
แจกไอแพด4แก่สปท.-กรธ.สัปดาห์หน้า
แจกไอแพด4แก่สปท.-กรธ.สัปดาห์หน้า เตรียมทวงโน้ตบุ๊กอดีตส.ส.ยังไม่ส่งคืน สมชัยหนุนตัดสิทธินักการเมืองโกงตลอดชีวิต ขณะที่วิษณุแจงรบ.มุ่งเอาผิดรบ.ในอดีตที่ทำขาดทุน
เมื่อเวลา 15.10 น. วันที่ 22 ต.ค. 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ทางสำนักสารสนเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เตรียมแจกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 21 คน และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ จำนวน 200 คน เพื่ออำนวยประโยชน์ในการใช้งาน โดยจะเป็นการให้ยืมใช้และต้องคืนเมื่อพ้นสมาชิกภาพ ซึ่งล่าสุดทางสำนักสารสนเทศ ได้มีการแจ้งข้อความเอสเอ็มเอสและมีหนังสือไปยังสมาชิกเพื่อติดต่อรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในสัปดาห์หน้า โดยจะจัดจุดบริการแก่สมาชิกกรธ. ที่บริเวณหน้าห้องประชุมกรธ. ชั้น3 อาคารรัฐสภา3 ในวันที่ 26-27 ตุลาคม นี้ และในวันที่ 27-28 ตุลาคม จะจัดจุดบริการแก่สมาชิกสปท.ที่บริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา 1 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. โดยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวเป็นiPad4 สีขาว รุ่นWifi+Cellularความจุ 64GBพร้อมเคสแบบฝาพับสีดำประทับสัญลักษณ์รัฐสภา ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่เคยแจกให้กับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ทั้งนี้ มีรายงานว่ายังมีอดีตสมาชิกสปช.ที่ยังไม่ส่งคืนไอแพดจำนวน 2 ราย ส่วนกรณีโน๊ตบุ๊กที่เคยแจกให้กับอดีตส.ส. ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังค้างการส่งคืนอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งทางสำนักสารสนเทศ และสำนักกฎหมาย สำนักการคลัง ก็ได้เตรียมดำเนินการกับอดีตส.ส.เพื่อให้มีการส่งคืน หลังจากที่มีการแจ้งเตือนมาโดยตลอด
สมชัยหนุนตัดสิทธินักการเมืองโกงตลอดชีวิต
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) มีแนวคิดจะตัดสิทธิผู้ทุจริตเลือกตั้งตลอดชีวิต ว่า กรธ.คงเห็นว่าการกระทำความผิดไม่สมควรเข้ามาเป็นฝ่ายบริหาร มาบริหารประเทศ จึงเป็นการส่งเสริมคนดีเข้าสู่ระบบการเมือง แต่กระบวนการตัดสินต้องเป็นธรรมกับคนเหล่านั้น ถ้าการตัดสิทธิดังกล่าวไม่สามารถตรวจสอบได้ก็อาจไม่เป็นธรรม ซึ่งมองว่าไม่ได้เชื่อมโยงกับใบแดงของกกต.เพราะใบแดงของกกต.จะตัดสิทธิเป็นครั้งคราว หรือตัดสิทธิคราวละ 1 ปี แต่การตัดสิทธิตลอดชีวิตนี้ควรให้ศาลเป็นผู้พิจารณาชี้ขาดและการตัดสิทธิควรพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
นายสมชัย กล่าวต่อว่า ตนมองว่าถ้ามีกฎหมายนี้ออกมาควรนับจากที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ไม่ควรนำไปใช้ย้อนหลัง เพราะคนที่เคยทำผิดไม่คิดว่าจะต้องโดนแบบนี้ ดังนั้นถ้าจะมีผลบังคับโดยนับย้อนหลังไปนั้น คงไม่เป็นธรรม เพราะถือว่ายังไม่มีประกาศ คนเหล่านั้นไม่สามารถรับรู้ได้ว่าทุจริตแล้วจะโดนตัดสิทธิตลอดชีวิต อย่างไรก็ตาม การออกกฎหมายดังกล่าวจะสามารถปราบการทุจริตเลือกตั้งได้หรือไม่นั้น ตนคิดว่าอาจมีส่วนช่วยทำให้นักการเมืองที่ตั้งใจจะซื้อเสียงยั้งคิดมากขึ้น เป็นการปราบปรามเบื้องต้น แต่คงไม่ได้ผล100 เปอร์เซ็นต์ เพราะยังมีบางส่วนคิดว่าเมื่อเข้าสู่การเมืองได้ก็สามารถฟอกผิดเป็นถูกได้
