ข่าว

'วิษณุ'ชี้'บิ๊กตู่'ไม่ต้องเซ็นสั่ง'ปู'ชดใช้เงิน

'วิษณุ'ชี้'บิ๊กตู่'ไม่ต้องเซ็นสั่ง'ปู'ชดใช้เงิน

14 ต.ค. 2558

'วิษณุ' โต้ ทนาย 'ปู' พ.ร.บ.ละเมิดฯ เอาผิดรวมนักการเมือง ระบุ 'บิ๊กตู่' ไม่ต้องเซ็นคำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหายจำนำข้าว ชี้ เป็นหน้าที่ รมต.เจ้าของคดี

 
                      14 ต.ค. 58  เมื่อเวลา 12.30 น.  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการเรียกร้องความเสียหายโครงการจำนำข้าว ว่า เป็น 1 ใน 12 คดีที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ติดตามความคืบหน้า แต่ไม่เคยถือว่านโยบายผิด และไม่ถือว่าทุจริต การทุจริตหรือไม่เป็นอีก 1 คดี ขณะนี้จะพูดถึงเรื่องประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงจนเกิดความเสียหายหรือไม่ เป็นเรื่องคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความรับผิดทางแพ่งในชั้นของกระทรวงการคลังดำเนินการ ยังไม่ได้รายงานมา เพราะมีการขอขยายเวลาดำเนินการ ทั้งนี้ไม่สามารถระบุได้ว่ารัฐบาลที่ผ่านมาประมาทเลินเล่ออย่างไร ต้องไปว่ากันที่ชั้นศาล
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระบุว่า คำสั่งทางปกครองไม่สามารถใช้กับอดีตนายกฯ ได้ นายวิษณุ กล่าวว่า เห็นหมดแล้ว แต่จะไม่ตอบอะไร ได้ปรึกษาอัยการกับผู้เกี่ยวข้องบอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องพูดกันในชั้นศาล รัฐบาลจะไม่พูดอะไรในเรื่องนี้อีกสำหรับการตอบโต้ แต่จะพูดเท่าที่เป็นความรู้ให้กับประชาชนเพื่อสร้างความรับรู้และเข้าใจ
 
                      เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลยืนยันใช่หรือไม่ว่า จะใช้คำสั่งทางปกครอง นายวิษณุ กล่าวว่า รัฐบาลดำเนินการมาอย่างไร ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามนั้น เมื่อถามว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ครอบคลุมถึงนายกฯ ด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ครอบคลุมทั้งหมด ในนิยามของ พ.ร.บ.ได้ระบุว่า พ.ร.บ.ใช้กับคำว่าเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่หมายถึงข้าราชการ คือ ข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง พนักงานของรัฐทุกประเภท รวมทั้งที่เป็นกรรมการด้วย แล้วใน พ.ร.บ.หรือในระเบียบที่ออกตาม พ.ร.บ.ก็มีการพูดถึงว่า ในกรณีที่ผู้กระทำผิดเป็นรัฐมนตรี หรือแม้แต่นายกฯ ให้ดำเนินการอย่างไร เข้าใจว่าทนายฝ่ายนั้นคงได้ดูแล้ว สำหรับ พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดฯ และระเบียบมีสาระคือ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ หรือนักการเมือง หรือกรรมการไปกระทำละเมิด
 
                      นายวิษณุ กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลไม่ดำเนินการ แล้วคดีพ้นอายุความ 2 ปี ก็จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้กับรัฐบาล และรัฐบาลก็อาจจะต้องเป็นผู้ชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งตัวเลขจะเท่ากับที่เรียกร้องความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ ขึ้นอยู่กับกระบวนการ โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการและใช้กฎหมายเดียวกับที่จะดำเนินการใช้ในขณะนี้เพื่อเสียค่าเสียหาย
 
