ข่าว

‘วิษณุ’งดพูดถึง‘ยิ่งลักษณ์’ปมจำนำข้าว

‘วิษณุ’งดพูดถึง‘ยิ่งลักษณ์’ปมจำนำข้าว

16 ต.ค. 2558

‘วิษณุ’ งดพูดถึง ‘ยิ่งลักษณ์’ ปมจำนำข้าว แจงที่ผ่านมาพูดเพื่อให้ปชช.เข้าใจ ปัดซ้ำเติม ยันกรอบร่างรธน.ตาม ม.35 ไม่ผิดแปลก เชื่อ กรธ.ร่างรธน.เป็นสากลได้

 
        16 ต.ค.58 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเอาผิดโครงการรับจำนำข้าวในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า วันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ แต่ส่วนตัวขอหยุดพูดเรื่องนี้สักระยะหนึ่ง เพราะการออกมาพูดรายวันนั้นไม่เป็นธรรมต่อเจ้าตัว ที่พูดๆกันมาก็น่าจะเพลาๆกันไว้ก่อน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาตนพูดเพื่อความเข้าใจของประชาชน ไม่ได้ซ้ำเติม น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่อย่างใด
 
 
‘วิษณุ’ ยันกรอบ ม.35 ไม่ผิดแปลก เชื่อ ‘กรธ.’ ร่างรธน.เป็นสากล
 
 
        16 ต.ค.58 เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องรัฐบาลให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 35 เนื่องจากเป็นกรอบที่แคบเกินไป ว่า มาตรา 35 นั้นเป็นการกำหนดว่ารัฐธรรมนูญที่จะร่างขึ้นอย่างน้อยจะต้องมีบทบัญญัติตามที่ได้ระบุไว้ โดยเรียกว่ากรอบ มีด้วยกัน 10 ข้อ กับอีก 1 วรรค หากใครมาบอกว่าให้ทบทวน หรือให้รื้อด้วยเหตุผลแคบไปก็ไม่มีปัญหาเพราะในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเขียนให้กว้างกว่านี้ก็ได้ ตนเข้าใจว่ามีคนเป็นห่วงเรื่องบทบัญญัติเหล่านี้จะเป็นการปิดประตูในหลายๆอย่าง แต่กรอบนี้เขียนไว้แล้วตั้งแต่พ.ศ. 2557 ถือเป็นเจตนารมณ์เดิมตั้งแต่ต้น แต่เป็นเพียงกรอบ เช่น การกำหนดกรอบให้เขียนหนังสือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนั้น จึงจะเขียนอย่างไรก็ได้เพียงให้เป็นไปตามกรอบ ตนเห็นว่าไม่ได้แคบไปอย่างที่บางคนวิจารณ์ และไม่เข้าใจว่าเสียงที่เรียกร้องให้แก้นั้นต้องการให้แก้ไขอย่างไร
  
        ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยมองว่ากรอบในมาตรา 35 นั้น ทำให้การร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นสากล นายวิษณุ กล่าวว่า นั่นเป็นความเห็นของพรรคเพื่อไทย แต่ผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวและรัฐบาล ไม่เห็นว่าประเด็นนี้เป็นข้อจำกัด เพราะถ้าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ร่างเป็นก็จะร่างออกมาแบบสากลและอยู่ในกรอบมาตรา 35 ซึ่งไม่ใช่เรื่องลำบาก และหากดูรายละเอียดในมาตรา 35 ก็จะพบว่านั่นเป็นสิ่งที่คนไทยเรียกร้องมาโดยตลอด เช่น มาตรการป้องกันผู้ที่ทุจริตเข้าสู่การเมือง ป้องกันการประชานิยมโดยไม่สมควร วางหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งกรอบมาตรา 35 เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้ผิดแปลก หรือพิสดารแต่อย่างใด
 
        เมื่อถามว่า บางฝ่ายเป็นห่วงว่ากรอบตามมาตรา 35 นี้จะมีการร่างให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองแห่งชาติ หรือ คปป. อยู่ด้วย นายวิษณุ กล่าวว่า อย่างนั้นไม่ได้อยู่ในกรอบตามมาตรา 35 ซึ่งจะเขียนหรือไม่เขียนก็สุดแท้แต่ กรธ. อย่างไรก็ตามเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คงต้องรอดูการทำงานของ กรธ. ซึ่งรัฐบาลและคสช. ไม่ได้ให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะถือว่าให้กรอบตามมาตรา 35 ไปแล้ว ซึ่งขณะนี้ กรธ.ได้ให้อนุกรรมการร่างเนื้อหาเบื้องต้นตามแต่ละหมวดไปก่อน
  
        “ยอมรับว่ามาตรา 35 ทำให้ กรธ.ขาดอิสระในการทำงาน เพราะถือเป็นกรอบ ไม่ได้ปล่อยให้เขียนตามใจชอบและในอดีตที่ผ่านมาการเขียนรัฐธรรมนูญนั้นไม่มีกรอบวางไว้แต่สุดท้ายก็เขียนโดยไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไร ทั้งนี้กรธ.ไม่สามารถเขียนรัฐธรรมนูญหลุดไปจากกรอบมาตรา 35 นี้ได้ แต่ยืนยันว่ากรอบนี้กว้างพอที่จะเขียนอย่างไรในรายละเอียดก็ได้” นายวิษณุ กล่าว
  
        นายวิษณุ กล่าวถึงข้อเสนอล่าสุดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ต่อ กรธ.ในการกำหนดอำนาจหน้าที่ ว่า เป็นการเสนอความคิดเห็น ซึ่งเมื่อกรธ.ได้เชิญกกต. เข้าให้ความเห็น กกต.ก็ต้องพูดถึงปัญหาของตัวเอง แต่คนที่รับฟังต้องฟังด้วยวิจารณญาณอย่างเป็นธรรมว่าพูดถึงปัญหาของตัวเองแล้วเกี่ยวกับปัญหาของประเทศด้วยหรือไม่
  
        เมื่อถามถึงกรณีที่กกต.ขอเพิ่มวาระการดำรงตำแหน่งจาก 5 ปี เป็น 7 ปี นายวิษณุ กล่าวว่า กกต.อาจมองถึงปัญหาเก่าๆ จึงเสนอให้อยู่ในวาระ 7 ปี แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะอยู่ถึง 7 ปี เพราะอย่างน้อยก็จะถูกล๊อกด้วยอายุ เช่น วาระดำรงตำแหน่งของกรรมการป.ป.ช.ที่อยู่ 9 ปี แต่บางคนอยู่ 2 ปี ก็ครบแล้วเพราะอายุครบวาระ ส่วนที่กกต.ขอเพิ่มอำนาจ ซึ่งกกต.บอกว่า อยากให้งานมีประสิทธิภาพ ซึ่งเวลาที่กรธ. เชิญหน่วยงานใดมาให้ความเห็น ทุกคนก็ต้องพูดถึงปัญหาของงานตัวเอง และมีสูตรการแก้ปัญหา เช่น 1.ขาดคน 2. ขาดงบประมาณ 3. ขาดอำนาจ จึงต้องขอเงินและขออำนาจเพิ่ม ส่วนกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญขณะนี้ ทุกฝ่ายสามารถเสนอความเห็นเข้ามาได้ และเมื่อถึงเดือนม.ค. 2559 ซึ่งกรธ.จะเขียนเสร็จ จากนั้นจึงจะส่งร่างแรกให้หน่วยงานต่างๆเอาไปพิจารณา ซึ่งหากใครจะวิจารณ์ก็วิจารณ์กันในตอนนั้น
  
        “กรธ.ตั้งขึ้นมาเพื่อใช้สมองคิด ถกเถียงกัน และต้องมีสามัญสำนึก นิติสำนึก สาธารณะสำนึก หมายถึงประโยชน์ส่วนรวม เพราะบางครั้งหลักวิชาก็ใช้กับประโยชน์ส่วนรวมไม่ได้ ขณะที่ประชาชนต้องมี 1.ฉันทะ ความพอใจ โดยต้องพอใจผู้ร่างและตัวร่างฯ 2.วิริยะ ความขยัน หมั่นเพียร กรธ.ต้องขยันร่าง ขณะที่ประชาชนต้องขยันทำความเข้าใจ สื่อมวลชนต้องขยันติดตาม มาทำข่าว 3.จิตตะ ความเอาใจใส่ 4.วิมังสา การไตร่ตรอง นั่นคืออิทธิบาท4 หรือหนทางแห่งความสำเร็จนั่นเอง สาธุ” นายวิษณุ กล่าว