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า กรธ.อาจจะให้กกต.แจกใบแดงและใบเหลืองได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยไม่ต้องส่งศาลพิจารณา อาจถูกครหาตัดสินไม่เป็นธรรมหรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า ยังไม่รู้ว่าจะได้อำนาจอย่างนั้นหรือไม่ แต่กกต.ต้องมีการปรับปรุงองค์กรกลไกสืบสวนสอบสวนให้มีความโปร่งใส ประชาชนเกิดความเชื่อถือ และหาคนผิดมาดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการครหากกต.จังหวัดที่มีความใกล้ชิดกับนักการเมืองท้องถิ่นนั้น กกต.กลางพร้อมที่จะดำเนินการให้โปร่งใสเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือแก่ประชาชนให้ได้
วิษณุแจงรบ.มุ่งเอาผิดรบ.ในอดีตที่ทำขาดทุน
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงกรณีนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า เหตุใดรัฐบาลไม่ดำเนินการกับโครงการที่ขาดทุนในรัฐบาลอื่น เช่น โครงการประกันราคาข้าวในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือแม้แต่ การขายยางพาราแบบจีทูจีกับประเทศจีนของรัฐบาลนี้ที่ขาดทุนไปกว่า 4 พันล้านบาท แต่กลับดำเนินคดีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า ตนขอตอบว่าการที่รัฐบาลดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำข้าว เพราะ ป.ป.ช.ได้ส่งเรื่องมา ซึ่งรัฐบาลไม่ดำเนินการไม่ได้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ป.ป.ช.ไม่ได้ส่งมาให้รัฐบาลดำเนินการ แล้วรัฐบาลจะไปยกขึ้นมาดำเนินการก็ไม่รู้จะไปตั้งต้นจากตรงไหน ในแง่รัฐบาลก็ต้องตอบเช่นนี้
เมื่อถามว่า รัฐบาลก็ต้องดูว่าแต่ละโครงการที่ผ่านมาทำถูกต้องหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีสิทธิดู ส่วนคดีใดที่ดำเนินการมาโดยป.ป.ช. และเมื่อศาลตัดสินให้แพ้ รัฐบาลปลอดภัย แต่รัฐบาลและป.ป.ช.เมื่อได้สั่งอะไรไปแล้วไม่ทำ ปล่อยให้คดีหมดอายุความ ถ้าเป็นเช่นนั้นรัฐบาลจะผิด
“ที่เล่นงานเรื่องจำนำข้าวทุกวันนี้ เพราะป.ป.ช.เขาเคยบอกและเตือนรัฐบาลในขณะนั้นมาแล้ว และไม่ใช่เพราะรัฐบาลในขณะนั้นยังเพิกเฉยหรอกหรือ มันถึงได้มีเรื่องอยู่”นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่า แถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยล่าสุด ระบุถึงการไม่ได้รับความเป็นธรรม ในกรณีจำนำข้าวเพราะเป็นนโยบายที่ได้หาเสียง และแถลงต่อรัฐสภา จึงไม่สามารถนำมาประเมินผลกำไรขาดทุนจากโครงการดังกล่าวซึ่งเป็นแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็รับทราบ ส่วนจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ตนไม่ได้เป็นกรรมการสอบสวนในเรื่องนี้
จ่อแนะกรธ.แก้กับดักการบริหารราชการแผ่นดิน
นายวิษณุ กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา กรณีมีมติรับทราบหนังสือขอรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อนำความคิดเห็น ข้อเสนอแนะไปประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า นายมีชัยทำหนังสือถึงหลายองค์กร แต่ในกรณีขององค์กรอิสระนั้น กรธ.จะเชิญไปรับทราบข้อเสนอเอง สำหรับหน่วยงานที่ไม่สะดวกไปรับทราบข้อเสนอ กรธ.ก็มีหนังสือถามมา เช่น ครม. ซึ่งนายกฯ ได้ให้ความเห็นชอบในที่ประชุมครม. และมอบหมายให้ตนเป็นผู้รวบรวมข้อเสนอและทยอยส่งไปให้กรธ.พิจารณา ซึ่งขณะนี้ครม.นึกได้อยู่ 1-2 ประเด็นเท่านั้น โดยหยิบยกปัญหาที่ครม.ต้องประสบ ซึ่งเป็นปัญหาที่คิดว่ารัฐบาลต่อไปอาจต้องประสบเช่นเดียวกัน จึงถือเป็นอุปสรรคในการบริหารราการแผ่นดิน แต่ขณะนี้ครม.