ข่าว

‘พล.ต.ท.พิสัณห์’ท้าชน‘สมาคมฟุตบอล’สู่ความโปร่ง

‘พล.ต.ท.พิสัณห์’ท้าชน‘สมาคมฟุตบอล’สู่ความโปร่ง

16 ต.ค. 2558

เปิดใจ‘พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก’ท้าชน‘สมาคมฟุตบอล’สู่ความโปร่งใส

             เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายให้ความสนใจหลังสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ออกคำสั่งพักงาน “วรวีร์ มะกูดี” หรือ บังยี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นเวลา 90 วัน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า จากคำสั่งของฟีฟ่าส่งผลให้ “บังยี” หมดสิทธิในการรับเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม หรือไม่ โดยบางฝั่งบอกว่า บังยีน่าจะหมดสิทธิรับเลือกตั้งเพราะคำสั่งของฟีฟ่าถือเป็นเด็ดขาดครอบคลุมทั้งหมด ขณะอีกฝั่งมองว่า การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเป็นกรรมการเป็นกิจการภายในประเทศ ดังนั้น คำสั่งของฟีฟ่าไม่น่าจะนำมาใช้ได้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดข้อถกเถียง จึงทำให้ฟีฟ่าออกแถลงการณ์เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากเห็นว่า หากกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 17 ตุลาคม อาจเกิดความไม่เป็นธรรม

             เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว “พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก” อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 หนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยให้สัมภาษณ์เครือเนชั่นถึงการเลื่อนการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยคนใหม่ ในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ว่า ฟีฟ่าประกาศเลื่อนการเลือกตั้งนายกสมาคม เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังฟีฟ่า เนื่องจากเห็นกระบวนการการเลือกตั้งในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ยังไม่เป็นธรรม ซึ่งฟีฟ่าได้พิจารณา และสอบสวนว่าไม่เป็นธรรมจริงตามที่่ได้มีการร้องไปหรือไม่จึงสั่งให้เลื่อนการเลือกตั้ง

             ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีและแฟร์ที่สุด การจัดการเลือกตั้งแบบนี้ ผมแพ้ชนะไม่แคร์หรอก ผมต้องการทำให้วงการฟุตบอลไทยสะอาด และโปร่งใส อะไรที่ไม่ดีที่ผ่านมาก็จะต้องตรวจสอบทั้งหมด เมื่อทางสมาคมทำผิดทางสมาคมก็จะต้องรับผิดชอบ ในสิ่งที่กระทำผิดไปจะมาอ้างเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะว่าคุณอยู่ในเรือลำเดียวกันแล้ว สิ่งที่ปฏิบัติผิดพลาดก็จะต้องรับผิดชอบ”

             นอกจากนี้ สมาคมอาจจะโดนสมาชิกทีมใดทีมหนึ่งฟ้องร้องทั้งคณะก็ได้ที่ไปใช้ข้อบังคับปลอมตามที่ศาลตัดสินแล้วว่าปลอม ดังนั้น จะต้องไปแก้ตัวที่ศาล ถ้ายืนยันว่าทำถูกต้องทำไมจะต้องมาฟังฟีฟ่า ตอนแรกที่นายวรวีร์ถูกแบนวันแรกก็ออกมาปฏิเสธกันว่า ยังทำกิจกรรมภายในประเทศได้ แต่วันถัดมาเกิดอะไรขึ้น แสดงว่าสมาคมมองถึงแต่ประโยชน์ส่วนตัว วันนี้นายวรวีร์ยังไม่กล้าเดินทางไปไหน แม้แต่จะไปรับทีมฟุตบอลที่กลับมาจากต่างประเทศ ยังไม่ได้ไป แต่คนที่ไม่รู้เรื่องมาพูดกันทั้งนั้น แม้แต่ผู้ว่าการ กกท. ก็ออกมาบอกว่าจะต้องเลือกตั้งในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ เพราะว่าผู้สมัครอีก 2 คนไม่ได้มีความผิด

             พล.ต.ท.พิสัณห์ ยืนยันว่า ไม่สนใจว่าฟีฟ่าจะสั่งให้เลื่อนอย่างไร หรือฝั่งของนายวรวีร์ จะส่งใครมาแทนมาได้เลย แต่ถือว่าได้ทำความสะอาดให้แก่สมาคมไประดับหนึ่งแล้ว อย่างที่สมาคมคิดว่า ทำถูกเรื่องการเลือกตั้ง แล้วทำไมไม่ยืนยันกับฟีฟ่าว่าถูก แต่หลักฐานตอนนี้มันชัดเจนว่า ทำไม่ถูกต้อง ฟีฟ่าจึงล้มการเลือกตั้งออกไป และที่พูดอะไรออกไปก็เสียคน แต่ทุกคนทำเป็นไม่รู้ว่าพูดไป เพราะมันโกหกทั้งหมดเลย สมาคมทำได้เพราะกิจกรรมภายใน ฟีฟ่าเข้ามายุ่งเกี่ยวไม่ได้ แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้ยกเลิกไป เราจะต้องฟังสิ่งที่เขาดำเนินการมาดูในรายละเอียด
 
             “ผมได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังฟีฟ่าว่า ทำไม่ถูกต้อง คุณทำไม่ถูกต้อง แต่คุณก็มาตะแบงว่าทำถูก เรื่องนี้พิสูจน์ได้แล้วว่า อะไรที่ไม่ถูกต้องพวกผมไม่ยอมอยู่แล้ว และจะขุดคุ้ยเรื่องที่ทำไว้ขึ้นมาให้หมด เอามาอยู่บนกระดาษเพื่อให้สมาชิกสมาคมเห็นว่า สิ่งที่ผมทำ กับสมาคมทำ ใครทำถูกผิด ใครจะต้องรับผิดชอบผลการกระทำถูกผิด ส่วนจะไปกระทบใครบ้างผมไม่รู้ หลังจากศาลมีคำพิพากษาเรื่องการปลอมแปลงเอกสารราชการ แต่สมาคมยังเอามาใช้อยู่ และไปตะแบงบอกว่า คดียังไม่สิ้นสุด เมื่อไม่สิ้นสุดก็จะต้องเอาเป็นผลคำพิพากษาชั้นต้นก่อน จะเอามาใช้ซ้ำในวันที่ 17 ตุลาคมนี้อีก ดังนั้น สิ่งนี้จะต้องรับผิดชอบทั้งหมด จะอ้างไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้หรอก เพราะคุณทำในนามมติของสภากรรมการ”

             หลังจากนี้จะมีคดีตามมาอีกมากมายตามที่สมาคมทำได้ ซึ่งได้ฝากไปแล้วว่า เพราะเราคุ้นเคยกับสมาคม ถ้าอะไรไม่ถูกก็จะต้องแก้ไข ถ้าได้เข้าไป จะแก้ไขทั้งหมด เช่นหนี้สินของสมาคม ก็ไม่ได้เอามาลงในงบดุลประจำปี ทั้งนี้ได้สอบถามไปยังโกลเด้นทิวลิป ถามว่าสมาคมมีหนี้สินหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่า คร่าวๆ มีจำนวน 4 ล้านบาท จึงบอกว่า ทำไมไม่ลงในงบดุลประจำปี ถ้านายวรวีร์ไม่ได้เป็นนายกสมาคม และคนอื่นเป็นแทน อย่างนี้ใครจะรับผิดชอบ ทุกคนมันเดือดร้อนกันหมด หากทำอะไรไม่ตรงไปตรงมา ทั้งนี้ความไม่เรียบร้อยการเงินของสมาคม จะต้องขุดคุ้ยให้หมด อะไรที่สมาคมทำไม่ถูกจะมาตีแผ่ว่าเพราะอะไร เงินฟีฟ่าจำนวน 12 ล้านบาท ที่นักฟุตบอลหญิงมานั่งร้องไห้ว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จะตรวจสอบทั้งหมด ยืนยันว่า เอาแน่ แม้ว่าจะแพ้หรือชนะ สมาคมจะต้องชี้แจงให้ได้ หากชี้แจงไม่ได้ก็จะต้องไปชี้แจงที่ศาลเท่านั้น

             พล.ต.ท.พิสัณห์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทรูวิชั่นส์ให้งบประมาณ 600 ล้านบาท โตโยต้าให้มา 100 ล้านบาท ซึ่งตกประมาณ 700 ล้านบาท ยังไม่รวมจากหน่วยงานอื่นๆ แต่งบดุลของสมาคมบอกว่ามีสปอนเซอร์ 99 ล้านบาท อยากถามว่า เงินที่เหลือหายไปไหนหมด สมาคมชี้แจงได้หรือไม่ว่าเงินหายไปไหน เงินค่าปรับจากลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 เขาขอใบเสร็จทำไมไม่ให้ไป และค่าปรับเอาไปใส่ชื่อคนนั้นคนนี้ ทั้งๆ ที่มีข้อบังคับชัดเจนอยู่แล้วว่า ค่าปรับจะต้องนำเข้ามาไว้ที่สมาคม ตรงนี้จะต้องตรวจสอบรายละเอียดให้หมดว่าเงินไปอยู่ที่ไหน จะต้องเอาหน่วยงานราชการไปตรวจสอบ เพราะคุณไม่สามารถตอบรายละเอียดได้ พอเราสู้ ทางสมาคมก็ไปไม่เป็น ในเมืองไทยไม่เห็นมีใครสู้ แต่รู้ในวิถีทางที่ถูกต้อง ไม่ได้ใช้ใต้ดินสู้ สู้ด้วยตัวเอง

             “อยากฝากไปถึงสมาชิกว่าให้คิดดูให้ดี จะให้ผมไปล้างสมาคม หรือจะให้สมาคมทำอย่างนี้ต่อไป ใครจะมาสมัครแทนคุณวรวีร์ ก็ไม่รู้ แต่ผมจะทำให้เกิดความสะอาด และโปร่งใสมากที่สุด ทั้งนี้ การเลือกตั้งผมเอาความบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง เรื่องนี้ต้องให้ทางสมาชิกเลือกเอา ถ้าอยากได้แบบเก่าก็เลือกมา ผมไม่ว่าอะไร ผมต้องทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้านเหมือนเดิม อะไรที่สมาคมทำไม่ถูกก็จะต้องไปขุดคุ้ยทั้งหมด สมาคมไม่ใช่มาเฟียผมไม่ต้องกลัว จะเดินหน้าตรวจสอบในฐานะสมาชิก สมาคมกล้าทำ ผมกล้าตรวจสอบหมด อะไรที่สมาคมทำไม่ถูกต้องจะต้องแก้ไข”

             พล.ต.ท.พิสัณห์ กล่าวว่า โครงการที่ผ่านมามีอีกหลายเรื่อง แต่จะต้องไปดูก่อน ซึ่งจะต้องประสานงานกับฟีฟ่าอีกว่า การเงินทั้งหมดของสมาคมที่ซุกไว้ใต้พรมมีอะไรอีกบ้าง โครงการต่างๆ ที่ฟีฟ่าให้มา ทั้งโปรเจกท์ต่างๆ หรือสนามฟุตบอลที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ยังมีช่องโหว่อะไรอีกหรือไม่ เรื่องนี้จะรื้อให้หมด ทั้งนี้ การออกมาท้าชนครั้งนี้ไม่จริงเลยที่มีข่าวว่ามีนักการเมืองหนุนหลัง เพราะประกาศชนกับทางสมาคมมานานแล้ว ไม่ได้ร่วมกับสมาคมมาปีกว่าแล้ว และยืนยันว่าไม่มีกลุ่มการเมืองสนับสนุน ใครดีใครชั่วพิจารณาเองได้ ไม่จำเป็นจะต้องมีกลุ่มการเมืองสนับสนุน

             อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ไม่อยากเปิดศึกกับสมาชิก แต่อยากให้สมาชิกไปคิดใหม่ทำไม อะไรที่โบราณจะต้องเปลี่ยน เราเป็นครอบครัวฟุตบอลด้วยกัน ไม่ได้คิดแค้น หรือล้างแค้นอะไร ถือว่ามาช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอล ส่วนตัวชัดเจนโปร่งใส นโยบายหาเสียงคือโปร่งใส ยุติธรรม สามัคคี โปร่งใสเรื่องการเงิน ยุติธรรมเรื่องกรรมการ สามัคคีทุกทีมเป็นพี่น้องกัน ส่วนใครจะไม่สามัคคีกับผมก็แล้วแต่
 
             “ผมยืนยันว่า ใครแพ้ชนะไม่แคร์ เพียงแต่ขอทำให้ถูกต้องของกฎหมายไทย ผมคิดว่าเหมือนกับทำให้สมาคมมีความสะอาดมากขึ้น การทำงานจะต้องใช้สติปัญญา หากทำไม่ถูกต้อง จะต้องถูกสอนมวยกันบ้าง สิ่งที่ทำไม่ถูกจะต้องฟ้องในอีกหลายเรื่อง เพราะคุณไม่ยอมอ่านข้อบังคับของฟีฟ่า”