
'จเร'ปัดตอบปมเด้งฟ้าผ่า!
16 ต.ค. 2558
'จเร พันธุ์เปรื่อง' ทำใจ ปัดตอบปมเด้งฟ้าผ่า ลั่น เป็นข้าราชการ ไม่มีปัญหา เมื่อมีคำสั่งออกมาอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตาม
16 ต.ค. 58 เมื่อเวลา 12.35 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจเร พันธุ์เปรื่อง อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ถึงกรณีที่ถูกคำสั่ง มาตรา 44 ให้ย้ายไปช่วยราชการเป็นปรึกษาประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นพิเศษเฉพาะราย ว่า "ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว ผมเป็นข้าราชการ ไม่มีปัญหา เมื่อมีคำสั่งออกมาอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติตาม" เมื่อถามว่า คิดว่าสาเหตุที่ถูกโยกย้ายในครั้งนี้มาจากเรื่องใด นายจเร ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ก่อนวางสายโทรศัพท์ว่า “แค่นี้นะครับ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งโยกย้ายนายจเร ซึ่งเหลืออายุราชการ 2 ปี ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มข้าราชการของสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเหตุการณ์เด้งฟ้าผ่าเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็น ครั้งที่ 2 ต่อจากนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย อดีตเลขาธิการสภาฯ ที่ถูกคำสั่งตามมาตรา 44 ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนนายนัฑ ผาสุข ที่ย้ายจากสำนักงานวุฒิสภา มาเป็น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นการย้ายข้ามห้วยครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาการเลื่อนตำแหน่งผู้บริหารจะใช้ลูกหม้อในองค์กรนั้นๆ ซึ่งนายนัฑ ก่อนหน้านี้ก็เป็นแคนดิเดตเลขาธิการวุฒิสภา แต่ก็พลาดจากตำแหน่งไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ภายหลังเมื่อมีคำสั่งปลดนายจเร ออกจากตำแหน่ง นายจเร ได้มายังห้องทำงานบริเวณชั้นสอง อาคารรัฐสภา 1 เพื่อเก็บของใช้ส่วนตัว ขณะเดียวกันได้ประสานกับทีมงานของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะรองเลขาฯ เพื่อสั่งงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบ
จากนั้นเวลาประมาณ 13.30 น. ได้เข้าพบกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยใช้เวลาพบปะประมาณ 5 นาที จากนั้นให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า "ไม่ขอตอบว่าคำสั่งที่ออกมามีความเป็นธรรมหรือไม่ ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงคำสั่งย้ายดังกล่าว เพราะไม่เร่งรัดดำเนินการการสืบสวนและเอาผิดผู้เกี่ยวข้องในโครงการจัดซื้อจัดจ้างของสภาฯ ที่พบข้อร้องเรียนว่ามีการทุจริต ตนไม่ทราบ แต่การสอบสวนโครงการที่ร้องเรียนทำแล้วเสร็จไปหลายเรื่อง แต่เป็นเรื่องใดตนจำไม่ได้ ขณะที่การสานต่อการตรวจสอบโครงการทุจริต จะให้เลขาสภาฯ คนใหม่ มาสานต่อ"



