นเพียงคนส่งต่อเท่านั้น ซึ่งก็มีความผิดเช่นกัน

            น.ส.ปนัดดา กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีที่ตนเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยระหว่างคนท้องที่โดนภรรยาของทหารทำร้ายร่างกายที่ สน.ทองหล่อนั้น ทำให้มีเพจบางเพจกล่าวอ้างชื่อตน และกล่าวหาว่าตนสร้างภาพ โดยเบื้องต้นได้มีการพูดคุยสร้างเข้าใจกับทางเพจบางเพจแล้ว พร้อมทั้งทางแอดมินเพจได้ขอโทษจึงไม่ได้ติดใจอะไร แต่สำหรับบางเพจที่มีอีโก้สูง และไม่มีการออกมาขอโทษในสิ่งที่กระทำ ดังนั้นตนจะแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด