
'ประยุทธ์' จัดทัพ 'แม่น้ำ 5 สาย' ...ห้ามแตกแถว!
18 ต.ค. 2558
คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : 'ประยุทธ์' จัดทัพ 'แม่น้ำ 5 สาย' ...ห้ามแตกแถว! : โดย...สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ (@jin_nation) สำนักข่าวเนชั่น
ใครที่เป็นแฟนรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” จะเห็นได้ว่า การจัดรายการของ “นายกฯ ตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา มีวิธีการสื่อสารกับประชาชนที่เปลี่ยนไป
จากที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยพูดร่ายยาวไปเรื่อยๆ ครั้งนี้มีการจัดหมวดหมู่ หัวข้อที่จะพูดไว้เป็นข้อๆ เพื่อง่ายต่อการเข้าใจถึงสิ่งที่นายกฯ ต้องการจะสื่อออกไป
หลังเกริ่นนำด้วยเรื่องที่เป็นความสุขของคนไทย คือ ชัยชนะของทีมฟุตบอล “ช้างศึกไทย” ที่บุกไปเอาชนะเวียดนามได้ 3-0 นายกฯ ก็เข้าเรื่อง “สิ่งสำคัญที่รัฐบาลและคสช.กำลังทำ” แจกแจงออกมาเป็นข้อๆ สั้นๆ กระชับ 8 ข้อ ตั้งแต่เรื่องการวางพื้นฐานประเทศให้เข้มแข็ง ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และการต่างประเทศ เรื่อยไปถึงการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การสนับสนุนการทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ไปจนถึงเรื่องการเร่งรัดดำเนินการคดีฟ้องร้องต่างๆ ที่มีมูลค่าสูง ทั้งที่รัฐเป็นโจทก์ 6 คดี และเป็นจำเลย 6 คดี เพื่อให้ได้ข้อยุติให้ได้มากที่สุด
แน่นอนในคดีความที่รัฐเป็นโจทก์ รวมถึงคดีอันเนื่องมาจากโครงการจำนำข้าว ที่รัฐบาลกำลังใช้ “คำสั่งทางการปกครอง” เพื่อฟ้องเรียกค่าเสียหายจากอดีตนายกฯ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” จนทำให้เป็นประเด็นโต้แย้งกันมาตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
จากที่ฝ่ายอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เก็บตัวเงียบมาระยะหนึ่ง ประเด็นนี้เป็นตัวจุดชนวนให้เกิดความเคลื่อนไหวขึ้นมา เพราะใกล้เวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะสรุปเรื่อง และส่งให้คณะกรรมการอีกชุดพิจารณาตัวเลขความเสียหายของโครงการที่จะการฟ้องร้องว่าจะเป็นเท่าไร ซึ่งในส่วนอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์นั้น มีรายงานข่าวออกมาว่า น่าจะโดนเรียกฟ้องค่าเสียหายประมาณ 5 แสนล้านบาท
การเคลื่อนไหวของ “ยิ่งลักษณ์” น่าจะเรียกได้ว่า หนักที่สุดเท่าที่เคยขยับตัวมาหลังการยึดอำนาจของ คสช.เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 เพียงแต่เป็นการเคลื่อนไหวต่อสู้ในเชิงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ทั้งการออกจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ ประยุทธ์ การให้ทีมทนายไปยื่นหนังสือต่อนายกฯ และแกนนำเพื่อไทยออกมาช่วยเคลื่อนไหว โดยเฉพาะการทำคลิปอธิบายถึงโครงการจำนำข้าว และตั้งคำถามว่า โครงการต่างๆ ของหลายรัฐบาลก็ทำให้เกิดความเสียหายเหมือนกัน ทำไมจึงเลือกดำเนินการเฉพาะกรณีของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่สำคัญคือ ทำไมรัฐบาลเลือกใช้คำสั่งทางปกครองแทนการส่งฟ้องศาล และตั้งคำถามถึงความพยายามในการรวบรัด เร่งรัดคดี
ในที่สุดฝ่ายรัฐบาลยอมขยายเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงออกไปอีก 30 วัน และเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพิ่มเติม
ในขณะที่รัฐบาลกำลังถูกตั้งคำถามว่า “เลือกปฏิบัติ” หรือไม่ โฆษกรัฐบาล “พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด” ได้ออกมาแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า นายกฯ ได้สั่งการให้ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ ไปติดตามข้อมูลเรื่องการฟ้องร้องทั้งที่รัฐเป็นโจทก์และจำเลย โดยนายวิษณุรวบรวมมา 12 คดี และแน่นอน นายกฯ มาย้ำเรื่องนี้อีกทีในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” เมื่อคืนวันศุกร์ว่า “คสช. หรือ รัฐบาล ไม่ได้ทำเพื่อกลั่นแกล้ง ไม่ให้ความเป็นธรรมแต่อย่างใด”
