
รธน.ต้องยืดหยุ่น
รธน.ต้องยืดหยุ่น : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
เห็นหลักการสำคัญมีข่าวออกมาว่า กรรมการร่างรัฐธรรมนูญกำลังมีมาตรการหรือกลไกเพื่อให้รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ยาก เพราะมองว่าเป็นกฎหมายแม่บทและเห็นว่าหลักการสำคัญไม่ควรแก้โดยง่าย ทั้งนี้มีการพูดถึงการป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
ซึ่งถือเป็นเรื่องถูกต้องที่ต้องวางกลไกการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ยากกว่าการแก้ไขกฎหมายปกติ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นถือเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็นรากฐานเป็นแม่บทของกฎหมายทั้งปวงในประเทศ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแก้ให้ยากกว่าปกติ เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียวแก้ไขหลักการสำคัญของประเทศได้โดยง่าย
โดยวิธีกำหนดให้แก้ยากนั้น ที่ผ่านๆ มาก็เคยมี เช่น การกำหนดให้ใช้เสียงข้างมากแบบพิเศษ กล่าวคือ ไม่ใช้เพียงเสียงกึ่งหนึ่ง หากแต่อาจจะต้องใช้เสียงที่มากกว่านั้น การกำหนดให้ใช้เสียงจากทั้งสภาสูงและสภาล่างเพื่อให้เกิดความรอบคอบ หรือการที่กำหนดกระบวนการแก้ไขเป็นไปอย่างเปิดเผย ใช้ระยะเวลาที่เหมาะสม และการลงคะแนนก็มักจะให้เปิดเผย เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้ได้ว่า ผู้แทน หรือสมาชิกสภาคนใดมีจุดยืนเช่นไรกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนั้นๆ
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดก็ต้องอยู่บนพื้นฐานว่า แม้จะแก้ยากขึ้นแต่ต้องแก้ไขได้ และสิ้นสุดที่สภา ซึ่งเป็นองค์กรที่รับมอบอำนาจโดยตรงจากประชาชน เพราะหลักการสูงสุดของระบอบประชาธิปไตยนั้น อยู่ที่อำนาจเป็นของปวงชน
แต่หากดูในร่างรัฐธรรมนูญฉบับของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ตกไปก่อนหน้านี้ จะเห็นว่ามีปัญหาไม่น้อย เพราะกำหนดให้รัฐธรรมนูญแก้ยาก รวมถึงไม่ได้จบอยู่ที่การตัดสินใจของรัฐสภาเท่านั้น หากแต่ต้องมีองค์กรอื่นมาคอยกำกับอีกที โดยมิได้กำกับเฉพาะกระบวนการเท่านั้น หากแต่ยังกำกับเนื้อหาที่จะแก้ ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางที่เคยทำไว้ด้วย
โดยครั้งนั้นกำหนดไว้ให้แก้ได้ แต่ไม่อนุญาตให้แก้สาระสำคัญ ซึ่งผู้ที่จะตีความว่าอะไรเป็นสาระสำคัญหรือไม่คือ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญมองว่าเป็นการแก้ไขสาระสำคัญ การแก้ไขครั้งนั้นแม้ได้เสียงล้นหลามขนาดไหนก็ถือเป็นอันไร้ค่า รวมถึงยังมีอำนาจในการตีความว่ากระบวนการในการแก้ไขนั้นถูกต้องหรือไม่ หากพวกเขามองว่าไม่ถูกต้องก็แก้ไม่ได้เช่นกัน
เมื่อกำหนดให้ร่างรัฐธรรมนูญมีความตึงตัวไม่สามารถแก้ไขได้ ย่อมก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะไม่มีชุดความคิดใดที่จะเหมาะสมไปกับทุกสถานการณ์ เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป สภาแวดล้อมเปลี่ยนไป วิธีคิดแบบหนึ่งอาจจะใช้การไม่ได้อีกต่อไป ดังนั้นจึงต้องมีการปรับเปลี่ยน แต่หากปรับเปลี่ยนไม่ได้ รัฐธรรมนูญแทนที่จะกลายเป็นกฎหมายแม่บทที่แก้ปัญหาของประเทศ ก็จะกลายเป็นแหล่งสะสมปัญหา
และเมื่อแก้ไขไม่ได้ หากเกิดปัญหาในอนาคต โอกาสที่จะเกิดการฉีกรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปไม่ได้
เราจึงหวังว่า “มีชัย ฤชุพันธ์ุ” และคณะ จะเขียนรัฐธรรมนูญที่อยู่บนฐานของความยืดหยุ่น ไม่แข็งไม่อ่อนจนเกินไป เพื่อให้รัฐธรรมนูญรองรับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะหลักการใหญ่ที่สุดของรัฐธรรมนูญที่ควรเป็นคือ “อำนาจอธิปไตย” เป็นของปวงชนชาวไทย
เมื่อปวงชนชาวไทยต้องการแบบไหน รูปแบบก็ควรเป็นเช่นนั้น ไม่ใช่มีใครมาบอกว่า “ควร” หรือ “ไม่ควร” เป็นอย่างไร