                      "ผมไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการ แต่ก็ย้ำตลอดว่าต้องให้ความเป็นธรรมในการสืบพยาน การที่จะเชิญใครต่อใครเข้ามา หากพบว่ายังมีจุดที่ยังไม่รัดกุมก็ต้องให้เวลา นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่กระทรวงการคลังยังช้าอยู่ เนื่องจากพบว่ามีกรณีที่จะต้องให้ความเป็นธรรม แต่หากเราเชิญไปแล้วเขาไม่มาก็ช่วยไม่ได้ ส่วนกรณีที่ทนายคุณยิ่งลักษณ์อ้างกรณีนายเริงชัย มะระกานนท์ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยผมไม่มีปัญหาเรื่องข้อคัดค้าน ทักท้วง เพราะไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาโต้คารมในเวลานี้ ทั้งหมดต้องพูดกันที่ศาล หากพูดมากไปจะทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวบุคคล เพราะขณะนี้ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ และที่ผมพูดมาทั้งหมดเป็นเพราะผู้สื่อข่าวถาม ผมไม่เคยอยากพูดเองและหากไม่ตอบก็จะเหมือนมีลับลมคมใน และมีจดหมายที่เขียนถามความคืบหน้ากับรัฐบาลไม่รู้กี่สิบฉบับว่าคดีความต่างๆ ถึงไหนแล้ว ผมก็เลยต้องพูดเพื่อให้รู้ว่ารัฐรักษาผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ได้เพิกเฉยหรือซ้ำเติม บี้กันจนเป็นคู่บาดหมาง"
 
                      เมื่อถามถึงกระบวนการออกคำสั่งทางปกครองเอาผิดเรื่องดังกล่าว นายวิษณุ กล่าวว่า นายกฯ ไม่ต้องเซ็นก็ได้ ตนได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วว่า นายกฯ จะเกี่ยวแค่ในช่วงต้นที่สำนวนมาจากคณะกรรมการตรวจสอบฯ จากนั้นคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่ง ที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน และกรรมการที่ประกอบด้วย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด จากนั้นจะส่งเรื่องกลับไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหากเรื่องเกี่ยวข้องกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็จะส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่หากเกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะส่งไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง เพราะ พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 บัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดและไม่อยู่ในสังกัดหน่วยงานใด ให้กระทรวงการคลังรับผิดชอบ ดังนั้น คดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ต้องส่งไปที่กระทรวงการคลังรับผิดชอบ เนื่องจากตำแหน่งนายกฯ ไม่มีสังกัด และที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการเพียงช่วงแรกนั้น เพราะนายกฯ ต้องลงไปดูในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการตรวจสอบฯ ของกระทรวงพาณิชย์ นายกฯ ก็ต้องไปร่วมเซ็นด้วย ซึ่งถือว่าสิ้นสุดในฝ่ายบริหาร และจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการของตุลาการ ที่มีการโต้แย้งว่ากระบวนการไม่เป็นไปตามหลักยุติธรรม เรื่องไม่ขึ้นศาล แต่กระบวนการเริ่มต้นก็เป็นลักษณะนี้ เพราะต่อไปเรื่องก็จะไปว่ากันในศาลปกครอง นั่นคือกระบวนการทางตุลาการ
 
                      เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยระบุว่านายกฯ ต้องเซ็นคำสั่งทางปกครอง แล้วเหตุใดวันนี้จึงบอกว่า ไม่ต้องเซ็นก็ได้ นายวิษณุ กล่าวว่า เราได้ประชุมเมื่อประมาณครึ่งเดือนที่ผ่านมา และมีความเห็นเป็นที่ชัดเจนว่า นายกฯ จะเซ็นหรือไม่ก็ได้ แต่ไม่ใช่เป็นการพยายามกันนายกฯ ออกมา เพราะหากดูตัวกฎหมายก็จะเห็นว่าต้องให้รัฐมนตรีเจ้าของคดีเป็นคนเซ็น ซึ่งกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด จึงให้ รมว.คลัง เป็นผู้เซ็น ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จะเซ็นร่วมกับรัฐมนตรีเจ้าของคดีเพียงครึ่งเดียว คือ ในช่วงแรก แต่ครึ่งหลังไม่ต้องเซ็น
 
