
มท.1วอนผู้ค้าสะพานเหล็กออกพ้นพื้นที่
มท.1วอนผู้ค้าสะพานเหล็กออกพ้นพื้นที่ หนุนกทม.ลุยรื้อคืนให้เป็นพื้นที่สาธารณะโบราณสถาน กทม.เดินหน้าปรับปรุงคลองโอ่งอ่าง เมินผู้ค้าขอขยายเวลา 3 เดือน
21ต.ค.2558 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมหารือข้อราชการถึงกรณีเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร( กทม.) เข้ารื้อถอนเพื่อปรับภูมิทัศน์บริเวณคลองโอ่งอ่าง ย่านสะพานเหล็ก ว่า สำหรับคลองโอ่งอ่างถือ เป็นเส้นทางระบายน้ำ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว ถือเป็นคลองเก่าแก่ เรื่องนี้เป็นปัญหามานาน ทาง กทม. ได้มีมาตรการมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2540 แล้วได้แจ้งมาทางกระทรวงมหาดไทยตลอด ซึ่งก่อนหน้าที่จะดำเนินการรื้อถอน กทม. ได้แจ้งเตือนแล้ว แต่หลายคนยังเพิกเฉยอยู่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการ
“ผมขอเรียนถึงผู้ค้าทุกท่านว่า ขอให้เข้าใจจะต้องออกจากพื้นดังกล่าว เพื่อที่จะพัฒนาเป็นคลองระบายน้ำให้คนส่วนรวมได้ใช้ร่วมกัน สำหรับความเดือดร้อนของผู้ค้าทาง กทม. ได้แจ้งให้ทราบส่วนใหญ่ผู้ค้าที่นี่มีที่อยู่อาศัยแล้ว ส่วนผู้ไม่มีที่ทำกิน กทม.ได้จัดสรรที่ให้ไปแล้ว ผมได้กำชับกับทาง กทม.ไปอย่าใช้ความขัดแย้ง อย่างไรก็ตามการดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป” รมว.มหาดไทย กล่าวและว่า
ส่วนที่ผู้ค้าอุทธรณ์มาขอระยะเวลา 3 เดือนเพื่อเตรียมการขนย้าย เข้าใจว่ากทม.คงทยอยดำเนินการไป ขอไม่ตอบในกรณีนี้ เพราะทาง กทม. มีการแจ้งเตือนมาหลายปีแล้ว ซึ่งกว่าจะดำเนินการเสร็จคงใช้เวลาหลายเดือนเช่นกัน แต่ไม่ได้พูดว่า ให้มีการผ่อนผันหรือผ่อนปรนแต่อย่างใด แค่สอบถามว่า พวกเขามีที่ทำกินหรือไม่ และส่วนใหญ่ก็มีกันหมดแล้ว อย่างไรก็ตามขอให้ทราบว่า ที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนควรจะต้องออกไป มันเนิ่นนานมาแล้ว มันเป็นคลองที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และต้องเป็นทางน้ำของคนอื่นด้วย
กทม.เดินหน้าปรับปรุงคลองโอ่งอ่าง
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานการประชุมพิจารณากรณีผู้ค้าสะพานเหล็กและสะพานหัน ยื่นเรื่องขอขยายระยะเวลาในการรื้อถอนอาคาร สิ่งปลูกสร้าง ที่รุกล้ำพื้นที่คลองโอ่งอ่างออกไปอีก 3 เดือน ภายหลังครบกำหนดคำสั่งให้รื้อฯ เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัริตย์ กรมศิลปากร สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ สำนักงานเขตพระนคร ตำรวจ ทหาร และคณะกรรมการปรับปรุงภูมิทัศน์จัดระเบียบของโอ่งอ่าง ใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ตามที่ผู้ค้าได้ไปยื่นหนังสือเพื่อขอขยายเวลาในการรื้อถอนอาคาร ต่อหลายหน่วยงานนั้น ทางคณะทำงานเห็นว่า ข้อเรียกร้องที่จะขออยู่ต่อ หรือเป็นการประวิงเวลา ซึ่งบางจุดจากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้ทำการค้าขายแล้วเป็นเพียงที่เก็บสินค้า โกดังเก็บของ โดยการขอขยายเวลา 3 หรือ 6 เดือนนั้นไม่มีความจำเป็น เนื่องจากระหว่างเริ่มรื้อถอนนี้ กทม.ต้องเตรียมเครื่องมือ เจ้าหน้าที่ ในการรื้อถอนอีก ดังนั้นคณะกรรมการมีมติว่าจะไม่ขยายเวลาตามที่ผู้ค้ายื่นร้องขอ อย่างไรก็ตาม ระหว่างการดำเนินการรื้อถอน จุดไหนที่กทม.ยังดำเนินการไม่ถึง ผู้ค้าสามารถทำการค้าขายได้อยู่ ส่วนจุดในที่ผู้ค้าย้ายออกแล้ว กทม.จะทยอยรื้อไปทีละจุด สำหรับแผงค้าที่กทม.ดำเนินการรื้อแล้วขณะนี้มีประมาณ 100 กว่าแผง ยังเหลืออีกประมาณ 300 แผง
ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. กล่าวต่อว่า ภายหลังที่กทม.เริ่มดำเนินการรื้อถอนตามคำสั่งให้รื้อฯในวันแรกนั้น พบว่าเหตุการณ์ปกติ ไม่มีการต่อต้านใดๆ ซึ่งในวันแรกกทม.ดำเนินการรื้ออาคาร สิ่งปลูกสร้างบริเวณสะพานภานุพันธ์ไปแล้วทั้งสิ้น 4 คูหา อย่างไรก็ตาม กทม.จะทยอยรื้อสิ่งปลูกสร้าง และจะปรับภูมิทัศน์ให้แล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค.นี้ นอกจากนี้ ในส่วนที่มีกระแสว่า มีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่เข้าไปเรียกเก็บเงิน หรือแสวงหาผลประโยชน์จากการรื้อถอนครั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือใครมีเบาะ ข้อมูล รวมทั้งหลักฐานการกระทำดังกล่าว ให้แจ้งได้ที่กทม.เพื่อดำเนินคดีต่อไป



