ข่าว

"สตีวี่ จี"กลุ้มหนัก
แม็คกียันโดนต่อย

"สตีวี่ จี"กลุ้มหนัก แม็คกียันโดนต่อย

23 ก.ค. 2552

"สตีวี่ จี" สตีเวน เจอร์ราร์ด ถึงคราวกลุ้มหนักเข้าไปอีก หลังโดน มาร์คัส แม็คกี เจ้าทุกข์คดีทะเลาะวิวาท ย้ำชัดโดนกำปั้นกัปตันทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จริง หลังได้ดูภาพจากกล้องซีซีทีวี หรือกล้องวงจรปิดแล้ว

 ความเคลื่อนไหวคดีทะเลาะวิวาทของ "สตีวี่ จี" สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พร้อมพวกอีก 5 คน กับ มาร์คัส แม็คกี นักธุรกิจ และ ดีเจวัย 34 ปี แฟนบอล "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ของผับเลานจ์ อินน์ ในเมืองเซาธ์ปอร์ท เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ปีที่แล้ว มีการไต่สวนคดีเป็นวันที่สอง เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่ง แม็คกี ยืนยันต่อหน้าศาล และลูกขุนด้วยความมั่นใจว่าได้รับบาดเจ็บฟันหัก และเย็บ 3 เข็มจากพิษหมัดของ เจอร์ราร์ด จริง หลังจากที่ได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างชัดเจน
 แม็คกีได้ให้การต่อศาลว่า "ผมจำได้ว่าโดนต่อยเข้าที่หน้าของผม การได้ดูภาพจากกล้องซีซีทีวีแล้วแน่นอนว่า สตีเวน เจอร์ราร์ด เป็นคนที่ชกผม 2 ครั้ง หรือบางทีอาจจะเป็น 3 ครั้งก็ได้ ตอนผมเห็นเขาเดินมาที่ผม การที่เขาเป็นคนมีชื่อเสียงผมไมคิดว่าผมจะโดนชก หรือว่ามีเรื่องเลย ผมต้องปฏิเสธคำขอของเขา การเปิดเพลงเป็นงานของผม ดังนั้นผมจึงปล่อยไปไม่ได้" แม็คกีกล่าว
 ก่อนหน้านี้พวกอีก 5 คนของเจอร์ราร์ด ที่ผิดใจกับแม็คกี ในเรื่องการเปิดเพลง ได้ยอมรับสารภาพเรียบร้อยแล้วว่าได้ทำร้ายร่างกายแม็คกีจริง ขณะที่กัปตันทีมหงส์แดงแก้ต่างให้ตัวเองว่าเป็นเพียงการป้องกันตัว ซึ่งขัดกับภาพที่ออกมาทางทีวีวงจรปิดอย่างเห็นได้ชัด
 ภาพดังกล่าวแสดงชัดเจนว่า เจอร์ราร์ดไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เพราะในช่วงแรกไม่ได้อยู่ตรงหน้าแม็คกี แต่หลังจากมีเรื่องกันไปได้ราว 6-7 นาที เจอร์ราร์ด กับพวกกลับมาหาเรื่องและออกอาวุธใส่แม็คกี ด้วยกำปั้นที่ทางอัยการ เดวิด เทรนเนอร์ ให้การต่อศาลว่าเป็นการออกหมัดเหมือนกับนักชกอาชีพ นอกจากนี้ยังเป็นภาพที่ชัดเจนว่าก่อนจะมีเรื่องกัน กองกลางวัย 29 ปี ได้ดื่มเบียร์เหมือนน้ำจนความเมามายน่าจะเป็นเหตุให้ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
 จากจุดนี้มีความเป็นไปได้ว่าคณะลูกขุนและศาลอาจจะมีความเห็นเดียวกับที่ เทรนเนอร์ กล่าวหาว่าไม่ใช่การป้องกันตัว และอาจจะยกระดับจากคดีทะเลาะวิวาทมาเป็นคดีทำร้ายร่างกาย ซึ่งตามกฎหมายของสหราชอาณาจักรแล้วจัดว่าเป็นข้อหาที่รุนแรง มีโทษสูงสุดถึงการจำคุก 5 ปี และหากว่าถูกตัดสินว่าผิดจริงจะไม่มีการรอลงอาญา หรือว่าอุทธรณ์ต่อศาล จึงหมายความว่าจะต้องส่งผลกับอนาคตการค้าแข้งของกองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้แน่นอน
 อย่างไรก็ตาม คาดว่าการพิจารณาคดีเรื่องนี้ยังไม่น่าจะสิ้นสุดลงง่ายๆ โดยจะมีการให้ปากคำกันต่อในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม และน่าจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์