ข่าว

ปชป.แนะรัฐตั้งหลัก-อธิบายเอาผิด'ปู'

ปชป.แนะรัฐตั้งหลัก-อธิบายเอาผิด'ปู'

17 ต.ค. 2558

ปชป. แนะรัฐตั้งหลัก - อธิบายขั้นตอนเอาผิด 'ยิ่งลักษณ์' คดีจำนำข้าว หวั่นจากที่เป็นโจทก์ จะเป็นจำเลยเสียเอง

 
                      17 ต.ค. 58  นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกและคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลกำลังดำเนินการเรียกค่าเสียหายในกรณีโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งมีการตอบโต้จากทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และกลุ่มบุคคลจากพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก ว่า รัฐบาลต้องตั้งหลักให้ชัดและต้องอธิบายให้สังคมเข้าใจในเรื่องหลักของกระบวนการดำเนินคดีนี้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเมื่อทุกคนเข้าใจหลักการที่ถูกต้องแล้วย่อมไม่มีประโยชน์ที่จะต้องไปชี้แจงคนที่จะต้องเป็นจำเลย เพราะหากรัฐบาลไม่อธิบายให้ชัดจากที่เป็นโจทก์ก็จะเป็นจำเลยเสียเอง พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ต้องอธิบายประชาชนว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายก็เพื่อมาควบคุมในการปฏิบัติหน้าที่ของคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่กระทำการละเมิดคือทำอะไรที่ไม่ถูกต้องกับประชาชนก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ประชาชน และเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐก็ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐ
 
                      คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ถือได้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อมีการจงใจหรือประมาทเลินเล่อในการจัดการโครงการรับจำนำข้าวจนเกิดการทุจริต งบประมาณแผ่นดินเสียหายไปหลายแสนล้านบาท กระทรวงการคลังถือได้ว่าเป็นหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบเรื่องเงินของแผ่นดิน ก็เป็นหน่วยงานของรัฐที่ถูกละเมิดย่อมเรียกค่าเสียหายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ ซึ่งกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กฎหมาย ในมาตรา 10 ระบุสาระสำคัญไว้ชัดว่า ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ผู้นั้นสังกัดอยู่หรือไม่ ถ้าเป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่มีการละเมิดก็ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่หน่วยงานของรัฐและกรณีกฎหมายฉบับเดียวกันนี้ก็มีการดำเนินการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐมาแล้วหลายราย ไม่ใช่เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างที่ถูกกล่าวหา การที่อ้างว่าไม่ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการ ระยะเวลาตั้งนาน หากมีการนัดแนะเพื่อที่จะเข้าชี้แจงคงไม่เป็นการยาก ล้วนแล้วแต่เป็นข้ออ้าง เป็นเทคนิคในการต่อสู้คดีในชั้นศาล
 
                      การที่กลุ่มคนพรรคเพื่อไทยออกมาตอบโต้รัฐบาลนั้น เป็นเรื่องปกติที่เขาพยายามที่จะกระทำให้กระบวนการในการดำเนินการของรัฐบาลมีความไม่ชอบธรรม เลือกปฏิบัติ ไม่ฟังความรอบด้าน เร่งรีบ รวบรัด ซึ่งในฐานะที่เคยต่อสู้คดีกับพรรคเพื่อไทยมาหลายคดี นี่คือหลักที่เขาจะตั้งไว้ต่อสู้ในเกือบทุกคดี พรรคเพื่อไทยจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเนื้อหาสาระข้อเท็จจริงเท่าที่ควร คดีนี้ก็เช่นกัน ที่ข้อเท็จจริงพรรคเพื่อไทยรู้ว่าสู้ในข้อเท็จจริงยากมาก ดังนั้นการทำลายน้ำหนักในเรื่องกระบวนการจึงเป็นเรื่องปกติ เรื่องโครงการรับจำนำข้าวข้อเท็จจริงยุติว่ามีการทุจริตจริง นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่โดยตรงขณะนั้นไม่เคยระงับยับยั้ง ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีการทุจริต ย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่ค่อนข้างยากในการต่อสู้คดีเช่นกัน