
บอร์ดสลากมีมติไม่ต่อโควต้านิติบุคคลทั้งหมด
กองสลากปิดตำนาน 5 เสือ ยกเลิกระบบโควตานิติบุคคลทุกรายและองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนพิการ รวมทั้งสิ้น 2.5 พันแห่ง
20ต.ค.2558 พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 1 ในฐานะประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ว่า ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบไม่ต่อสัญญาให้ตัวแทนจำหน่ายในส่วนของนิติบุคคลทั้งรายใหญ่จำนวน 3 ราย รายกลางจำนวน 7 รายและรายเล็กอีกจำนวน 2.4 พันราย ที่มีสลากในมือรวมกว่า 11 ล้านคู่ หรือจำนวน 22 ล้านฉบับ รวมถึงไม่ต่อสัญญาให้องค์กร มูลนิธิสมาคมที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนพิการอีกประมาณ 100 องค์กร และมูลนิธิสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 2 ล้านฉบับด้วย รวมจำนวน 6 หมื่นกว่าเล่ม โดยรวมแล้วจะมีนิติบุคคลโดนตัดโควตาทั้งสิ้น 2,495ราย เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป หลังจากที่รับสลากไปจำหน่ายเป็นงวดสุดท้าย
ทั้งนี้ จะเหลือการต่อสัญญาเฉพาะผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับจัดสรรสลากคนละจำนวน 5 เล่ม ผู้พิการคนละ 3 เล่ม ประมาณ 3.8 หมื่นราย และสมาคมองค์กรคนพิการรวม 28 ล้านคู่หรือ 56 ล้านฉบับ ตั้งแต่งวดวันที่ 17 ธันวาคม 2558 เป็นต้นไป และจะนำโควตาส่วนที่โดนตัดไปรวมกับการเปิดรับซื้อและจองผ่านระบบใหม่ รวมทั้งสิ้น 20 ล้านคู่ หรือ 40 ล้านฉบับ โดยยังเหลืออีก 4 ล้านฉบับจะหมดสัญญาสิ้นเดือนธันวาคมนี้ จากนั้นตั้งแต่งวดวันที่ 17 มกราคม 2559 จะมีสลากที่นำไปเข้าระบบจองซื้อใหม่รวมจำนวน 44 ล้านฉบับ ซึ่งสำนักงานต้องการให้สลากกระจายถึงมือรายย่อยมากที่สุดจึงไม่ต่อสัญญากับทางนิติบุคคลในครั้งนี้
“ถือเป็นการแก้ปัญหาสลากที่มีมายาวนานนับ 10 ปี ดังนั้น ต่อไปนี้จะไม่มีคำว่า 5 เสือกองสลาก หรือเสือนอนกินอีกต่อไปถือเป็นการปิดตำนานหรืออวสาน 5 เสือหลังจากบอร์ดชุดนี้แก้ปัญหามา 5 เดือน และเห็นว่าวิธีการจองซื้อโดยตรงกับสำนักงานสลากผ่านระบบใหม่ถือเป็นแนวทางแก้ปัญหาได้ดีที่สุด และมีความโปร่งใสที่สุด” พล.ท.อภิรัชต์กล่าวและว่า ส่วนของสมาคมต่างๆ ที่ยังได้รับโควตาจะมีการกำหนดในเงื่อนไขให้นำไปจัดสรรสมาชิกในราคาฉบับละ 70.40 บาทด้วย เพื่อให้สมาชิกขายได้ในราคา 80 บาทและมีกำไรเพียงพอให้สามารถอยู่ได้
พล.ท.อภิรัชต์กล่าวต่อว่า การจองซื้อสลากผ่านระบบใหม่ในช่วง 2 งวดที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากผู้ค้ารายย่อยจำนวนมาก และส่วนที่เพิ่มขึ้นจำนวน 26 ล้านฉบับก็หมดลงอย่างรวดเร็ว แต่สำนักงานสลากจะยังไม่เปิดให้จองเพิ่มเกินกว่า 100 ล้านฉบับต่อไปอีกอย่างน้อย 3 เดือนหรือจนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2559 เพื่อประเมินความต้องการซื้อสลากที่แท้จริงและการขายของรายย่อยว่ามีปัญหาขายไม่หมดหรือไม่ หลังจากที่มีปริมาณสลากเพิ่มเข้าไปถึง 35% ซึ่งในงวดวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้น่าจะทราบแน่ชัด เพราะเป็นงวดแรก ซึ่งหลังจากนั้นจึงจะพิจารณาความเหมาะสมในการพิมพ์สลากเพิ่มอีกหรือไม่
สำหรับ 3 บริษัทรายใหญ่ที่ไม่ได้รับการต่อสัญญาจากที่เคยได้รับโควตาสลากประมาณแห่งละ 8 พันเล่มและเป็นของกลุ่ม 5 เสือ คือบริษัท หยาดน้ำเพ็ชร จำกัด บริษัทสลากมหาลาภ จำกัด และหจก.ขวัญฤดี



