ข่าว

นาโนไฟแนนซ์ไม่ได้ผล หรือเราไม่เข้าใจมันดีพอ

นาโนไฟแนนซ์ไม่ได้ผล หรือเราไม่เข้าใจมันดีพอ

22 ต.ค. 2558

สวัสดีเศรษฐกิจ : นาโนไฟแนนซ์ไม่ได้ผล หรือเราไม่เข้าใจมันดีพอ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                      พอมีข่าวออกมาว่า การขับเคลื่อนวิธีการให้กู้แก่รายย่อยที่ไม่มีหลักประกันเพื่อเอาไปค้าขายเริ่มจะไม่ได้ผลและมีข้อเสนอให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์หลายประการ ผมเลยอยากชวนผู้อ่านมาช่วยกันคิดในประเด็นที่ว่า นาโนไฟแนนซ์ไม่ได้ผลนั้น เป็นเพราะเรายังไม่เข้าใจมันดีพอหรือเปล่า
 
                      หลังจากที่กระทรวงการคลังเปิดให้ผู้ประกอบการเอกชนขอใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบอาชีพรายย่อยที่ไม่มีหลักประกันเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยตั้งความหวังว่าจะช่วยส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของรายย่อย โดยเฉพาะผู้ใช้บริการหนี้นอกระบบ
 
                      “นาโนไฟแนนซ์” จะเป็นทางออกในการเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ท้ายสุดคือลดความเดือดร้อนจากการใช้บริการหนี้นอกระบบ หากแต่ผลที่ออกมาพบว่า
 
                      1.ยอดปล่อยกู้ไม่เติบโตตามเป้า
 
                      2.หนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล เพิ่มมากขึ้น
 
                      3.ลูกค้าที่มาเป็นแบบหนี้มากมายก่ายกอง หรือไม่ก็เป็นหนี้เสียอยู่แล้ว
 
                      4.ช่วงแรกมีคนเข้าใจว่าเป็นเงินหลวง ของฟรีเอามาแจกอีกแล้วครับท่าน
 
                      5.การปล่อยกู้ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเก่าที่ใช้บริการกับบริษัทเดิมที่ได้ใบอนุญาตอยู่ก่อนแล้ว
 
 
 
ขณะที่ผู้ให้บริการมีข้อเสนอออกมาดังนี้
 
 
                      1.ขอเพิ่มดอกเบี้ยให้คุ้มความเสี่ยงจากที่ภาครัฐกำหนดไว้ 36% ไปเป็น 48% จนถึงบางรายอยากได้ที่ 72% โดยมีเหตุผลว่าส่วนต่างมันแคบ หากขยายเพดานให้คิดดอกเบี้ยได้เพิ่มอีกประมาณ 10% ก็น่าจะทำได้ดีกว่านี้
 
                      2.เพิ่มแรงจูงใจที่จะทำให้ผู้ให้บริการเงินกู้เร่งลุยการดำเนินธุรกิจ เช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือ จัดซอฟท์โลน (สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ) ให้ผู้ให้บริการ
 
 
 
ผู้เขียนขอเชิญชวนท่านผู้อ่านมาร่วมคิดกันอย่างนี้นะครับว่ามันจริงหรือไม่ ที่...
 
 
                      1.เรายังหาทางที่จะทำความเข้าใจ “วิถี” การทำมาหากินเขาไม่ได้ เรารู้จักแค่ว่าเขาอยู่ที่ไหนเท่านั้น
 
                      2.เรายังไม่รู้ “วิธี” การจัดการกับภาระหนี้ของเขาว่าหมุนหนี้ ค้าขาย ดำเนินชีวิต ใช้จ่าย รับเข้าจ่ายออกเงินสดกันอย่างไร
 
                      3.เราไม่รู้ว่าทำไมร้านทอง โรงรับจำนำ กู้ดอกแขก กู้หมวกกันน็อก เขาถึงเป็นที่พึ่งได้
 
                      4.เหนือว่าคำนิยามการเป็นหนี้เสียแบบค้างสามงวดติดกันคงจะเอามาใช้ไม่ได้หรือเปล่า เพราะถ้าเขาเป็นหนี้เสียแต่เขายังค้าขาย ยังหมุนหนี้ ยังมีตัวตน และยังต่อสู้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...เราเอาคำนิยามผิดไปใช้กับโลกอีกแบบที่ไม่สนใจคำว่าหนี้เสียใช่หรือไม่ เพราะคำว่าอยู่รอดสำคัญกว่าใช่หรือไม่
 
                      5.เมื่อระเบียบโน่นนั่นนี่ไปผูกกับคำนิยามหนี้เสียแบบระบบทุกวันนี้ มันก็ทำให้ต้องกันสำรอง ต้องรายงาน ต้องทำจิปาถะ
 
                      ผมคิดว่า ต้องคิดแบบเจ้าหนี้นอกระบบ แต่ขอข้อเดียวคือ ไม่ทำร้ายลูกหนี้ก็พอดีหรือไม่....จะเป็นอะไรหรือไม่ถ้าเราจะกำหนดเพียง 3 ข้อ คือ
 
 
                      1.ห้ามมีการทำร้ายร่างกาย จิตใจ ใครทำมีโทษติดคุก และยกหนี้ให้ลูกค้าทันที
 
                      2.ดอกเบี้ยคิดได้สูงสุด 72% ถ้าจ่ายดีไม่ค้างทั้งปีให้ลดดอกเบี้ย
 
                      3.ถ้าลูกค้าจ่ายไม่ได้ต้องปรับโครงสร้างหนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะกลับมาจ่ายหนี้ได้
 
 
 
--------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : นาโนไฟแนนซ์ไม่ได้ผล หรือเราไม่เข้าใจมันดีพอ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)