
'เสธ.โต'เดินหน้าเลือกตั้งยุติธรรม
17 ต.ค. 2558
พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประกาศชัด 'ห้ามล็อบบี้' ลั่นจะดำรงความยุติธรรมในการเลือกตั้งสมาคมฟุตบอล
17 ต.ค. 58 ตามที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) โดยคณะกรรมการฉุกเฉิน ลงมติร่วมกับสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ถอดถอนสภากรรมการสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่หมดวาระ พร้อมแต่งตั้ง “คณะกรรมการกลาง” เข้ามาทำหน้าที่แทนตามบัทบัญญัติของ “ฟีฟ่า” มาตรา 7 ย่อหน้า 2 เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 เนื่องจากกำหนดการเลือกตั้งเดิมวันที่ 17 ตุลาคม ถูกยกเลิกไป ซึ่งคณะกรรมการกลางประกอบด้วย “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ เป็นประธาน “บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ รองประธาน พินิจ สะสินิน เลขาธิการ และกรรมการ 3 คนคือ สัตยา อรุณธานี, มานิต วรรณธนะสาร และชื่นชนก ศิริวฒน์
ล่าสุด “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยว่า จากการประชุมสมาคมฟุตบอล วันที่ 17 กันยายน มีการร้องเรียนถึงฟีฟ่าใน 3 กรณี ทั้งการส่งหนังสือเชิญสมาชิกประชุมที่ไม่ได้รับก่อน 30 วัน การคัดเลือกผู้แทนจากลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 รวม 30 คนที่มีไม่มีความชัดเจนและคลุมเครือ รวมถึงคณะกรรมการเลือกตั้งที่ไม่เป็นสมาชิกของสมาคมฟุตบอล ซึ่งข้อมูลตรงนี้ได้มีการร้องเรียนต่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กกท. ก่อนที่ฟีฟ่าจะลงมาจัดการปัญหาต่างๆ ด้วยการตั้งคณะกรรมการกลางเข้ามาดูแล
"คณะกรรมการกลางที่ฟีฟ่าแต่งตั้งมานั้นไม่ได้มาจาก กกท. แต่รายชื่อทั้งหมดเป็นการเสนอเข้าไปของฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึงสมาคมฟุตบอลและผู้สมัครเลือกตั้งด้วย ในส่วนของ กกท.เสนอ มานิตย์ วรรธนะสาร ผอ.ฝ่ายนิติกร เข้าไปเพียงรายเดียวเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆ ฝ่ายอื่นๆ เป็นคนเสนอไปและไม่เกี่ยวข้องกับ กกท. ขณะที่ระเบียบข้อบังคับลักษณะปกครองที่สมาคมฟุตบอลร่างขึ้นและขอมติจากการประชุมวันที่ 17 กันยายน เพื่อใช้ในการเลือกตั้งนั้นทาง กกท.ไม่รับรอง และจะส่งต่อให้คณะกรรมการของ เสธ.โต เพื่อปรับปรุงแก้ไขแล้วให้สมาชิกสมาคมฟุตบอลรับรอง"
ผู้ว่าการ กกท.เผยต่อว่า เรื่องของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยหรือเรื่องในสนามคงไม่มีเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการกลางที่ฟีฟ่าตั้งมาแน่นอน แต่คณะกรรมการกลางจะมีขอบเขตอำนาจอย่างไรต้องเข้าไปบริหารงานสมาคมฟุตบอลหรือเตรียมทีมชาติไทย รวมถึงเกี่ยวข้องต่อการจัดแข่งขันฟุตบอลลีกหรือไม่ กกท.จะทำหนังสือถึงฟีฟ่าเพื่อขอความชัดเจนต่อไป
ด้าน “เสธ.โต” กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดมากนักเพราะยังไม่ได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการจากฟีฟ่า เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยังไม่ได้เข้าไปดูที่ทำงานและไม่ทราบด้วยว่าใครเสนอชื่อให้เข้าเป็นประธาณคณะกรรมการ แต่เข้าใจว่าฟีฟ่าคงทราบว่าตนมีลักษณะการทำงานที่ตรงไปตรงมา แน่นอนว่าเมื่อมาทำตรงนี้แล้วจะรักษาผลประโยชน์ของชาติเอาไว้ให้มากที่สุด คณะกรรมการชุดนี้จะดำรงความยุติธรรมและไม่เข้าข้างฝ่ายใดแน่นอน วงการจะล่มสลายไม่ได้ ทุกคนต้องลดทิฐิลง และยืนยันว่าจะไม่มีการล็อบบี้จากฝ่ายใดแน่
ขณะที่นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมาย สมาคมฟุตบอล เปิดเผยว่า คำสั่งของฟีฟ่าเป็นการหารือร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งว่าจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่ซึ่งทุกฝ่ายมีข้อตกลงให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นโดยให้เสนอชื่อคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ามาทำงาน อย่างไรก็ตามคณะกรรมการกลางทั้ง 6 คนจะไม่เข้ามาแทรกแซงการทำงานหรือบริหารกิจการภายในของสมาคมฟุตบอล ทั้งฟุตบอลลีก ผู้ตัดสิน และทีมชาติไทย แต่คณะกรรมการกลางจะดูเรื่องเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 เท่านั้น



