
แจกหน้ากากอนามัยป้องกันมลพิษหมอกควัน
เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศสะเดาแจกหน้ากากอนามัย ชาวปัตตานีเริ่มมีปัญหาสุขภาพจ โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯเป็นห่วง
22ต.ค.2558 สถานการณ์หมอกควันที่ปกคลุมในจ.สงขลา ซึ่งปริมาณหมอกควันและค่าฝุ่นละอองยังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเกิน360ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรและสูงที่สุดเป็นครั้งแรกของไทย
บรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา นายไพฑูรย์ วงษ์สกุล หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศสะเดา สำนักงานควบคุมโรคที่16พร้อมเจ้าหน้าที่ได้นำแมสหรือหน้ากากอนามัยไปแจกจ่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางผ่านเข้าออกด่านพรมแดนสะเดา ซึ่งเป็นด่านพรมแดนไทยมาเลเซีย เพื่อสวมใส่ป้องกันมลพิษทางอากาศจากหมอกควันซึ่งขณะนี้ปกคลุมหนาแน่นทั้งในพื้นที่ฝั่งไทยและฝั่งมาเลเซีย แต่บรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะเดาการเดินทางเข้าออกของนักท่องเที่ยวยังคงปรกติแต่อาจจะบางตาเนื่องจากอยู่ในช่วงวันปรกติ โดยเจ้าหน้าที่จะแจกแมสหรือหน้ากากอนามัยให้กับนักท่องเที่ยวต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวปรกติ
ชาวปัตตานีเริ่มมีปัญหาสุขภาพจากหมอกควันอื้อ
บรรยากาศสภาพหมอกควันที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ยังปกคลุมพื้นที่ปัตตานีอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ในวันนี้มีปริมาณหมอกควันหนาแน่นเพิ่มขึ้นและกระจายไปทั่วทุก ประชาชนส่วนใหญ่หาซื้อหน้ากากมาใส่ เพราะปริมาณหมอกควันมากขึ้นกว่าทุกวัน ทำให้อากาศสลัวทั้งวัน นอกจากนั้น การสัญจรไปมา การใช้ยานพาหนะในการสัญจรไปมาต้องระมัดระวัง
สำหรับจากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวัดปริมาณละอองฝุ่น คุณภาพอากาศของพื้นที่จังหวัดปัตตานีพบว่าล่าสุดที่ปัตตานีวันที่ 22 ตค.ปริมาณฝุ่น ละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) มีค่าถึง211ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรจากเดิมไม่ถึง100 ซี่งคุณภาพอากาศอยู่ในเกินแล้ว มีผลกระทบต่อสุขภาพสำหรับบุคคลทั่วไป มีประชาชนเริ่มป่วยจากการได้รับผลกระทบจากหมอกควันแล้ว มลพิษทางอากาศเป็นพิษปวดศรีษะ หายใจไม่คล่องตัว และคนที่เป็นโรคหอบจะมีอาการ
ส่วนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรูสะมิแล อำเภอเมืองปัตตานี นายวีรพงค์ แก้วสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมคณะได้ออกแจกจ่ายผ้าปิดจมูกหรือหน้ากากอนามัย แก่พี่น้องประชาชน พร้อมให้คำแนะนำด้านสุขภาพ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมในพื้นที่ที่มีหมอกควันปกคลุม หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้สวมหน้ากากหรือใช้ผ้าปิดจมูก และติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามข้อแนะนำจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป
โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯเป็นห่วง
พลตรี สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน จึงได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีรถบรรทุกน้ำร่วมกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเร่งฉีดละอองน้ำลดความเข้มข้นของฝุ่นละอองในอากาศ
นอกจากนี้ ยังให้ผู้ว่าราชการในจังหวัดที่มีค่าฝุ่นละอองเกินเกณฑ์มาตราฐานติดตามข้อมูลรายงานสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยร่วมประชุมกับผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ ทั้งที่สังกัด ศธ. และ อปท. ตลอดจนศูนย์ดูแลเด็กเล็กในพื้นที่ หากค่าความเข้มข้นของฝุ่นละอองเกิน 350 ไมโครกรัมต่อ ลบ.ม. ให้ใช้ดุลพินิจประกาศหยุดการเรียนการสอนชั่วคราวได้ พร้อมกันนี้ยังให้สาธารณสุขจังหวัดแจ้งไปยังโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งเร่งแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชน อย่างทั่วถึง ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสุขภาพ ให้คำแนะนำประชาชน
ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรียังขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนงโดยเฉพาะในพื้นที่ทั้งวิทยุชุมชน เคเบิ้ลทีวี หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ช่วยรณรงค์สร้างกระแสการดูแลสุขภาพ เช่น ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกอาคาร หากจำเป็นให้สวมหน้ากากอนามัย ส่วนผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ผู้สูงอายุ เด็ก และหญิงมีครรภ์ ควรงดออกจากบ้านเรือนสักระยะ ส่วนการดำเนินงานของทีมฝนหลวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2 พื้นที่ คือ จ.สงขลา 1ทีม ร่วมกับกองทัพอากาศอีก 1 ทีม และ จ.กระบี่ 3 ทีม แต่เนื่องจาก จ.สงขลา ในขณะนี้มีสภาพทัศนวิสัยจำกัดมากจึงไม่สามารถปฏิบัติการได้ โดยได้มีการปรับแผนให้ทีมฝนหลวง จ.กระบี่ ย้ายไปปฎิบัติการที่ จ.ตรัง ซึ่งทำให้สะดวก ลดระยะทางที่จะปฏิบัติการในพื้นที่สงขลา และจังหวัดชายแดนใต้ โดยให้เร่งปฏิบัติการโดยทันที
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ชี้แจงในที่ประชุม ครม. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ได้ติดต่อประสานงานไปยังประเทศอินโดนีเซีย โดยยืนยันว่าไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่อินโดนีเซียทุกด้าน ซึ่งทางอินโดนีเซียได้แสดงความเสียใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ พร้อมกันนี้ขอขอบคุณในไมตรีจิตของรัฐบาล และประชาชนชาวไทย แต่เนื่องจากระยะทางระหว่างประเทศไทยและอินโดนีเซียค่อนข้างห่างไกล ประกอบกับอากาศยานบรรทุกสารเคมีและน้ำของไทยที่มีอยู่สามารถบรรจุน้ำได้ไม่มากนัก อินโดนีเซียจึงได้ขอความช่วยเหลือจากประเทศใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมก็จะนึกถึงประเทศไทยทันที ทั้งนี้ ไทยและอินโดนีเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเสมอมาในฐานะมิตรประเทศในอาเซียน ท่านนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งในระดับภูมิภาคมาโดยตลอดว่า ทุกประเทศจะต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ก้าวเดินและเติบโตไปด้วยกัน