ยังไม่เห็นร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะฉะนั้น จึงไม่ถือเป็นการไปวิจารณ์ร่างฯ ว่ามีประเด็นใดที่ครม.อยากจะตั้งข้อสังเกตไปก่อนเพื่อให้กรธ.เตรียมร่างฯไว้ ส่วนที่หลายฝ่าย เช่น ข้อเสนอของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี หรือนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ประธานสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งความเห็นไปยังครม.หรือส่งให้นายกฯ เราก็จะรวบรวมและกลั่นกรองก่อนส่งให้กรธ.พิจารณาด้วย
เมื่อถามว่า ปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดินขณะนี้คืออะไร นายวิษณุ กล่าวว่า ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ รออีกสักพักก่อน เป็นเรื่องส่วนรวมระดับประเทศไม่เกี่ยวกับหน่วยงานใดทั้งสิ้น ซึ่งปัญหานี้ถูกพูดถึงมาตั้งแต่สมัยนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว
เมื่อถามว่า จะนำข้อเสนอจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วขึ้นมาพิจารณาเสนอใหม่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี เพราะต้องดูร่างฯ ฉบับใหม่ก่อน หากเอาฉบับนั้นเสนอไปครม.ก็เชย อย่างไรก็ตาม ในเดือนม.ค. 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่กรธ.จะส่งร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นทางการมาให้ครม.ทราบ ถึงจะวิจารณ์เนื้อหาในร่างได้ แต่ตอนนี้กรธ.ยังไม่ได้ส่งอะไรมา เพียงแค่ขอความเห็นเท่านั้น ทั้งนี้ข้อเสนอในการร่างรัฐธรรมนูญของคสช.นั้น
เมื่อถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้ถึงเวลาที่ควรเขียนแบบคนยุคใหม่หรือไม่ เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว นายวิษณุ กล่าวว่า ถูกต้องที่สุด แต่ว่าขณะเดียวกันเราก็ต้องคิดอะไรหลายอย่าง เพราะหากจะร่างให้เป็นฉบับอมตะก็ต้องคิดถึงอนาคตด้วย มากกว่าการเขียนเพื่อแก้ปัญหาในปัจจุบัน เพราะปัญหารัฐธรรมนูญที่ผ่านมามุ่งแต่จะแก้ไขอดีต ซึ่งความจริงถูกต้องแต่ถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะไม่ได้คิดที่จะมุ่งแก้ไขปัญหาในอนาคต พอเกิดปัญหาใหม่ขึ้นก็เลยจังงังกันไปหมด พอจะเปิดรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขปัญหาก็ไม่รู้จะเอามาตราไหนมาแก้ดี นั่นคือปัญหา
เมื่อถามว่า จะนำข้อท้วงติงในร่างฯ ที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาพิจารณาด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า คงไม่ เพราะว่าในร่างฯใหม่อาจจะไม่มีข้อท้วงติงเหล่านี้อยู่ก็ได้ ส่วนกรอบปฏิรูปที่จะทำให้รัฐบาลต่อไปสานต่อนั้น ถ้าคิดได้ก็จะเสนอไป แต่หากคิดไม่ได้ก็ยังไม่บอก เพราะบางเรื่องเราไม่จำเป็นต้องทำหนังสือเพียงแต่ยกโทรศัพท์คุยกันก็ได้
เมื่อถามว่า มีนักกฎหมายหัวก้าวหน้าหลายคนออกมาท้วงติงว่าคนหัวเก่ายังคงพิทักษ์รัฐธรรมนูญแบบเดิมและไม่ยอมที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงจึงถือเป็นตัวถ่วง นายวิษณุ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นใครที่บอกว่าไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง เพราะบางอย่างดีอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน เพราะราชอาณาจักรไทยมีหนึ่งเดียวจะตีลังกาเปลี่ยน มันก็เขียนได้แค่นั้น แต่ตนก็เห็นตรงกันหมดว่าควรจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อครึ่งหนึ่งเอาไว้รับกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดมาแล้ว แต่ไม่อยากให้เกิดอีกหรือปัญหาที่แก้ไม่ได้ วันนี้มีโอกาสแก้แล้วก็ดำเนินการ ส่วนอีกครึ่งคือการรับมือกับปัญหาอนาคต เพราะรัฐธรรมนูญต้องใช้ไปอีกนาน ปัญหาใหม่ๆ อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้แบบที่เราไม่เคยนึกมาก่อน เช่น วันนี้ยุโรปก็มีปัญหาผู้ลี้ภัยเป็นล้านคนอพยพข้ามประเทศ พอเกิดขึ้น เราก็เอามาตราใดมาใช้ยากเหมือนกัน
นายวิษณุ กล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างฯมากที่สุด เราก็เปิดโอกาสรับฟังความเห็นอยู่ การทำประชามติเป็นส่วนหนึ่งแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด การเสนอความเห็นก็เป็นอีกส่วนหนึ่งแต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดเหมือนกัน เพราะหลายคนอาจขี้เกียจเขียนเราก็จะถือว่าการไม่เสนอเป็นเห็นด้วยก็ไม่ได้ หรือแม้แต่ประชามติที่บางคนไม่ออกจากบ้านมาโหวต แล้วมาบอกว่าเขาเห็นด้วยมันก็พูดยาก เพราะฉะนั้นก็ต้องคิดว่าทำอย่างไร ดังนั้นก็ต้องดูแบบสากลว่าเขาทำกันอย่างไร
นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรณีนายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นว่าหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ผ่านประชามติ ให้นำรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 มาประกาศใช้ และปรับแก้บทเฉพาะกาลให้สอดคล้องสถานการณ์ปัจจุบัน ว่า รับทราบ เพราะก็มีคนอื่นที่เสนอมาคนละแบบอีกจำนวนมาก โดยขณะนี้ได้แต่คิดไว้ในใจหากประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งต่อไปไม่ผ่าน แต่ยังไม่ได้มีการหารือกันว่าจะทำอย่างไร ทีนี้ หากพูดกันมากๆ ในตอนนี้ เดี๋ยวคนจะนึกกันว่าตั้งท่าจะไม่ให้ผ่านกันแล้ว
เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญร่างเสร็จแล้วไปทำประชามติเลย นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ได้คิดว่าห่วงหรือหวาดเสียวอะไร มันก็ต้องทำอย่างนั้น ทำอย่างอื่นไม่ได้ ซึ่ง กรธ. ได้พยายามพูดแล้วว่าจะค่อยๆ ปล่อยเนื้อหาออกมาให้เห็น เพราะฉะนั้นเมื่อคนได้เห็นและเข้าใจ รับรู้เสียตั้งแต่ต้น เมื่อถึงเวลาต้องทำประชามติ ประชาชนก็อาจจะเข้าใจเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญได้ไม่ยากนัก อย่างไรก็ตาม กรธ.ถือว่าถูกบีบด้วยเงื่อนไขของเวลา แต่จะขอเวลาเพิ่มจาก 6-4-6-4 เป็น 6-6-6-6ก็ไม่ได้ มันนานไป
เมื่อถามว่า ครั้งร่างรัฐธรรมนูญของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.ยกร่างฯ) ระบุว่าหากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องผ่านไปอย่างน้อย 5 ปีนั้น แล้วร่างใหม่นี้จะยึดแบบเดิมหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ที่กรธ.จะคิด ตนตอบไม่ถูก จะไปชี้นำเขาก่อนก็คงไม่ได้
เมื่อถามว่า นอกจากปัญหาที่ผ่านมาในรอบ 10ปี คิดว่าหลังจากนี้จะมีปัญหาที่ซับซ้อนกว่านี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มันต้องมีแน่ ทำไมจะไม่มี คนมันฉลาดขึ้น คนมันพลิกแพลงขึ้น และปัญหาแวดล้อมหลายอย่างมันกดดันให้คนทำสิ่งที่ไม่เคยคิดมาก่อน หรือแม้แต่ปัญหาที่อาจจะตามมาจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก็ต้องคิดรับมือ และอีกหลายต่อหลายเรื่อง ที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญก็ต้องคิดแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม ถ้ามองปัญหาการเมืองแบบไทยๆ ต่อไปก็ย่อมต้องมีปัญหาอยู่แล้ว เราถึงเรียกหาความปรองดอง เพราะมันมีโอกาสจะเกิดความขัดแย้ง จึงต้องคิดมาตรการหลายอย่าง