ถัดจากการพูดถึง “สิ่งสำคัญที่รัฐบาล และ คสช. กำลังทำ” 8 ข้อ นายกฯ ก็พูดถึง “เรื่องอื่นๆ ที่อยากชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ” โดยแบ่งเป็นข้อๆ เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องสถานการณ์น้ำ ที่คาดว่าปีหน้าจะมีปัญหา จึงขอความร่วมมือประชาชนเรื่องการประหยัดน้ำ และขอให้ประชาชนปรับเปลี่ยนจากการปลูกข้าวหรือพืชใช้น้ำมาก มาเป็นปลูกพืชใช้น้ำน้อย
สอดคล้องกับกรณีที่มีข่าวว่าทางการได้ส่ง “ทหาร” ลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเรื่องนี้ “พ.อ.วินธัย สุวารี” โฆษกกองทัพบก ออกมายอมรับและอธิบายว่า เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องต่างๆ ซึ่งมีทั้งประเด็นการเมือง และเรื่องอื่นๆ รวมถึงเรื่อง “การทำนา” ที่อาจมีคนไปปลุกระดมชาวนาว่ารัฐบาลห้ามทำนา ซึ่งความจริงเป็นการขอความร่วมมือ ไม่ได้บังคับ
มองในภาพรวม จะเห็นได้ชัดว่า ในระยะหลัง “พล.อ.ประยุทธ์” ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจกับประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากได้ “มีชัย ฤชุพันธุ์” มาเป็นหัวขบวนร่างรัฐธรรมนูญครั้งใหม่ เริ่มต้นการเดินตามโรดแม็พใหม่อีกครั้ง หลัง สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ
หากเทียบกัน จะเห็นได้ชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ “โอบอุ้ม” กรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุด “มีชัย” มากกว่าชุดของ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” โดยช่วงการร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการชุดบวรศักดิ์ ดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งใจรักษาระยะห่าง เพื่อแสดงให้เห็นว่า คณะกรรมาธิการมีอิสระในการร่างรัฐธรรมนูญ แม้บวรศักดิ์จะมาเฉลยในตอนท้ายก็ตามว่า ต้องร่างรัฐธรรมนูญตามใจ “แป๊ะ”
ถามว่าทำไม พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกหน้าอำนวยความสะดวกให้ “มีชัย” มากขนาดนี้? คำตอบคือ เพราะการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ มีอุปสรรคใหญ่คือ ต้องผ่าน “ประชามติ” ด้วย หากไม่ผ่านก็ไม่สามารถเป็นไปตามโรดแม็พข้างต้นได้ การประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้คุกรุ่นวุ่นวาย ถือเป็นภารกิจสำคัญ
การจะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ มี 3ทาง คือ ลดความเข้มข้นในบางประเด็นที่จะเป็นสาเหตุให้ประชาชนลงมติ “ไม่เห็นชอบ” เช่น เรื่อง “อำนาจพิเศษ” ของ คปป. (คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ)
อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ และทุกคนที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง “มีชัย” จะบอกว่า ยังไม่รู้ว่าร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะมี “คปป.” หรือไม่ แต่ทุกคนก็พูดตรงกันว่า จำเป็นต้องมีกลไกที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดทางตันจนบ้านเมืองไปไม่ได้
นอกจากเรื่อง “คปป.” ยังมีอีกหลายประเด็นที่จะมีผลสำคัญต่อการตัดสินใจของประชาชนในตอนลงประชามติ ซึ่งดูเหมือนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะลดดีกรีความเข้มข้นลง
ทางที่ 2 ที่จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านคือ การ “ปูพรม” ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งตอนนี้กองทัพบกเริ่มปฏิบัติการแล้ว
หรือหนทางที่ 3 คือ เปลี่ยนกติกาในการผ่านร่างรัฐธรรมนูญ หรือทำประชามติใหม่
ก้าวย่างของ “พล.อ.ประยุทธ์” และ คสช.จากนี้ เป้าหมายคือ ต้องทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านออกมาให้ได้ ขณะเดียวกันช่วงเวลาที่เหลือต้องทำอีกหลายเรื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย “ไม่เสียของ” รวมทั้งการเร่งเคลียร์คดีที่เป็นความเสียหายของรัฐอย่างคดีจำนำข้าว หรือการลุยนโยบาย “ประชารัฐ” เพื่อมาแทนที่ “ประชานิยม”
นับจากนี้ “แม่น้ำ 5 สาย” จึงห้ามแตกแถว!
--------------------
(คม วิเคราะห์ การเมืองรอบสัปดาห์ : 'ประยุทธ์' จัดทัพ 'แม่น้ำ 5 สาย' ...ห้ามแตกแถว! : โดย...สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ (@jin_nation) สำนักข่าวเนชั่น)