                      "ไม่ได้เซฟ นายกฯ เพราะเปิดกฎหมายดูก็จะเห็น แน่นอนอะไรก็ตามที่เซ็นเกินย่อมดีกว่าเซ็นขาดหรือไม่เซ็นเลย แต่ถ้าต้องเซ็นแล้วไม่เซ็นถือว่าเป็นโมฆะ ซึ่งนายกฯ ประกาศแล้วถ้ามีอะไรผิดจะรับผิดชอบด้วยตัวเอง"
 
                      เมื่อถามว่า แสดงว่าถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะฟ้องร้องกลับก็จะไม่ถึงตัว พล.อ.ประยุทธ์ ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ถ้าทนายเก่งๆ ก็อาจจะฟ้องถึงตัวก็ได้ ซึ่งนายกฯ เองก็คงงง เพราะที่ผ่านมาจะให้เซ็นมาโดยตลอด แต่อยู่ๆ ก็หายไป
 
 
 
แจง ครม. 12 คดี กรณีรัฐเป็นคู่ความทางแพ่งกับเอกชน
 
 
                      นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ให้รวบรวมคดีความที่รัฐบาลเป็นโจทก์และเป็นผู้ถูกฟ้องจำนวน 12 คดี ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นวาระสั่งการในช่วงท้ายการประชุม ครม. เป็นการบ้านที่นายกรัฐมนตรี ตั้งโจทย์ให้แต่ละกระทรวงไปติดตามงานของหน่วยงานตัวเองแล้วนำกลับมารายงานให้ ครม.ทราบความคืบหน้า โดยข้อสั่งการไม่ถือเป็นมติ ครม. ซึ่งตนได้รายงานเรื่องคดีต่างๆ ให้ ครม.รับทราบว่ามีคดีสำคัญอะไรบ้างที่รัฐบาลเป็นโจทก์ฟ้องและเป็นผู้ฟ้องในคดีแพ่งที่มีมูลค่าเป็นจำนวนหมื่นล้าน แสนล้านบาท ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน จึงให้สรุปมาให้ดูว่าแต่ละคดีเกิดขึ้นเมื่อใด มีการเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ รวมทั้งหมด 12 คดี รัฐบาลเป็นโจทย์ 6 คดี และรัฐบาลจะถูกฟ้องร้อง 6 คดี แต่ประเด็นที่น่ารู้ คือ การฟ้องเรียกเงินจากรัฐบาลเพราะต้องนำงบประมาณแผ่นดินไปจ่าย ยกตัวอย่าง คดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน แต่ทั้งหมดยังเป็นเพียงขั้นตอนการรายงานให้ ครม.รับทราบ ยังไม่มีการเสนอ ครม.อนุมัติให้จ่ายหรือไม่จ่ายเงินแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลว่ายังมีคดีที่ต้องติดตามคดีอื่นเพิ่มเติมหรือไม่โดยที่กระทรวงยุติธรรมช่วยดำเนินการอีกทางหนึ่ง
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่รัฐเพลี่ยงพล้ำจนเสียเปรียบมาจากสาเหตุใด นายวิษณุ กล่าวว่า จะพูดว่าเป็นเรื่องของทนายแผ่นดินไม่ได้ หากรูปคดีเป็นเรื่องที่รัฐทำผิดก็ต้องผิด ทนายเก่งมาจากไหนก็ไม่มีทางบิดเบือนให้เป็นอย่างอื่นได้ และมูลเหตุของเรื่องคลองด่านเกิดมาจากรัฐไปยกเลิกสัญญาก่อสร้าง ทำให้บริษัทอ้างว่ารัฐเป็นฝ่ายผิด และเมื่อส่งไปอนุญาโตตุลาการพิจารณาและตัดสินให้เอกชนถูก โดยรัฐไปฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งอนุญาโตฯ แต่ปรากฏว่า ศาลยืนตามคำสั่งทำให้รัฐต้องจ่ายเงิน ส่วนใครจะผิดหรือถูกอย่าให้ระบุเลยว่าเรื่องนี้เกิดในรัฐบาลใด เพราะผ่านมาเป็นสิบรัฐบาล จึงไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่ทนายแผ่นดินบกพร่อง