
รัฐบาลไทยเร่งแก้ทำประมงผิดกฎหมายหวังปลดใบเหลืองจากอียู
รัฐบาลไทยเร่งแก้ทำประมงผิดกฎหมาย หวังปลดใบเหลืองจากอียู
จากกรณีประเทศไทยมีการทำประมงเกินศักยภาพของปริมาณสัตว์น้ำมาเป็นเวลาช้านาน จากเรือประมงที่มีจำนวนมาก ขาดการควบคุมจำนวนเรือ ขณะเดียวกันยังมีการลักลอบใช้เครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย ส่งผลให้จำนวนปริมาณสัตว์น้ำลดลงอย่างรวดเร็ว จนสหภาพยุโรปแจกใบเหลือง ปัญหานี้ทำให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขเพื่อรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำให้คงความสมบูรณ์และยั่งยืน
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม หรือ IUU มีความคืบหน้าไปมาก รวมทั้งร่างพระราชกำหนดการประมง แผนระดับชาติในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมง แผนบริหารจัดการประมงทะเล แผนการปรับปรุงระบบตรวจสอบย้อนกลับ แผนควบคุม และตรวจตราการทำประมงแห่งชาติ แผนการป้องกันการใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ในภาคประมง ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ส่วนการช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการบริหารจัดการประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมของราคากลางในการซื้อขายเรือประมงพร้อมส่วนประกอบ และคณะกรรมการพิจารณากลุ่มประกอบการที่สมควรได้รับเงินชดเชยในการหยุดออกเรือประมง และความเหมาะสมของวงเงิน”
คณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (กขย.) เสนอประกอบด้วย 1.การให้ความช่วยเหลือภาระหนี้สิน ที่เกิดจากการกู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งแหล่งเงินกู้อื่นๆ และการกู้เงินนอกระบบ เนื่องจากการที่ผู้ประกอบการประมงต้องหยุดออกเรือ ทำให้ไม่สามารถผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยจาการกู้ยืมได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลให้ธนาคารออมสินดำเนินการพักชำระหนี้ เบื้องต้นมีจำนวน 8,000 ราย ในวงเงิน 3,500 ล้านบาท 2.การชดเชยให้ความช่วยเหลือชาวประมง ที่ไม่สามารถประกอบอาชีพประมงได้ ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติวงเงินในการชดเชย ช่วยเหลืออวนรุนและโพงพางที่ต้องเลิกอาชีพ ในวงเงิน 47 ล้านบาท และเรือประมงที่เข้ามาลงทะเบียนอยู่ในระบบ PIPO แต่ไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการ 12 ข้อ ที่ ศปมผ.กำหนดได้ ตรงนี้มีเงินชดเชยให้ 180 ล้านบาท
3.มาตรการปรับเปลี่ยนเครื่องมือให้ ธกส.และออมสิน จัดให้มีสินเชื่อในอัตตราพิเศษ สำหรับผู้ที่เข้าข่ายประเภทนี้ สำหรับผู้ที่จะปรับเปลี่ยนเครื่องมือ คนที่จะปรับเปลี่ยนเครื่องมือสามารถใช้เรือเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ 4.การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการประมง ที่ต้องการเปลี่ยนเครื่องมือทำการประมงที่ถูกกฎหมาย หรือเปลี่ยนอาชีพ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมของราคากลางในการซื้อขายเรือประมงพร้อมส่วนประกอบ ในเบื้องต้นหากต้องการเปลี่ยนเครื่องมือ รัฐบาลจะจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กู้ หรือหากต้องการเปลี่ยนอาชีพจะประสานกับกระทรวงแรงงานเพื่อมาอบรมแรงงานให้
สำหรับความคืบหน้าในการติดตั้ง VMS ในเรือประมงไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า ขณะนี้มีการติดตั้งแล้ว 2,108 ลำ จากเป้าหมาย 2,216 ลำ และเรือประมงขนาด 30-60 ตันกรอส ติดตั้งแล้ว 300 ลำจากเป้าหมาย 2,000 ลำ โดยการติดตั้งจะต้องดำเนินการก่อนวันที่ 22 ตุลาคม หากผู้ประกอบการประมงฝ่าฝืนและไม่ติดตั้งระบบ VMS จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายที่กรมประมงกำหนด ทั้งนี้ กรมประมงได้กำหนดระยะเวลาการติดตั้งระบบ VMS โดยกำหนดให้เรือประมงขนาด 60 ตันกรอสขึ้นไป จะต้องติดตั้งระบบ VMS ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 16 กันยายน โดยขณะนี้มีการติดตั้งแล้ว 2,108 ลำ จากเป้าหมาย 2,216 ลำ และเรือประมงขนาด 30-60 ตันกรอส ติดตั้งแล้ว 300 ลำ จากเป้าหมาย 2,000 ลำ จะต้องติดตั้งก่อนวันที่ 22 ตุลาคม เช่นเดียวกัน
"รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและกำหนดให้การแก้ไขปัญหาการประมง IUU เป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่ต้องเร่งแก้ไข ทุกภาคส่วนจึงได้ร่วมมือกันจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการประมง IUU ของไทยขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินงานที่ชัดเจนให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมแก้ไขปัญหา และปลดใบเหลืองของสหภาพยุโรปในกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยแผนปฏิบัติการดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการนโยบาย แก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ และการทำประมงผิดกฎหมาย"
สำหรับแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการประมง IUU ประกอบด้วยแผนงานหลักๆ 6 แผนงาน ได้แก่ 1.การจดทะเบียนเรือประมง และออกใบอนุญาตทำการประมง 2.การควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง 3.การจัดทำระบบติดตามเรือ 4.การปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) 5.การปรับปรุงพระราชบัญญัติการประมงและกฎหมายลำดับรอง และ 6.การจัดทำแผนระดับชาติ ในการป้องกันยับยั้งและขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม National Plan of Action - IUU (NPOA-IUU)
แผนงานดังกล่าวสามารถครอบคลุมการแก้ไขปัญหาและการป้องกันการทำประมง IUU ของเรือประมงไทย ทั้งภายในน่านน้ำไทยและน่านน้ำต่างประเทศ รวมทั้งการป้องกันสินค้าสัตว์น้ำ IUU จากต่างประเทศ เข้ามายังประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย



