14 ต.ค.58 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปและปรองดองแห่งชาติ (คปป.) เพื่อแก้ปัญหาความแย้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่า ต้องรอดูนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่าจะเขียนรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไร ซึ่งคปป.จะมีหรือไม่นั้นตนยังไม่ทราบ แต่มองว่าต้องมีกลไกที่ทำให้ไม่ถึงทางตัน และต้องเดินต่อไปในอนาคตได้ เพราะเราไม่อยากให้มีความขัดแย้งเกิดขึ้นอีก ตนอยากให้ทุกเรื่องจบสักที และอยู่กันอย่างเป็นสุขดีกว่า ไม่มีใครอยากเป็นใหญ่ทั้งนั้น รวมถึงตนด้วย ส่วนที่ คสช.และรัฐบาลเข้ามาก็เพื่อแก้ไขปัญหา เนื่องจากอยากให้ประชาชนมีความสุขและขอให้เลิกขัดแย้งกัน ดังนั้นทางการเมืองเราต้องคิดดูให้ดีว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าให้ได้ ตนขอให้ทุกคนช่วยกันคิดและอย่าให้มีทางตัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเจตนาที่ดีใช่หรือไม่ที่จะให้มี คปป. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะเป็นเรื่อง กรธ. เมื่อตั้งมาแล้วก็ต้องช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไร เพราะเราไม่อยากให้มีทางตันเกิดขึ้น
“ผมขอพูดตรง ๆ ว่าขอให้จบเสียทีเรื่องการปฏิวัติต่าง ๆ น่าจะพอกันได้แล้ว ต่อไปปัญหาทางการเมืองก็ต้องแก้ไขกันเอง ตามความคิดของผม อยากให้เป็นแบบนั้น คิดว่าทุกคนก็คงคิดแบบผมเหมือนกัน ทั้งนี้เป็นเจตนาของ คสช.ที่ไม่อยากเห็นความขัดแย้งเกิดขึ้น คนแพ้ก็ต้องยอมรับว่าแพ้ คนชนะก็ว่ากันไป ไม่ใช่ว่าแพ้แล้วก็ออกมา เพราะประชาชนที่ไม่รู้เรื่องก็จะเสียหายด้วย” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าคดีจำนำข้าวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเป็นการจุดประเด็นให้เกิดความไม่พอใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทุกอย่างเดินไปตามกลไกของรูปคดีและตามกฎหมาย เพราะรัฐบาลเองไม่ได้ไปแกล้งหรือดำเนินการใด ๆ เพราะจะไปสั่งศาลได้อย่างไร ศาลก็ต้องว่าไปตามหลักกฎหมาย ถ้าประเทศชาติจะอยู่ได้ ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ยืนยันว่านายกฯไม่ใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ. 2557 เข้ามาดำเนินการอย่างแน่นอน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ทำถึงตน เมื่อเขียนถึงนายกฯก็ให้นายกฯพิจารณา
ต่อข้อถามที่ว่า มีการพูดถึงเรื่องนายกฯคนนอกนั้นมองอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับประชาชน หลังจากร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็ต้องทำประชามติว่าประชาชนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ส่วนจะเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบและตอบไม่ได้ เพราะต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าอาจจะเป็นคนใน คสช.เข้ามาเป็นนายกฯคนกลางนั้น ตนยืนยันว่าไม่มีคนใน คสช.เล่นการเมืองอย่างแน่นอน รวมถึงนายกฯและตนด้วย ตนไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ทั้งนี้อย่าลืมว่านายกฯคนนอก คนที่เลือกมาคือส.ส.ไม่ใช่ใครจะเชิญเข้ามาก็ได้ ตนมองว่าถ้าเป็นปกติแล้วเขาจะเลือกคสช.เข้ามาหรือไม่ เรื่องนี้ทำไว้เพื่อป้องกัน หากเกิดวิกฤตขึ้นมาอีก เพราะไม่อยากให้มีปัญหาอีกในอนาคตต่อไปอีกแล้ว
ส่วนมองอย่างไรกับการทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ขณะนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เราต้องดำเนินตามโรดแม็พให้ได้ เพราะคสช.ได้กำหนดชัดเจนแล้ว จะดีหรือไม่ดีอย่างไรผมตอบไม่ได้ แต่ทุกหน่วยงานและแม่น้ำทุกสายต้องเดินทางโรดแม็พ คสช.ให้ได้ คสช.อยู่อีก 20 เดือนอย่างช้าที่สุด ถ้าเร็วขึ้นก็ต้องว่ากันไป อยู่ไปก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไร ขอพอแล้ว คสช.แก้ไขปัญหาทุกอย่างที่มีมากมาย เพราะเราเข้ามาแล้วก็ต้องทำงาน เราเหนื่อยกันทุกคน ทั้งนายกฯและผมแต่เราพยายามทำให้ดีที่สุดและโปร่งใส ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใด ๆ เพราะขนาดไม่ยุ่งยังโดนใส่ทุกวัน เขียนข้อความกันมาในไลน์ อะไรกันหนักหนา ทุกเรื่อง ผมดูแล้วไม่เห็นจะมีเรื่องจริง ไม่เชื่อไปอ่านในไลน์ดู ส่วนกองทัพไม่มีอะไร ไม่ห่วง แต่ห่วงเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินที่พูดกันไปเรื่อยเปื่อย ไม่มีความจริงสักเรื่อง เขียนกันไปได้ว่าคนนั้นไปทะเลาะกัน เป็นพวกคนนั้น ผมไม่เข้าใจ ผมอยู่ตรงนี้ไม่เห็นมีอะไร แต่เอาผมเข้าไปเป็นตัวละครมากมาย ขนาดอยู่เฉยๆ ทำงานอย่างเดียวก็จะตายอยู่แล้ว”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในขณะนี้ยังมีการก่อกวนอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็อาจจะมีอยู่บ้าง แต่จะพยายามชี้แจงทำความเข้าใจ ที่ผ่านมาทุกคนก็เข้าใจดี เพราะอยากให้ประเทศสงบและเดินหน้าต่อไปได้ แต่เรื่องความขัดแย้งทางการเมืองต่าง ๆ ยังมีอยู่ก็ไม่ว่าอะไร เราก็ดำเนินการกันต่อไป แต่อย่าไปก่อให้เกิดความไม่สงบเกิดขึ้น
เมื่อถามย้ำว่า ยังมีคนก่อกวนไปตัดไฟบ้านนายมีชัย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดทีมงานของตนไปดูเรื่องดังกล่าวแล้ว และกำลังพิจารณาว่าเกิดจากสาเหตุใด ตอนนี้ให้ฟันธงนั้นยังไม่ได้ แต่ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดทีมงานลงไป จะเป็นการข่มขู่หรือไม่ตนไม่ทราบและยังตอบไม่ได้ หากตอบไปจะผิดพลาด ขอเวลาในการตรวจสอบ
‘ประวิตร’ เชื่อไทยแก้ปัญหาการบินพลเรือนผ่าน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนว่า การแก้ไขปัญหาทางด้านองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (เอฟเอเอ) จะเข้ามาตรวจ โดยพล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน (ศบปพ.) ได้เข้ามาช่วยกรมการบินพลเรือนในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อยู่และกำลังดำเนินการด้านกฎหาย
โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ. 2557 ตั้งคณะทำงานต่างไปมากมายแล้ว โดยเฉพาะการตั้งศบปพ. เข้ามาแก้ไขปัญหา เราต้องทำให้เร็วและเชื่อว่าจะดีขึ้นตามลำดับไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ เรารู้ว่าถ้าเขามาตรวจแล้วเราไม่ผ่านจะทำให้เกิดความเสียหาย ไม่สามารถนำเครื่องบินบินไปฝั่งยุโรปได้ ขณะนี้ผบ.ทอ.ค่อนข้างมั่นใจว่าจะดำเนินการให้ดีที่สุด สำหรับสายการบินที่ยังดำเนินการไม่ถูกต้องในเรื่องดังกล่าว ต้องให้กรมการบินพลเรือนเป็นผู้ดูแลและทำตามกฎระเบียบ