
ใต้หมอกควันยังวิกฤติกระทบเที่ยวบินเดินเรือ
ใต้หมอกควันยังวิกฤติกระทบเที่ยวบินเดินเรือ นราธิวาสเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว ท่องเที่ยวตรังห่วงนักท่องเที่ยวหนีช่วงไฮซีซั่น
22ต.ค.2558 สถานการณ์หมอกควันจากไฟป่าบนหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ที่พัดผ่านและปกคลุมพื้นที่ จ.นราธิวาส รอบที่ 4 ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยภาพรวมล่าสุดสถานการณ์หมอกควันไฟป่าเริ่มแผ่ปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส มีปริมาณหนาแน่นอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ในช่วงคืนที่ผ่านมาจะมีฝนตกลงมาแพรกระจายปกคลุมในพื้นที่บางอำเภอก็ตาม ซึ่งปัญหาหมอกควันไฟป่าที่ปกคลุมในพื้นที่ครั้งนี้ สามารถมองเห็นได้เด่นชัดด้วยตาเปล่า และมีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปมาตามท้องถนน ทำให้มีอาการแสบตาและแสบจมูกจากกลิ่นเหม็นของควันไฟไหม้ป่า ที่ชาวนราธิวาสถือว่าไม่เคยมีมาก่อนในรอบ 10 ปี
ทั้งนี้ ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ อ.เมืองนราธิวาส ในช่วงเวลา 08.00 น.ของวันนี้(22 ต.ค.) พบปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน มีค่าเท่ากับ 122 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สูงกว่าวานนี้ 36 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าเกินมาตรฐานและได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแล้วในขณะนี้
ท่องเที่ยวตรังห่วงนักท่องเที่ยวหนีช่วงไฮซีซั่น
นายแพทย์สมชัย เจียรนัยศิลป์ ประธานสภาอุตสากรรมการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง และรองประธานหอการค้าจังหวัดตรังแสดงความห่วงใยถึงหมอกควันไฟป่าจากประเทศอินโดนีเซียที่พัดปกคลุมภาคใต้ว่า โดยเฉพาะที่จังหวัดตรัง เป็นระลอกที่ 5 ของปีนี้แล้ว หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อต่อไปจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีชั่นของภาคใต้ฝั่งอันดามัน ก็จะทำให้เกิดผลกระทบต่อการท่องเที่ยวทันที โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งให้ความสำคัญต่อเรื่องสิ่งแวดล้อม และจะรู้สึกกังวล หรือซีเรียสต่อสถานการณ์ภัยธรรมชาติแบบนี้ และอาจเปลี่ยนไปท่องเที่ยวยังจุดอื่นแทน
ขณะเดียวกันในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทยเอง ปัจจุบันก็มีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ยิ่งขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงหน้าหนาว ซึ่งปกติแหล่งท่องเที่ยวทางภาคเหนือ หรือภาคอีสาน ก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยสูงอยู่แล้ว โดยเฉพาะในช่วงปลายปีถึงต้นปีดังนั้น หากพื้นที่ภาคใต้ยังคงเกิดปัญหาหมอกควันไฟป่าขึ้นบ่อยครั้งและยาวนานต่อเนื่องเช่นนี้ ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยบางส่วนหนีไปท่องเที่ยวในภาคอื่นๆ แทนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับประเทศอินโดนีเซียเพื่อให้รีบเร่งเข้ามาจัดการปัญหาหมอกควันไฟป่าให้จบสิ้นโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
ชาวบ้านร้องรัฐเร่งแก้ปัญหาหมอกควัน
นางอารีรัตน์ บุญประเสริฐ อายุ 52 ปี กล่าวว่า รู้สึกอึดอัดมาก สูดอากาศหายใจไม่สะดวก เป็นปัญหาซ้ำซาก อยากให้หน่วยงานต่างๆเข้ามาดูแลแก้ปัญหา ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหาซ้ำซากอยู่อยางนี้ตลอดทำให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนมาก
เช่นเดียวกับนางสาวชิฎาพา อัศวชยานนท์ อายุ 39 ปี กล่าวว่า ตนปั่นจักรยานออกกำลังกายขึ้นไปบนเขาบรรทัด เส้นทางถนนไปสายตรัง – พัทลุงทุกวัน แต่ขณะนี้ปั่นออกกำลังไม่ได้แล้ว เพราะหมอกควันหนามาก ทำให้แสบจมูก คนปั่นจักรยานจะต้องใช้พลังงานมาก ต้องการออกซิเจนเลี้ยงร่างกายมาก แต่กลับได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทนอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก ทำให้เกิดอาการหน้ามืด วูบ หรือช๊อกได้ ส่วนตัวสังเกตเห็นตัวเองมีอาการหน้ามืด จึงงดการปั่นจักรยานเลย แต่ถ้าคนอื่นที่ปั่นปกติไม่ต้องปั่นขึ้นภูเขา ก็อาจปั่นได้ แต่ต้องมีผ้าปิดปากปิดจมูก เพราะหมอกควันหนาเป็นอันตรายมาก
หมอกควันกระบี่เกินค่ามาตรฐานเที่ยวบินเริ่มดีเลย์
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสภาพหมอกควันที่พัดปกคลุมพื้นที่ จ.กระบี่ ล่าสุดจากการวัดค่าปริมาณฝุ่นละอองในอากาศของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยพบว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ MP 10 เมื่อเวลา 09.00 น.มีปริมาณ 124 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดต้องไม่เกิน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังจากเมื่อวานนี้(21 ต.ค.) สถิติสูงสุด 180 ไมโครกรัม
เบื้องต้นทาง กฟผ.กระบี่ ได้แจ้งไปยังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ เพื่อแจ้งเตือนไปยังประชาชนให้ระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจ นอกจากนั้น ปัญหาหมอกควันช่วงเช้าที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อการบิน 1 ไฟล์ ทำให้เครื่องบินของสายการบินไลออนแอร์ ดีเลย์นานประมาณ 30 นาที ส่วนเที่ยวบินอื่นๆ สามารถขึ้นลงได้ตามปกติ
สตูลวิกฤติค่ามาตรฐานพุ่งสูงกระทบเดินเรือ
ปัญหาหมอกควันไฟป่าจากประเทศอินโดนีเซียที่แผ่เข้าปกคลุมพื้นที่จังหวัดสตูลทุกอำเภอในขณะนี้ พบว่า ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งเรื่องสุภาพทางการหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ และประชาชนหันมาสวมใส่หน้ากากอนามัยที่รับมาจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล และร้านขายยาทั่วไป
ล่าสุดสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสตูลรายงานมลพิษหมอกควันภาคใต้ จากเมื่อช่วงบ่ายวานนี้วัดค่าอากาศวัดได้ ที่ 172 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนล่าสุดตอนนี้อยู่ที่ 192 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขยับขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ทางจังหวัดสตูลประกาศเตือนคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง มีผลต่อสุภาพร่างกาย
เช่นเดียวกับชาวเรือรับจ้างข้ามฝากตามเกาะแก่งในพื้นที่ของอำเภอเมืองสตูล เช่น ตามเกาะปูยู เกาะยาว เกาะสาหร่าย ที่ห่างจากฝั่งประมาณ 10-20 กิโลเมตร ได้รับผลกระทบไม่สามารถขับเรือไปส่งลูกค้าได้อย่างสะดวก พร้อมกับขับเรือได้หลงพลัดหลงเส้นทางร่องน้ำ จากวิสัยทัศน์ในการมองเห็นต่ำลง โดยต้องขับเรือช้าๆ และขับตามกันไปเพื่อป้องกันชนเรือลำใหญ่ เพราะเป็นเส้นทางเดินเรือเดียวกับเส้นทางเรือเฟอรรี่ขนาดใหญ่
นายเจะดาก หมัดยาดำ อายุ 62 ปี อาชีพรับจ้างขับเรือส่งผู้โดยสารข้ามเกาะ กล่าวว่า ตอนนี้เริ่มขับเรือหลงทิศกันแล้ว ซึ่งเรือที่ใช้เป็นเรือหางยาวที่ขับโดยดูเส้นทางร่องน้ำ แต่วันนี้หมอกหนามากต้องขับตามกันไป บางลำขับหลงไปอีกเกาะที่อยู่ใกล้กัน แม้ระยะทางแค่ 10 กิโลเมตรกว่าๆ ก็ยังขับหลง ขับเรือพ้นไปพื้นที่อื่น จึงฝากถึงจังหวัดสตูล โดยฝากถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ควรเร่งหาทางออกช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะการทำสัญลักษณ์เตือนคุณภาพอากาศที่ชัดเจนมากกว่านี้ ไม่ใช้ออกติดแค่จุดเดียวที่ศาลากลาง ควรนำมาติดที่ท่าเทียบเรือต่างๆได้ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนข้ามฝากได้ดู พร้อมกับควรแจกจ่ายหน้ากากให้กับประชาชนทุกจุด ไม่ใช่แจกจ่ายบางจุดชาวบ้านได้รับผลกระทบเดือดร้อนในเรื่องตรงนี้
สุราษฎร์ธานีสิ่งแวดล้อมสั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด
จ.สุราษฎร์ธานี ได้ตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ในช่วงเช้าวันนี้ ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กวัดได้ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้ค่ามาตรฐาน 117 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าเริ่มเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว แต่ทั้งนี้ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แนะนำให้ป้องกันตัวเอง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็ก ห้ามเล่นกีฬากลางแจ้ง และสวมหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้าน
ขณะที่หน่วยงานภาครัฐจังหวัดสุราษฎร์ธานีหลายแห่ง ได้ย้ำเตือนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะสำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัด และสำนักงานภาค 14 หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งทางจังหวัดและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือน ต.ค. และฝากไปยังประชาชน โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุควรสวมหน้ากากอนามัย เมื่อต้องทำกิจกรรมนอกบ้านและไม่ประมาท
นางรัชนี ทองพันธ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการจัดการสิ่งแวดล้อม สำนักงานภาค 14 กล่าวว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และรายงานผลทุกชั่วโมงของแต่ละวันไปยังกรมควบคุมมลพิษ เพื่อประมวลสถานการณ์.และบางช่วงเวลาในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีหมอกควันหนาแน่น.เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ



