ข่าว

ปิดตำนาน‘สะพานเหล็ก’จัดระเบียบ-ปรับภูมิทัศน์

ปิดตำนาน‘สะพานเหล็ก’จัดระเบียบ-ปรับภูมิทัศน์

21 ต.ค. 2558

ปิดตำนาน‘สะพานเหล็ก’จัดระเบียบ-ปรับภูมิทัศน์ : ศักรินทร์ เข็มทองรายงาน

              ในที่สุดเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ก็เข้ารื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำพื้นที่คลองโอ่งอ่าง ย่าน “สะพานเหล็ก” แล้วเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา ตามที่ปักป้ายแจ้งไว้ โดยเริ่มต้นในส่วนที่่มีร้านค้ารุกล้ำลงไปในพื้นที่ริมคลองออกก่อน เสมือนเป็นการส่งสัญญาณเริ่มต้นการขอคืนพื้นที่ โดยได้ตั้งจุดอำนวยการสำหรับประชาชนและผู้ค้า พร้อมทั้งระดมเจ้าหน้าที่เทศกิจ ทหาร ตำรวจ เข้าดูแลพื้นที่อย่างเข้มแข็ง

              ย้อนไปก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน โดยนายชุมพล ชาวเกาะ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ รายงานความคืบหน้าการจัดระเบียบตลาดสะพานเหล็กว่า เจ้าหน้าที่เทศกิจและเจ้าหน้าที่เขตพระนครและเขตสัมพันธวงศ์ ได้เข้าไปปิดประกาศแจ้งเตือนให้ผู้ค้าย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 15 วันแล้ว หลังจากนั้นจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

              เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีปัญหาความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยมาเป็นเวลานาน และถูกควบคุมด้วยกลุ่มผู้มีอิทธิพล อีกทั้งเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงต้องเข้าไปจัดระเบียบ และยืนยันว่าไม่มีการผ่อนปรนใดๆ อีกแล้ว ทั้งนี้ การจัดระเบียบก็เพื่อพัฒนาให้ย่านสะพานเหล็กเป็นพื้นที่สันทนาการสำหรับประชาชนทุกคน และมีจุดเป้าหมายพัฒนาลำคลองให้กลับมาใสสะอาดเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสัญจรทางเรือด้วย

              ขณะที่ปัจจุบันตลาดริมคลองโอ่งอ่างหรือสะพานเหล็ก มีผู้ค้าตั้งแต่บริเวณสะพานดำรงสถิตย์ถึงสะพานบพิตรพิมุข รวมกันทั้งสิ้นประมาณ 500 แผงค้า อยู่ในพื้นที่เขตพระนคร 375 ราย และเขตสัมพันธวงศ์ 125 ราย โดยที่ผ่านมามีการเข้าไปพูดคุยให้ผู้บุกรุกทราบแล้ว รวมทั้งได้เตรียมตลาดรองรับเอาไว้หลายแห่ง อาทิ หลังห้างพาต้าปิ่นเกล้า สายใต้เก่าตลิ่งชัน คลองถมเซ็นเตอร์ เป็นต้น

              สำหรับพื้นที่ที่เรียกว่า “สะพานเหล็ก” และ “สะพานหัน” มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สะพานดำรงสถิตย์” และ “สะพานพิทยเสถียร” โดยชาวบ้านจะเรียกกันติดปากว่า สะพานเหล็กบนและล่าง สร้างขึ้นเมื่อปี 2438 เพื่อรองรับการขยายถนนเจริญกรุงและรื้อสร้างสะพานเหล็กใหม่เป็นสะพานโครงเหล็กเปิดได้ ในยุคถัดมาสะพานเหล็กเป็นแหล่งการค้าที่คึกคักไปด้วยร้านเกมมากมาย ซึ่งคนวัย 30 ปีขึ้นไปจะคุ้นเคยกับการไปเลือกซื้อเกมที่นี่ รวมทั้งเป็นแหล่งอุปกรณ์ของกีฬา ปืนบีบีกัน และเครื่องใช้ไฟฟ้า

              ทั้งนี้ การเข้าปฏิบัติการรื้อถอนของกทม. ฝ่ายเจ้าหน้าที่เทศกิจ ได้ประกาศแจ้งว่า วันที่ 20 ตุลาคมคือ “วันดีเดย์ในการรื้อถอน” หลังจากกทม.มีประกาศครั้งล่าสุดตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา และจากนี้ไปในวันที่ 21-23 ตุลาคม จะเป็นการสำรวจทรัพย์สินของผู้ค้าที่อยู่ในบริเวณคำสั่งรื้อถอน ส่วนร้านไหนยังไม่ได้เคลื่อนย้ายข้าวของออกไป ก็อยู่ต่อไปพลางก่อนได้ จากนั้นวันที่ 24-27 ตุลาคม จะเป็นช่วงเวลาในการรื้อถอนแบบเต็มกำลัง ซึ่งยืนยันได้จากเครื่องจักรอุปกรณ์หนักที่ทางกทม.นำมาตั้งไว้ในบริเวณจุดอำนวยการ

