
'วิษณุ'เผยปฏิรูปโครงสร้าง'สมช.'รอบ56ปี
21 ต.ค. 2558
'วิษณุ' เผย ปฏิรูปโครงสร้าง 'สมช.' ใหม่ ในรอบ 56 ปี โดยจะแก้ไข พ.ร.บ.สภาความมั่นคงฯ เพื่อเพิ่มกรรมการในส่วน รมว.คลัง-ไอซีที ให้สอดรับสถานการณ์ปัจจุบัน
21 ต.ค. 58 เมื่อเวลา 12.15 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีร่าง พ.ร.บ.สภาความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ... ซึ่งนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า กฎหมายนี้มีอายุ 56 ปีแล้ว และแก้ไขครั้งสุดท้ายเมื่อ 50 ปีที่แล้ว และไม่เคยแก้อีกเลย เพราะฉะนั้นโครงสร้างที่คิดไว้ตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งมีกรรมการอยู่ 7 คนตามตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ก็เป็นไม่ได้ คนนอกยิ่งไม่ได้ ทีนี้มาถึงปัจจุบันก็รื้อทิ้งและทำใหม่ทั้งฉบับ จึงได้นิยามคำว่าความมั่นคง ซึ่งความหมายรวมไปถึงความมั่นคงทางทหาร การเมือง เศรษฐกิจ ดังนั้น กรรมการโดยตำแหน่งจึงมีเพิ่มมากขึ้น เช่น รมว.คลัง รมว.ไอซีที เป็นต้น และมีนักวิชาการเข้ามาร่วมด้วย นับเป็นครั้งแรกที่จะมีนักวิชาการเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งชาติ 3 คน อย่างไรก็ตาม เมื่อโครงสร้างกรรมการเปลี่ยนแปลงใหม่หมด บทบาทหน้าที่จึงมีมากขึ้น รวมถึงอำนาจหน้าที่ก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปทางวางแผน เหมือนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทุก 5 ปี รวมถึงแผนยุทธศาสตร์ต่างๆ ที่ต้องมีการฟังความเห็น นำเข้าสภา และลงพระปรมาภิไธย ถือเป็นการปฏิรูปโครงสร้างของ สมช. ในรอบ 56 ปี ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับแนวคิดของกระทรวงความมั่นคง
เมื่อถามว่า กรรมการใน สมช.จะให้ความสำคัญกับข้าราชการประจำมากกว่าฝ่ายการเมืองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะมิติของความมั่นคงจะมีคนที่มีหน้าที่ตรงนี้มาร่วมด้วย และไม่ได้เข้ามาควบคุมความมั่นคงของประเทศ เป็นคนกำหนดแผนและส่งให้รัฐบาลเท่านั้น เป็นนักการเมืองรับไปดำเนินการ ข้อสำคัญคือมันจะโยงกับยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง สมัยก่อนรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจไม่ได้เข้ามานั่งใน สมช. เดี๋ยวนี้จะมีแล้ว
เมื่อถามว่า จะเกี่ยวข้องถึงความมั่นคงทางไซเบอร์ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มี รมว.ไอซีที ด้วย แต่ไม่ใช่ความมั่นคงไซเบอร์ เป็นเพียงความมั่นคงที่กระทรวงไอซีทีจะเข้าไปเกี่ยวข้องเท่านั้น
"สมช.แต่แรกนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2502 คิดขึ้นโดย พระยาศรีวิสารวาจา เป็นองคมนตรี แล้วจอมพลสฤษดิ์ไปกราบบังคมทูลขอให้ท่านมาเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล ท่านก็มาช่วยและวางแผนออกแบบขึ้น ผมเข้าใจว่าไม่ได้นำโมเดลมาจากประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ดูหลายๆ ประเทศ รวมกัน เพราะสหรัฐอเมริกาก็มีแบบนี้ แต่ตอนนั้นมันโฟกัสเฉพาะความมั่นคงด้านทหาร ตั้งขึ้นมาพร้อมสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตอนนั้นเขาเรียกว่า กรมประมวลข่าวกลาง"
ไม่แปลก 'องคมนตรี' ส่งข้อเสนอถึงรัฐบาล
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้พิจารณาจดหมายส่วนตัว นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี ที่ส่งข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปมา ว่า ตนเห็นจดหมายแล้ว เพราะนายกฯ ได้ส่งมาที่ตน ซึ่งนายกฯ ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษในเรื่องนี้ เพียงแต่เล่าให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ฟังว่า เนื้อหาโดยสรุปในจดหมายเป็นอย่างไร ทั้งนี้ตนเข้าใจว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็ได้รับจดหมายดังกล่าวด้วยเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลอาจจะหยิบเอาข้อเสนอใดข้อเสนอหนึ่งของนายธานินทร์ มาพิจารณาและดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีแค่ข้อเสนอของนายธานินทร์เท่านั้น ไม่ว่าใครส่งข้อเสนอมารัฐบาลก็รับพิจารณา แต่เผอิญว่าไม่เป็นข่าวแล้วรัฐบาลก็อุบไว้ไม่ยอมบอกว่าเรื่องนี้มาจากไหน
เมื่อถามถึงความเหมาะสมของคนเป็นองคมนตรีที่ส่งข้อเสนอมายังรัฐบาลนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะหากจะพูดไปแล้วเรื่องเหล่านี้มีมาทุกยุคทุกสมัยในฐานะเป็นประชาชนเหมือนที่นายมีชัยบอกว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ร่างไว้ดูในบ้านคนเดียว เพราะฉะนั้นจึงเป็นของคนทั้งหมด และคณะองคมนตรีก็เป็นสถาบันหนึ่งตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับศาลที่สามารถส่งความเห็นมาได้ องคมนตรีส่งมาก็ไม่แปลกประหลาด ส่วนจะเอาหรือไม่เอาก็ไม่ใช่เรื่องที่นายกรัฐมนตรีจะมายืนยันอะไร
เมื่อถามว่า ข้อเสนอในจดหมายดังกล่าวดูเหมือนพยายามผลักดันเรื่องยากๆ ที่ไม่เคยมีรัฐบาลใดทำได้ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ได้ผลักดันอะไร เพียงแต่เสนอแนะมาและครั้งที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ก็มีการเสนอมาเช่นเดียวกัน และ กมธ.ยกร่างฯ ก็ไม่ได้รับข้อเสนอทั้งหมด รับมาเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดหรือลึกลับซับซ้อน ถ้าลึกลับสื่อคงไม่รู้ ทั้งนี้ อดีตนายกฯ หรือองค์กรอิสระต่างก็มีข้อเสนอมายังรัฐบาล ซึ่งเรื่องที่เสนอก็ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องเฉพาะภายในองค์กรนั้นๆ แต่ส่งมาหลังได้เห็นปัญหาและข้อห่วงใย จึงได้เสนอแนะมา ส่วนรัฐบาลจะรับหรือไม่รับข้อเสนอก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ยอมรับ บางคนที่ได้รับการสรรหานั่ง 'ป.ป.ช.' ใกล้ชิด 'คสช.'
นายวิษณุ ฐานะหนึ่งในคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. 5 คน แทนคนที่จะพ้นวาระ เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า ขั้นตอนในการสรรหานั้นกรรมการสรรหาไม่ได้มีการอภิปรายถึงบุคคลที่สมัครเข้ารับสรรหา ทำได้เพียงแค่ลงคะแนนเลือก ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งรายชื่อทั้ง 5 คน ไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบ ซึ่ง สนช.จะตั้งกรรมาธิการขึ้นเพื่อตรวจสอบประวัติก่อนจะลงมติโหวต แบบเดียวกันกับการโหวตเลือกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่ผ่านมา ซึ่ง สนช.อาจจะพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบใครก็ได้ และหากมีบุคคลที่ สนช.ลงมติไม่เห็นชอบจนรายชื่อถูกตีกลับก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการสรรหาใหม่อีกครั้ง โดยเริ่มจากการเปิดรับสมัครใหม่ ซึ่งผู้สมัครรายเดิมสามารถสมัครได้อีกครั้ง
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า 1 ใน 5 รายชื่อที่ได้รับการสรรหาเป็นบุคคลใกล้ชิดรัฐบาล หรือ คสช.นั้น นายวิษณุ กล่าวยอมรับว่า “ก็ไม่แปลกอะไร ก็มันใช่”
โยนคนเกี่ยวข้องศึกษาปรับโครงสร้าง 'สสส.'
นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ปรับปรุงการบริหารจัดการและตรวจสอบการใช้เงินกองทุนให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้ แต่ สสส.ไม่ใช่องค์การมหาชน เพราะตั้งโดย พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ซึ่งอะไรก็ตามที่ตั้งโดยมี พ.ร.บ.จะมีหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบของเขาเอง ส่วนเกณฑ์ของสำนักงาน ก.พ.ร.จะดูเฉพาะสิ่งที่เกิดจากกฎหมายแม่คือ พ.ร.บ.แล้วไปออกกฎหมายลูกคือ พระราชกฤษฎีกาที่มีองค์กรต่างๆ รวม 39 แห่ง แต่ สสส.และตระกูล ส.ทั้งหลายไม่ได้อยู่ในนี้ และจะทำให้อยู่ในนี้ไม่ได้ ยกเว้นต้องแก้กฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของ สสส.ที่ผ่านมา จำเป็นต้องปรับโครงสร้างหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เอาไว้ให้คนที่เขาศึกษาเรื่องนี้อยู่เขาคงจะพูดคุยกันต่อ ซึ่งหากต้องปรับโครงสร้างก็ต้องแก้กฎหมาย



