
'คลอปป์'นำทัพหงส์บุกเล้าไก่
16 ต.ค. 2558
ลิเวอร์พูล ตัวหลักเจ็บอื้อ ในเกมบุกเยือน สเปอร์ส ศึกพรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. แต่จะได้ 'เจอร์เกน คลอปป์' ประเดิมงานใหม่ในฐานะเฮดโค้ช
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันที่ 17 ตุลาคมนี้ มีโปรแกรมฟาดแข้ง 8 คู่ โดย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 10 แข่ง 8 นัด มี 12 แต้ม ต้องบุกไปเยือน “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ทีมอันดับ 8 แข่ง 8 นัด มี 13 แต้ม ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน ในเวลา 18.45 น. เกมนี้ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือคนใหม่ของ “หงส์แดง” เตรียมประเดิมงานคุมทีมเป็นนัดแรก หลังเข้ามารับงานต่อจาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส โค้ชคนเก่าที่โดนเด้งจากตำแหน่ง แม้จะมีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บหลายราย ไม่ว่าจะเป็น โจ โกเมซ, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โรแบร์โต ฟีร์มีโน และคริสเตียน เบนเตเก แต่มีลุ้นได้ตัว ฟิลิปป์ คูตินโญ และ เดยัน ลอฟเรน ฟิตกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง
คาดว่า ลิเวอร์พูล จะมีการปรับทัพจากนัดล่าสุดที่บุกไปเสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 โดย อดัม ลัลลานา อาจจะได้กลับมาช่วยเกมรุก เช่นเดียวกับ ฟิลิปป์ คูตินโญ ที่น่าจะได้กลับมาคุมแดนกลางร่วมกับเจมส์ มิลเนอร์ ส่วนคู่กองหน้ายังเป็นหน้าที่ของ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กับ แดนนี อิงค์ส
ฝั่งเจ้าบ้านของกุนซือ เมาริซิโอ โปเชตติโน ที่ไม่แพ้ใครมาแล้วถึง 7 นัด หมดสิทธิ์ใช้งาน เอริก ดิเยร์ ที่ติดโทษแบน 1 เกม รวมถึง ซอง ฮอง มิน ที่ยังต้องพักรักษาโรคเดี้ยง และต้องรอเช็กสภาพความฟิตของ แดนนี โรส, ไรอัน มาสัน และนาบิล เบนทาเลบ แต่พวกแข้งหลักรายอื่นๆ ยังพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ฮูโก ยอริส, แยน แฟร์ทองเกน, คริสเตียน อีริคเซน และ แฮร์รี เคน
ด้าน “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 แข่ง 8 นัด มี 16 แต้ม ต้องออกไปเยือน “ทอฟฟีสีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 7 แข่ง 8 นัด มี 13 แต้ม ในเวลา 21.00 น. นัดนี้ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือทีมเยือนจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ลุค ชอว์ กับ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ที่มีปัญหาบาดเจ็บ แต่น่าจะได้ มาร์กอส โรโฮ, ไมเคิล คาร์ริค และอังเดร์ เฮอร์เรรา ฟิตกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับ เวย์น รูนีย์ ที่พร้อมสลัดโรคเดี้ยงเพื่อคัมแบ็กมายืนล่าตาข่ายร่วมกับ เมมฟิส เดปาย และอองโตนี มาร์ซิยัล
ฝั่งเจ้าบ้านของกุนซือ โรแบร์โต มาร์ติเนซ ที่ไม่แพ้มาแล้วถึง 5 นัด จะไม่มี เลห์ตัน เบนส์ และ ทอม เคลเวอร์ลีย์ ที่ยังมีปัญหาบาดเจ็บ แต่น่าจะได้ จอห์น สโตนส์ หายเดี้ยงกลับมาช่วยแนวรับอีกครั้ง ส่วนพวกแข้งหลักอย่าง ทิม โฮเวิร์ด, ฟิล จากีลกา, แกเรธ แบร์รี, รอสส์ บาร์กลีย์ และ โรเมลู ลูกากู ยังพร้อมลงสนามตั้งแต่นาทีแรก
ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ทีมจ่าฝูง แข่ง 8 นัด มี 18 แต้ม จะเปิดรังอิติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับ “เชอร์รีส์” บอร์นมัธ ทีมน้องใหม่ที่อยู่อันดับ 15 แข่ง 8 นัด มี 8 แต้ม ในเวลา 21.00 น. เกมนี้ มานูเอล เปเยกรินี กุนซือเจ้าบ้านอาจไม่มี “กุน” เซอร์จิโอ อาเกโร ดาวยิงตัวเก่งที่เจอโรคเดี้ยงเล่นงาน รวมถึง บาการี ซานญา กับ ฟาเบียน เดลป์ ที่ยังไม่หายเจ็บ แต่มีลุ้นได้พวกแข้งหลักอย่าง แวงซองต์ กอมปานี, อเลกซานเดอร์ โคลารอฟ, ยายา ตูเร และ ดาวิด ซิลวา ที่พร้อมเรียกความฟิตกลับมาช่วยทีมได้ทั้งหมด
ส่วน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมรองจ่าฝูง แข่ง 8 นัด มี 16 แต้ม ต้องออกไปเยือน “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด ทีมอันดับ 12 นัด แข่ง 8 นัด มี 10 แต้ม ที่วิคาเรจ โรด ในเวลา 23.30 น. นัดนี้ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือทีมเยือนยังมีปัญหาผู้เล่นได้รับบาดเจ็บหลายราย ไม่ว่าจะเป็น โลรองต์ คอสเซีลสนี, มิเกล อาร์เตตา, มาติเยอ ฟลามินี, แจ็ค วิลเชียร์ และแดนนี เวลเบค แต่พวกแข้งดังรายอื่นๆ ยังพร้อมลงเล่นเป็นตัวจริงได้ทั้งหมด โดยเฉพาะแนวรุกที่เตรียมให้ เมซุต โอซิล ประสานร่วมกับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และ อเลกซิส ซานเชซ
โปรแกรมคู่อื่น เวลา 21.00 น. คริสตัล พาเลซ (4) พบ เวสต์แฮม (6), เซาแธมป์ตัน (9) พบ เลสเตอร์ (5), เวสต์บรอมวิช (17) พบ ซันเดอร์แลนด์ (19), เชลซี (16) พบ แอสตัน วิลลา (18)



