ข่าว

เบอร์1นครบาลขอทุ่มใจเพื่อประชาชน

เบอร์1นครบาลขอทุ่มใจเพื่อประชาชน

20 ต.ค. 2558

บทบาทใหม่‘พล.ต.ท.ศานิตย์’สู่เบอร์1นครบาล ขอทุ่มใจเพื่อประชาชน : ศุภชัย เพชรเทวี

             ฤดูกาลโยกย้ายเปลี่ยนแปลงตำแหน่งในแต่ละครั้งที่เกิดขึ้น เก้าอี้ “ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล” เป็นเก้าอี้ที่ถูกจับตามองว่า ใครจะเข้ามานั่งบริหาร เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ ถือเป็น “ทัพหน้า” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะต้องดูแลสถานที่สำคัญ ศูนย์กลางบริหารราชการ สถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก ต้องคอยดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมากกว่า 10 ล้านคน โดยกองบัญชาการตำรวจนครบาลมีสถานีตำรวจในความควบคุมถึง 88 สน.

             ในยุคเปลี่ยนผ่านผู้นำของกองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร คือผู้ก้าวเข้ามารับตำแหน่งรักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาลคนล่าสุด โดยถูกโยกจาก รอง ผบช.ภ.1 มารับตำแหน่ง รรท.ผบช.น.คนนี้มีแนวคิดและนโยบายในการทำงานอย่างไร โดยเฉพาะในภาวะบ้านเมืองไม่ปกติเช่นนี้

             พล.ต.ท.ศานิตย์ บอกว่า ในฐานะที่เข้ามารับตำแหน่งรักษาการผู้บัญชาการตำรวนครบาล อยากเห็นบ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ประชาชนในกรุงเทพมหานครมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 88 สน.ทั่ว กทม.ดำเนินการตามแนวคิดที่ได้คิดไว้ 3 ข้อ คือ 1.เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.เสริมความเชื่อมั่นและเรียกศรัทธาคืนมาจากประชาชน ให้ตำรวจเป็นที่พึ่งพาของประชาชน 3.สร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติ โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องสร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติ งานในหน้าที่ตำรวจส่วนหนึ่งคือการดูแลความปลอดภัยป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ที่ใดเมื่อบ้านเมืองสงบ ประชาชนมีความปลอดภัย อาชญากรรมน้อยลง

             เชื่อมั่นว่าต่างชาติก็อยากจะเข้ามาลงทุนในประเทศ อยากมาท่องเที่ยว รายได้ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทำให้เศรษฐกิจของประเทศก็จะดีขึ้นไปด้วย ทั้งในด้านของการท่องเที่ยวและการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามเยอะแยะ รัฐบาลมีการตั้งเป้ายอดเงินที่จะมาจากการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเม็ดเงินหลายล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นการรักษาความปลอดภัย รักษาความสงบภายในประเทศเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งรวมไปถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว

             “ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็จะเข้าไปดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ จะไม่ให้มีการขายบริการทางเพศ หรือที่เรียกว่า “ผีขนุน” ให้นักท่องเที่ยว รวมถึงไกด์เถื่อนหลอกลวงนักท่องเที่ยว โดยการพาไปซื้อของที่มีราคาแพงกว่าปกติ ซึ่งไกด์เหล่านี้ จะได้รับส่วนแบ่งดังกล่าว อาทิ ร้ายขายเพชร ขายพลอย รวมถึงแก๊งล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว ก็จะกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้กวดขันจับกุมด้วย”

             พล.ต.ท.ศานิตย์ ยังมีความเชื่อมั่นอีกว่า ผู้กำกับการแต่ละสถานีตำรวจ มีความเชี่ยวชาญในการทำหน้าที่อยู่แล้ว ซึ่งผู้กำกับการ ก็เปรียบเสมือนกับผู้บริหารระดับซีอีโอที่จะสามารถบริหารจัดการได้ทุกอย่างให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการสอบสวน สืบสวน ปราบปราม และการจราจร ดูแลเรื่องปัญหาและเรียงลำดับว่าปัญหาไหนควรได้รับการแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรก หากสถานีตำรวจในพื้นที่ใดมีปัญหาการแก้ไขเรื่องใด กองบัญชาการตำรวจนครบาลก็จะได้เข้าไปช่วยเหลือในการแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ซึ่งแนวคิดนี้ได้เตรียมไว้ตั้งแต่รู้ว่าจะเข้ามารับตำแหน่ง ผบช.น.แล้ว โดยผู้กำกับการจะต้องเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วย ไม่ใช่แค่ทำตัวเป็นผู้บริหารเท่านั้น จะต้องทิ้งพฤติกรรม “เห็นชอบ มอบรอง”

             ส่วนดูแลเรื่องความมั่นคงในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น ช่วงนี้เป็นช่วงกวาดล้าง อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด รวมทั้งชาวต่างชาติที่เข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศ หลายที่หลายแห่งที่มีข้อบกพร่องก็พยายามปิดช่องโหว่เหล่านั้นไม่ให้มีเหตุเกิดขึ้นซ้ำซ้อนอีก สิ่งสำคัญที่สุดที่จะเน้นคือการอ้างว่ากำลังตำรวจน้อยนั้นจะอ้างไม่ได้ อย่าอ้างความขาดแคลนแล้วไม่ทำงาน ผู้บริหารงานต้องสามารถบริหารงานในจำนวนคนที่ตนเองมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้นการเข้าถึงมวลชน ทำอย่างไรให้ประชาชนรัก ศรัทธา เชื่อมั่น จึงต้องเน้นในเรื่องงานมวลชนเป็นหลักด้วย ในรอบสัปดาห์ ผู้กำกับการแต่ละ สน.จะต้องลงพื้นที่พบกับประชาชน ในรอบเดือนผู้บังคับการก็ต้องลงไปพบกับประชาชน รวมไปถึงตัว ผบช.น.เอง ก็จะลงพื้นที่ไปพบประชาชนเช่นกัน เราจะได้รับทราบถึงปัญหาที่แท้จริงจากปากของประชาชนที่เดือดร้อนเพื่อแก้ปัญหาให้เกิดความรวดเร็ว

             “ตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่าจะมาเป็น ผบช.น. ผมคิดเสมอว่าจะต้องเริ่มทำความดีให้แก่ประชาชนในทันที และผมจะทำให้ตำรวจนครบาลเป็นตำรวจที่ดี เพิ่มเติมความรู้ให้เป็นคนเก่ง ของประชาชน”

             สำหรับคดีใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ หากเป็นไปได้จะดูอีกครั้งว่าคดีใดในความรับผิดชอบของนครบาลที่ควรนำมาปัดฝุ่นใหม่ทั้งหมดตามความเหมาะสม ทั้งนี้ในอนาคต บช.น.จะมีโครงการ “สั่งไม่ฟ้องเป็นศูนย์” เพื่อกระตุ้นการทำงานของพนักงานสอบสวนไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือช่วยผู้กระทำความผิด ถ้าหากว่าพนักงานสอบสวนยังคิดว่าตัวเองเป็นแค่พนักงานสอบสวนไม่เกี่ยวข้องกับงานสืบสวนหรือปราบปรามนั้นคิดผิด เพราะชาวบ้านหากเดือดร้อนเกิดถูกลักวิ่งชิงปล้นประทุษร้ายต่อชีวิต กว่าจะมาแจ้งความบางทีก็ไม่แจ้ง มาแจ้งแล้วไม่รู้ตัวก็เยอะ พอรู้ตัวดันจะไปช่วยอีก คนทำผิดไม่ติดคุก คนก็ไม่กลัวกฎหมาย เพราะฉะนั้นจะต้องทำกฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ “คนชั่วต้องถูกดำเนินคดี เพื่อที่คนดีจะได้อยู่อย่างสงบ” นี่คืออีกสิ่งในเรื่องการอำนวยความยุติธรรม ต้องรวดเร็ว ต่อเนื่องและก็เป็นธรรม ต้องไม่ค้าสำนวน

             นอกจากนี้ จะมีมาตรการการดูแลที่ครอบคลุมทุกมิติของการทำงาน รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาอื่นๆ ที่ยังเป็นที่จับตาของสังคม เช่น การตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยังไม่ได้มาตรฐาน การลักลอบเปิดบ่อนการพนัน สถานบันเทิงเปิดเกินเวลา หรือแม้แต่ปัญหาร้านเหล้าใกล้สถานศึกษา และเด็กแว้นนั้น ขอยืนยันว่าจะทุกปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนจะต้องได้รับการแก้ไข ขณะนี้ได้สั่งการไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาแล้ว ส่วนเรื่องการทุจริตของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น หากพบหลักฐานเกี่ยวข้องกับความผิด จะมีการลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด

             “ผมทำงานไม่ได้แค่เอามัน แต่ที่ทำเพราะอยากเห็นเพื่อนข้าราชการตำรวจเป็นที่ศรัทธาในสายตาประชาชน ผมเป็นตำรวจทั้งกายและใจ เพราะครอบครัวของผมก็เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบทั้งบ้าน ตั้งใจทำให้ดีที่สุด และขอให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจนครบาล ผมมาทำงานด้วยความตั้งใจทำดี ทุ่มเททั้งตัวและหัวใจเพื่อความสุขของประชาชน ผมอยากจะเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาลที่ดีที่สุดคนหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายถึงว่าผมเป็นผู้บัญชาการที่ดีคนเดียว ก่อนหน้าอาจจะมีคนที่ดีกว่า แต่เพียงแค่ต้องการให้ตำรวจนครบาลในยุคของผม เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดีที่สุดอีกยุคหนึ่ง และทำให้ประชาชนมีความสุขที่สุด”