              ด้านปฏิกิริยาของฝ่ายผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบ ก็ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันดีเดย์รื้อถอนเช่นกัน โดยเนื้อหาใจความได้ขอร้องกทม.ผ่อนผันต่อเวลาออกไปอีก 180 วัน เพื่อจะได้มีเวลาในการขยับขยายสถานที่ทำการค้าต่อไป

              “พุธวดี นิธิวุฒิบูรณ์” ตัวแทนกลุ่มผู้ค้าย่านสะพานเหล็ก ได้นำเอกสารมาประกอบการเสนอข้อเรียกร้องที่ขอต่อเวลา โดยเอกสารดังกล่าวเป็นใบจองพื้นที่ร้านค้าของห้างเมกา พลาซ่า ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับย่านสะพานเหล็ก ทั้งนี้ตัวแทนผู้ค้าระบุว่าเวลาที่กทม.ให้ 15 วันน้อยเกินไป ต้องให้เวลาแก่ผู้ค้าในการขนย้ายและต้องให้เวลากับทางห้างที่ต้องเตรียมพื้นที่รองรับ

              “ขนาดย้ายบ้านให้เสร็จใน 15 วันยังแทบจะเป็นไปไม่ได้ อยากให้กทม.ให้เวลาเราด้วย”

              ขณะที่ระหว่างลงมือรื้อถอน...กลุ่มผู้ค้าได้ร่วมกันชู 3 นิ้ว พร้อมตะโกน “ขอสามเดือนๆ” เพื่อขอผ่อนผันจากกทม. !!!

              นอกจากนี้ ความพยายามของกลุ่มผู้ค้าย่านสะพานเหล็กเพื่อขอยืดเวลา ยังได้เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย โดยยกเหตุผลว่าปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาคำอุทธรณ์ แต่ปรากฏว่ากทม.ได้เข้ารื้อถอนโดยไม่รอ

              หากผลการอุทธรณ์เห็นว่าคำสั่งรื้อถอนของกทม.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะทำให้ได้รับความเสียหายที่ไม่อาจเยียวยากลับคืนมาได้ และเรียกร้องให้นายกฯ มีคำสั่งระงับหรือชะลอการรื้อถอนออกไปก่อนเพื่อรอฟังผลการอุทธรณ์

              “พวกเราควรได้รับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในฐานะตลาดชุมชนที่ก่อตั้งมานานหลายสิบปี” เสียงของผู้ค้าสะพานเหล็กที่ขอรัฐคุ้มครอง

              “จักรพันธุ์ แย้มวงษ์ศรี” ตัวแทนผู้ค้า ยอมรับว่า หลังจากยื่นหนังสือถึงหลายหน่วยงานแล้ว ยังไม่เห็นการปรับท่าทีของกทม.เลย ทั้งที่ผู้ค้าก็ต้องการให้ความร่วมมือกับ กทม.ในการพัฒนาย่านดังกล่าว

              ปัญหานี้ยืดเยื้อมานาน เมื่อจัดระเบียบอย่างจริงจัง ย่อมส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้ทำกินในย่านนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทางฝ่ายรื้อถอนก็ต้องทำตามหน้าที่และเป้าหมาย โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย และนั่นคือก้าวย่างสู่การปิดตำนาน “สะพานเหล็ก”!

              กทม.ย้ำชัด...รื้อ“เพื่อส่วนร่วม”

              พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯ กทม. ดูแลงานด้านความปลอดภัย ระบุว่า การเข้ารื้อครั้งนี้ ไม่ใช่ว่ากทม.จะทำไปด้วยความสบายใจ เพราะเข้าใจในความเดือดร้อนของผู้ค้าในตลาดสะพานเหล็ก แต่ก็อยากให้ฝ่ายผู้ค้าได้เข้าใจมุมของคนอื่นด้วย เพราะพื้นที่ริมคลองเป็นพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่ของพ่อค้าแม่ค้า ไม่ใช่ของกทม.แต่เป็นของคนทั้งชาติ เป็นสมบัติชาติ

              “การที่จะขอต่อรองยืดเวลาไป 180 วันเป็นไปไม่ได้ แต่ทางกทม.จะจัดสรรที่ค้าใหม่ให้และยืนยันว่าอย่างไรก็ต้องมีการรื้อถอนจนเสร็จสิ้นและต้องย้ายออกไปทั้งหมด เชื่อว่าผู้ค้าทั้งหมดไม่ใช่คนดื้อ เราสามารถพูดคุยกันได้” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

              ด้าน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า การเข้ารื้อถอนเป็นเพราะต้องทำตามสิ่งที่ได้รับร้องเรียนจากประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้รับความเดือดร้อน และสาเหตุที่ต้องจัดการ เพราะมีการรุกล้ำไปถึงครึ่งคลอง และส่วนไหนที่ไม่มีคน เมื่อผู้ค้าย้ายออกไปแล้ว ก็จะรื้อส่วนนั้นก่อนทันที และขอย้ำว่าดำเนินการไปตามขั้นตอน โดยจะปิดล้อมรั้วพื้นที่ทั้งหมด เพื่อทำการตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในการรื้อถอน