“อย่าไปพูดมากเลย เรื่องให้เดาปัญหานั้นเดาได้เยอะ คุณไปนั่งอยู่บ้านเดี๋ยวก็คิดออก คิดคำตอบยังยาก คุณให้คิดปัญหาอีกว่ามีปัญหาอะไร ก็จะได้หาทางแก้ ถ้าผมหลวมตัวบอกคุณว่ามีปัญหา ต่อไปคุณก็จะถามว่าแก้อย่างไรต่อ เขาถึงให้มี คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.)” นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ามองคปป.เป็นตัวเลือกในการแก้ปัญหาใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า “ไม่ตอบ” เมื่อถามต่อว่า มีโอกาสจะเกิดคปป.ขึ้นอีกมากน้อยเท่าไหร่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ไม่ทราบ” เมื่อถามอีกว่าหวั่นหรือไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านหากมีคปป. นายวิษณุ กล่าวว่า “ไม่หวั่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยังบอกเลยว่าไม่หวั่น”
อย่างไรก็ตาม นายวิษณุ กล่าวว่า คนที่มาร่างรัฐธรรมนูญตนไม่ห่วงว่าเป็นคนเก่าหรือคนใหม่ อย่าไปแบ่งเลย ตนพูดมาหลายครั้งแล้ว ม.ร.ว.คึกฤทธ์ ปราโมทย์ก็เคยกล่าวไว้ว่า คนใหม่เสียเปรียบที่ไม่เคยเก่า ส่วนคนเก่าได้เปรียบเพราะว่าเคยเห็นอะไรต่ออะไรมาเยอะในอดีต แต่อาจจะไม่เห็นอนาคต หรืออาจจะมองเห็นอนาคตก็ได้ แต่เท่าที่ตนดูกรธ.ทั้ง 21 คน เป็นคนใหม่ๆ ก็เยอะ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ.เองก็ไม่ใช่คนธรรมดา ใครไปใช้คอมพิวเตอร์แข่งกับแก ตนว่าแพ้
มีชัยแจงวางหลักหน้าที่รัฐ
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรธ. พิจารณาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้มีหมวดว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ แทนหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ว่า เพื่อเป็นการบังคับให้รัฐจะต้องทำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยหลักการที่จะกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นหลักการที่รัฐต้องทำแม้ในความเป็นพรรคการเมืองไม่ได้กำหนดเป็นนโยบายไว้ก็ตาม เช่น กำหนดให้รัฐต้องคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยน์สูงสุดเพื่อประชาชนเป็นส่วนรวม รัฐต้องดำเนินการ หากรัฐไม่ดำเนินการ ประชาชนมีสิทธิที่จะฟ้องร้องให้รัฐกระทำได้ หรืออาจถูกพิจารณาในกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎร ต่อการลงคะแนนไม่ไว้วางใจ รวมถึงถูกดำเนินคดีอาญาได้ด้วย ขณะที่การกำหนดรายละเอียดังกล่าวจะแตกต่างจากการเขียนบทบัญญัติในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ที่เดิมรัฐจะเลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ โดยขณะนี้ที่ประชุมอยู่ระหว่างการพิจารณาดูว่าสิ่งใดที่รัฐควรทำ โดยอย่างน้อยต้องเป็นระดับขั้นต่ำสุดที่รัฐต้องดำเนินการ ส่วนกรณีที่จะกำหนดให้การปฏิรูปประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐด้วยหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่าอาจเป็นไปได้ แต่รายละเอียดยังไม่ได้พิจารณา เพราะที่ประชุมยังคุยกันเพียงแค่ว่าหากจะกำหนดให้รัฐต้องดำเนินการจะดีกว่าที่เขียนว่าควรได้รับสิทธิอะไรหรือไม่ เบื้องต้นแนวโน้มเห็นว่าดี สำหรับการเขียนบังคับให้รัฐต้องทำไม่ต้องรอข้อเสนอจากประชาชน เพราะหากเขียนรัฐธรรมนูญให้ตามความต้องการของประชาชน เช่น ให้รัฐต้องกำหนดราคาขายข้าวเกวียนละ 15,000 บาท อาจทำให้เกิดการ
