ข่าว

ผบ.ตร.คาดใช้ม.44ดำเนินคดีป่วนถลาง

ผบ.ตร.คาดใช้ม.44ดำเนินคดีป่วนถลาง

14 ต.ค. 2558

ผบ.ตร.คาดจะดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทำลายทรัพย์สินราชการ ฐานละเมิด พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ หรืออาจใช้ ม.44 เตือนกลุ่มวัยรุ่นภูเก็ต อย่าคึกคะนองละเมิด ก.ม.

 
                      14 ต.ค. 58  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการออกหมายจับแกนนำและผู้ร่วมชุมนุมปิดล้อมและทำลายทรัพย์สินราชการ ที่สถานีตำรวจภูธรถลาง จังหวัดภูเก็ต ว่า ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 4 - 5 วัน จึงจะได้ความชัดเจน โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้กฎหมายพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ. 2558 หรือ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มาตรา 44
 
                      พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า ขณะที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 17 นาย ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมแล้ว ส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบ อาทิ สายการบิน และประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน ซึ่งหากมีการร้องทุกข์เข้ามาก็จะดำเนินคดีทันที
 
                      ผบ.ตร.กล่าวย้ำกับกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตว่า อย่าคึกคะนอง หากละเมิดกฎหมายก็จะดำเนินคดี และได้พูดหลายครั้งแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งระบาดของยาเสพติด ยืนยัน ถ้าผู้ตายเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็จะดำเนินคดีเช่นกัน ส่วนเรื่องการลงพื้นที่กวาดล้างปูพรมกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จะเร่งดำเนินการไม่ให้กระทบต่อการท่องเที่ยว
 
                      ด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน ต่อจากนี้จะให้ความสำคัญในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เนื่องจาก มีข้อมูลว่า เป็นพื้นที่แพร่ระบาดของยาเสพติด และมีปัญหาอาชญากรรมอยู่มาก แต่จะใช้มาตรการปูพรมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่หรือไม่นั้น ในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ จะเดินทางลงพื้นที่กำชับการทำงานด้วยตัวเองและจะพิจารณามาตรการเหล่านี้ อีกครั้ง
 
 
 
เชื่อตัดสายไฟหน้าบ้านญาติ 'มีชัย' ไม่โยงการเมือง
 
 
                      พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีคนร้ายตัดสายไฟหน้าบ้านของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ในส่วนนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นนทบุรีได้ลงไปดูแลแล้ว ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเป็นบ้านญาติของนายมีชัย จึงไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปพูดคุยกับตัวนายมีชัย รวมถึงตนก็เชื่อว่านายมีชัยเองไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร จึงไม่น่าจะเป็นประเด็น อีกทั้งตนก็ไม่อยากให้นำเรื่องนี้ไปโยงทางการเมือง เพราะเชื่อว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน ขณะเดียวกัน จากนี้ หากมีบุคคลสำคัญขอให้มีการจัดกำลังเพื่อรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมก็พร้อมจะจัดกำลังเข้าไปดูแล
 
 
 
สั่งการประชุมทำความเข้าใจตำรวจจราจรทั่วประเทศ 'ตั้งด่านลอย'
 
 
                      พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยถึงกรณีการยกเลิกการตั้งด่านลอย ว่า ได้มีการมอบหมายให้ พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจในกฎระเบียบการตั้งด่านตรวจ และการยกเลิกด่านลอย โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างตรงไปตรงมา นึกถึงทุกข์สุขของประชาชนเป็นหลัก ส่วนมาตรการต่างๆ จะมีการประชุมชี้แจงในวันนี้ (14 ต.ค.) ส่วนกรณีของ สน.พญาไท ที่มีการสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ 3 นายกระทำการโดยต้องสงสัย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด เบื้องต้นขอเวลาในการตรวจสอบ
 
 
 
เตรียมประชุมสรุปข้อมูลสำนวนคดีบึ้มปลายสัปดาห์นี้
 
 
                      พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีการวางระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ว่า จะเรียกประชุมหารือรวบรวมข้อมูลหรืออาจจะสรุปสำนวนคดีได้ภายในปลายสัปดาห์นี้ ส่วนกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำหนังสือไปยังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อเชิญเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทย เข้ามาหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบหนังสือเดินทาง การติดตามตัวนายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน หรือ อิซาน และ น.ส.วรรณา สวนสัน พร้อมด้วยนายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู ผู้ที่เป็นสามีนั้น รวมถึงกรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กำลังดำเนินการอยู่นั้น ตนยังไม่ทราบว่าได้ส่งหรือติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหรือไม่ จึงต้องรอการสอบถามจาก พล.ต.อ.ประวุฒิ เพื่อความชัดเจนในส่วนนี้อีกครั้ง
 
 
 
คาดจับตัวผู้ต้องหาฆ่าอดีตนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นได้ในเร็วๆ นี้
 
 
                      พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยถึงกรณีที่นายคาซุโอะ โยชิโอกะ อดีตนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นถูกทำร้ายเสียชีวิตที่ จ.อ่างทอง ว่า ในส่วนนี้ ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เข้าไปดูแลติดตามคดีนี้แล้ว และในขณะนี้ ก็ทราบว่าน่าจะออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานในการควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ เนื่องจากตนเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีที่ไม่ยาก ไม่มีความซับซ้อน