ข่าว

จะทิ้งกันเลยหรือ

จะทิ้งกันเลยหรือ

16 ต.ค. 2558

จะทิ้งกันเลยหรือ : กะดานความคิด น้ำเชี่ยว บูรพา

             กับท่าทีของรัฐบาลโดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่อกรณีความขัดแย้งระหว่างบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่อกรณีการขอคงสิทธิ์ใช้คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ของทีโอทีหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน

             โดยทีโอทีอ้างว่าเป็นสิทธิ์ของทีโอทีที่จะใช้คลื่นดังกล่าวเพื่อดูแลลูกค้าต่อไปและหากไม่ได้รับการจัดสรรคลื่นมาให้ย่อมกระทบต่อทรัพย์สินที่ทีโอทีได้รับมอบมาจากคู่สัญญาสัมปทานที่มีมูลค่าร่วม 2 แสนล้าน ขณะที่ กสทช.ก็อ้างว่าตาม พ.ร.บ.กสทช.นั้น เมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทานแล้วคลื่นความถี่ต้องถูกส่งคืนกลับมาให้ กสทช.นำไปเปิดประมูลเพื่อออกใบอนุญาตใหม่ เช่นเดียวกับคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ของ กสท กับทรูมูฟและดีพีซี ก่อนหน้านี้

             แต่ นายวิษณุ กลับให้เป็นเรื่อง 2 หน่วยงานไปว่ากันเองโดยอ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายรัฐบาลจะเข้าไปชี้ขาดอะไรไม่ได้

             ขณะที่ประชาชนคนไทยกำลังหดหู่จากภาวะเศรษฐกิจที่ “จมปลัก” อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศปี 2557 ว่าต่ำสุดในรอบทศวรรษแล้วคือ 0.7% จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง มาปีนี้ที่แม้จะอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาล คสช. กลับตกต่ำเสียยิ่งกว่าเดิมอีก จนรัฐบาลต้องตัดสินใจ “ยกเครื่อง” ทีมเศรษฐกิจชุดใหญ่

             ความหวังเดียวของการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทุกฝ่ายรู้แก่ใจวันนี้ จึงอยู่ที่การประมูลเพื่อออกใบอนุญาต 4 จีบนคลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ กสทช.ประกาศมานานแล้ว เพราะไม่เพียงจะทำให้รัฐได้เม็ดเงินจากการประมูลที่คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท สำหรับการประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ 2 ใบอนุญาตและอีกไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท สำหรับคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ยังไม่รวมเม็ดเงินลงทุนของภาคเอกชนที่ได้รับใบอนุญาตอีกนับแสนล้านบาท และจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องที่จะมีตามมาซึ่งคาดว่าจะช่วยให้เม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจอีกไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท ในระยะ 2 ปีข้างหน้า

             แทบจะกล่าวได้ว่าเศรษฐกิจของประเทศในช่วงที่เหลือของปี 2558 ต่อเนื่องไปยังปี 2559 นั้นก็หวังพึ่งพาการประมูล 4 จีที่กำลังจะมีขึ้นนี้เท่านั้น เป็นหนทางคืนความสุขให้ประชาชนที่ทุกฝ่ายเพรียกหาอย่างแท้จริง

             แล้วรัฐกลับจะไม่ดูดำดูดี กสทช.เสียอย่างนั้น

             น่าแปลก! ก่อนหน้านี้กรณีสิ้นสุดสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม หรือแคท กับบริษัท ทรูมูฟ และดีพีซี เมื่อปี 2556 ฝ่ายบริหาร กสท ก็เคยมีความพยายามจะขอถือครองคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ดังกล่าว ร้องไปทุกหน่วยงานและถึงขั้นฟ้องศาลปกครองเรียกค่าเสียหายจาก กสทช.กว่า 2.7 แสนล้านบาท เสียด้วยซ้ำ แต่ก็จำนนด้วยข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.คลื่นความถี่ปี 2553 จนต้องยอมรามือยินยอมให้ กสทช.นำคลื่น 1800

             เมกะเฮิรตซ์ มาเปิดประมูลซึ่งจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

             แต่พอมาถึงคิวการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานของคลื่น 900 ของทีโอทีครั้งนี้ ทำไมถึงบอกว่าไม่ใช่เรื่องที่รัฐจะเข้ามาแก้ไขปล่อยให้เป็นเรื่องของหน่วยงาน กสทช.ไปว่ากันเองกับทีโอที

             แน่นอน! หากเปิดทางให้ทีโอทีถือครองคลื่นดังกล่าวได้ ก็ให้กังขาเหตุใดถึงไม่เปิดช่องให้แคทได้ถือครองคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ก่อนหน้านั้นด้วย ไม่ต้องย้อนไปถึงคลื่นเก่าที่แคทเคยร้องขอถือครองหรอก เอาแค่คลื่น 1800

             เมกะเฮิรตซ์ 20 เมกะเฮิรตซ์ ที่อยู่ในมือดีแทคซึ่งยังไม่มีการนำมาใช้งานก็พอ

             หรือหากจะใช้อำนาจพิเศษออกคำสั่งให้กันคลื่น 1800

             เมกะเฮิรตซ์ ที่ยังไม่ได้นำออกมาให้บริการให้ 2 บริษัทสื่อสารรัฐร่วมกันไปให้บริการแทนคลื่น 900 และ 1800

             เมกะเฮิรตซ์ ที่ กสทช.กำลังจะนำไปประมูลอยู่นี้ยังจะเป็นทางออกที่ดีกว่าไหม