เมื่อถามว่าจะเขียนการปรองดองไว้ในหน้าที่ของรัฐด้วยหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า ตนมองว่าหากจะเขียนไว้คงลำบาก เว้นแต่จะหาวิธีการได้ ว่าจะปรองดองอย่างไร เพราะหากเขียนแค่ให้รัฐต้องปรองดองแต่ไม่ได้เขียนวิธีการ อาจเกิดปรากฎการณ์ที่รัฐนำเงินไปแจกให้ประชาชนอีกได้ ดังนั้นการพิจารณาประเด็นดังกล่าวต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริง
กรธ. เริ่มถกประเด็นตั้งพรรคการเมือง
ที่รัฐสภา นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกคณะกรรมากรร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แถลงถึงความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญ โดยยังคงพิจารณาเป็นรายมาตรา ในหมวดที่ 3 เรื่องสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ประกอบด้วย มาตรา 43-46 โดยมีรายมาตราที่น่าสนใจดังนี้ ในมาตรา 43 เป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองเสรีภาพในการรวมตัวเป็นสมาคม สหกรณ์ เป็นต้น ซึ่งการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการกระทำดังกล่าวทำได้เพียงเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และเพื่อป้องกันการผู้ขาด มาตรา 45 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิของบุคคลในการแสดงความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำนโยบายสาธารณะของรัฐ หรือการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมใดๆที่อาจจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต
นายนรชิต กล่าวอีกว่า ในวันนี้เป็นการพิจารณา ในมาตรา 46/1 – 49 โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจคือ ในมาตรา 46 เป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน ตามจรรยาบรรณแห่งการประกอบอาชีพ ต่อในมาตราที่ 48 เป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ แต่สิทธิดังกล่าวอาจจะถูกจำกัดได้ โดยกฎหมายเฉพาะเพื่อการรักษาความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น อีกทั้งยังมีเรื่องของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพรวมกันจัดตั้งพรรคการเมืองตามวิถีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งระบุในมาตรา 49 โดยมาตราดังกล่าวกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา
นายนรชิต กล่าวอีกว่า การพิจาณาเป็นรายมาตราช่วงนี้เป็นเพียงการสรุปสาระสำคัญในแต่ละมาตรา โดยยังไม่ได้เคาะให้เป็นข้อกฎหมาย โดยการเขียนให้เป็นภาษากฎหมายนั้นจะยึดหลักของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญสั้นและกระชับทั้งนี้ในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ทางกรธ. ได้เปิดช่องทางทั้ง 11 ช่องทางเหมือนอย่างที่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ทำ โดยยืนยันว่าความเห็นของประชาชนจะถึงมือ กรธ. อย่างแน่นอน โดยขณะนี้ก็มีข้อเสนอแนะบางเรื่องที่ กรธ. ให้ความสนใจ
สปท.เร่งดันนิรโทษฯทุกสีก่อนเลือกตั้ง
นายสมพงษ์ สระกวี สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) กล่าวถึงแนวทางปฏิรูปการเมืองของสปท. ว่า ในการประชุมกลุ่มย่อยของสปท.ด้านการเมือง เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้พูดถึงภารกิจเร่งด่วนที่ต้องปฏิรูปทางการเมืองคือ การสร้างบรรยากาศความปรองดอง โดยได้หยิบยกเรื่องการนิรโทษกรรมมาหารือกันและเห็นตรงกันในหลักการว่า ควรนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดทุกสีเสื้อทั้ง กลุ่มพันธมิตรฯ นปช. และกปปส. ที่มีความผิดคดีเล็กน้อย ซึ่งมีมูลเหตุการกระทำผิดมาจากแรงจูงใจทางการเมือง แต่ยังไม่มีการกำหนดประเภทคดีเล็กน้อยที่จะได้รับนิรโทษกรรม ส่วนแกนนำการชุมนุม ตลอดจนความผิดคดีทุจริต คดีมาตรา 112 และผู้ที่หนีคดีไปอยู่ต่างประเทศจะไม่อยู่ในข่ายได้รับการนิรโทษกรรม
“เรื่องดังกล่าวจะเป็นหัวข้อแรกๆที่จะผลักดันให้สปท.ดำเนินการ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมก่อนมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ “นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวว่า ส่วนจะมีการตั้งคณะกรรมการปรองดองขึ้นมาเพื่อผลักดันเรื่องการนิรโทษกรรมหรือไม่ ที่ประชุมยังไม่ได้พูดถึง แต่จะนำแนวทางคณะกรรมการศึกษาการสร้างความปรองดอง ชุดที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)เคยศึกษาไว้ นำมาสานต่อ อีกเรื่องที่ประชุมกลุ่มย่อยสปท.ด้านการเมืองหารือกันคือ ทุนพรรคการเมือง ที่มีการวางหลักการว่า อยากให้ประชาชนร่วมเป็นเจ้าของพรรคการเมือง จะต้องวางแนวทางให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคการเมืองตัวจริง เพื่อไม่ให้พรรคการเมืองอยู่ใต้อิทธิพลของนายทุนเหมือนในปัจจุบัน
โฆษกรบ.ไม่โต้กระแสปลุกใส่เสื้อแดงให้กำลังใจ'ปู'1พ.ย.
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงกรณีที่มีการแชร์ภาพที่มีข้อความเชิญชวนให้สวมเสื้อสีแดงในวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ย.นี้ เพื่อแสดงพลังในการให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลไม่ต้องการขยายความขัดแย้งและไม่ต้องการเปิดประเด็นความขัดแย้ง
เอาเป็นว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รับทราบความเคลื่อนไหวของสังคมในประเด็นดังกล่าวแล้ว และขอให้ประชาชนใช้ดุลยพินิจว่าการแบ่งสีด้วยการเชิญชวนการแต่งเสื้อสีจะเป็นการทำให้เกิดการแบ่งแยกขึ้นในสังคมอีกหรือไม่ ซึ่งเราต้องเคารพกฎกติกาและกฎหมาย ถ้าเอาความรู้สึกส่วนตัวเป็นที่ตั้งจะทำให้การแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองลำบาก เพราะนี่ใช่วิธีการขจัดความขัดแย้งและใช่วิธีการละลายพฤติกรรมทำให้คนกลับมาหลอมรวมใจกันหรือไม่ ทั้งนี้ในส่วนรัฐบาลให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรมเป็นหลักมากกว่าการตอบโต้ไปมา
โฆษกนปช.ปัดเอี่ยวจัดกิจกรรมใส่เสื้อแดง
นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช. กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าว ในส่วนของ นปช. ส่วนกลาง ไม่ได้มีมติ หรือมีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้ น่าจะเป็นกลุ่มในโซเชียลเน็ทเวิร์คหรือเป็นกลุ่มอื่นๆที่ต้องการให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์มากกว่า แต่ในส่วนของ นปช. ก็ยืนยันที่จะต่อสู้ในเรื่องของประชาธิปไตยต่อไป แต่ก็ยังจะไม่มีการจัดกิจกรรมต่อไป
วรชัยแต่ท้ารัฐใช้ม.44หากจะห้าม
นายวรชัย เหมะ แกนนำนปช. กล่าวกรณีที่มีการนัดหมายผ่านโซเชียลเน็ทเวิร์คให้ใส่เสื้อแดงในวันอาิทตย์ที่ 1 พ.ย. เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ในโซเชียลแชร์ข้อความนี้มากันเยาอะมาก เราเห็นแล้วเราก็ส่งต่อให้พรรคพวกเรา เพราะคิดว่าการใส่เสื้อแดงเพื่อให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไม่ใช่การชุมนุม และกฎหมายก็ไม่ได้ห้าม
นายวรชัยระบุว่า เรื่องนี้นปช.ไม่ได้เป็นคนต้นคิด แต่การที่คนนัดใส่เสื้อแดงเพราะรู้สึกว่าคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ยุติธรรม 2 มาตรฐาน รีบเร่ง เมื่อคนที่ใส่ก็เป็นคนที่สงสารและเห็นใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ใส่เพื่อชุมนุม เพราะข้อความเขาบอกว่า ใส่เพื่อแสดงสัญลักษณ์ให้กำลังใจ อย่างไรก็ตามหากจะห้ามไม่ให้ใส่เสื้อสีแดงก็ดูจะเป็นการจำกัดสิทธิของประชาชนเกินไป แต่ถ้าจะห้ามกันก็ให้นายกฯใช้มาตรา 44 สั่งมาเลยว่าวันที่ 1 พ.ย.นี้ ห้ามใส่เสื้อสีแดง จะได้รู้ว่าบ้านเราใส่เสื้อสีแดงไม่ได้
ศาลแพ่งยกฟ้องเฉลิมคดีศรีสุบรรณฟาร์ม
ศาลมีคำพิพากษาคดีที่ บริษัท ศรีสุบรรณ ฟาร์ม จำกัด ธุรกิจของตระกูลเทือกสุบรรณ ประกอบกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีต รมว.มหาดไทย และ กระทรวงมหาดไทย เป็นจำเลยที่ 1-2 เรื่องกระทำละเมิดจากการให้สัมภาษณ์หมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามฟ้องโจทก์ปี 2551 ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค.51 ร.ต.อ.เฉลิม จำเลยที่ 1 ขณะดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย สังกัด กระทรวงมหาดไทย จำเลยที่ 2 ได้แพร่หลายข้อความอันเป็นเท็จด้วยการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ทำนองว่า มีการบุกรุกที่ของราชการ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี 2,000 กว่าไร่ ด้วยวิธีการคลาสสิกให้ชาวบ้านมาจับจองที่ดิน แล้วรวมกลุ่มนำที่ดินไปขายให้บริษัทหนึ่ง จากนั้นนำไปขายต่อให้บริษัทหนึ่ง และบริษัทนั้นนำที่ดินไปจดจำนองกับธนาคารแล้วไม่ชำระหนี้ โจทก์ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดแล้วฟ้องขับไล่ คนในพื้นที่บอกว่าร่วมมือกันมาตั้งแต่ต้นไม่ใช่หรือ หลอกพวกเขาให้มาอยู่เพื่อให้ได้สิทธิครอบครองแล้วรวบรวมเอาไปขาย แล้ววันนี้มาฟ้องขับไล่ ซึ่งการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวทำให้โจทก์เสียหาย
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่นำสืบแล้ว เห็นว่า ร.ต.อ.เฉลิม จำเลยที่ 1 ให้สัมภาษณ์ โดยไม่รู้ว่าไม่เป็นความจริง โดยเป็นการกล่าวตามที่ได้รับหนังสือร้องเรียนจากราษฎร ตามที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็น รมว.มหาดไทย ขณะนั้น มีหน้าที่กำกับดูแลกรมที่ดิน ดังนั้นจึงเป็นการไขข่าวจากข้อความของเรื่องร้องเรียนและรายงานข้อเท็จจริงจากกรมที่ดิน จึงไม่เป็นการละเมิดโจทก์ ร.ต.อ.เฉลิม จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 และ กระทรวงมหาดไทย จำเลยที่ 2 ในฐานะหน่วยงานของรัฐซึ่งจำเลยที่ 1 สังกัดอยู่ก็ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเช่นกัน พิพากษาให้ยกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีการสัมภาษณ์ของ ร.ต.อ.เฉลิม ดังกล่าว บจก.ศรีสุบรรณฯ โดยนายผดุงเกียรติ พรหมแก้ว ผู้รับมอบอำนาจและผู้ถือหุ้น ก็ได้ยื่นฟ้องเป็นคดีอาญา หมายเลขดำ อ.1185/2551 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 ด้วย ซึ่งศาลอาญา มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 ม.ค.58 ให้ยกฟ้อง ร.ต.อ.เฉลิม จำเลย เนื่องจากเป็นการแถลงข่าวในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่ โดยได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน



