
สปท.-สนช.ต้องทำงานใกล้ชิดรัฐบาล
สปท.-สนช.ต้องทำงานใกล้ชิดรัฐบาล สุวพันธุ์ หวังแนวปฏิรูปสอดคล้องกัน ขณะที่ทุกภาคส่วนร่วมรำลึก42ปี14ตุลา
เมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 14 ต.ค.2558 นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานของสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่าจากนี้ไป รัฐบาล สปท. และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) คงต้องทำงานใกล้ชิดเพื่อให้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกันมากขึ้น รวมทั้งต้องการให้เข้าใจเจตนารมณ์เริ่มต้นของการปฏิรูปประเทศด้วย
นายสุวพันธุ์ กล่าวด้วยว่า สปท. มีบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจนอยู่แล้วตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดไว้ในมาตรา 39/2 คือดำเนินการให้เกิดการปฏิรูปด้านต่างๆ 11 ด้าน ต่อจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) โดยคำนึงถึงความสำคัญเร่งด่วน ผลสัมฤทธิ์ และระยะเวลาที่เหลืออยู่ รวมถึงการเสนอให้มีกฎหมายที่จำเป็นด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ รัฐบาล สปท. และ สนช.คงต้องทำงานร่วมกัน ใกล้ชิดกัน เนื่องจากรัฐบาลมีการบริหารราชการแผ่นดิน มีวาระแห่งชาติ มีเรื่องสำคัญเร่งด่วน และการปรับปรุงกฎหมายที่ได้ดำเนินการไปแล้วในระยะที่ 1 และกำลังดำเนินการอยู่ในระยะที่ 2 โดยปัจจุบันมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่ได้ทำไว้กับแผนพัฒนาฉบับที่ 12 ซึ่งจะเชื่อมโยงไปกับการปฏิรูปประเทศทั้งสิ้น ส่วน สนช.ก็จะได้ช่วยขับเคลื่อนด้านกฎหมายให้
“ผมเห็นว่า ปัจจุบันการปฏิรูปของเราอยู่ในระยะของการขับเคลื่อน รัฐบาล สปท. และ สนช. ต้องประสานการขับเคลื่อนไปพร้อมๆกันให้ได้ กรอบการปฏิรูปมีแล้ว ผลการศึกษาก็มีอยู่แล้ว ประเด็นที่ต้องคำนึงถึงคือ การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นปฎิรูป พิจารณากรอบเวลาที่เหลืออยู่ แล้วลงมือทำงาน” นายสุวพันธุ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายสุวพันธุ์ กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีได้พูดในที่ประชุม ครม. แล้วว่า จะจัดประชุมแม่น้ำ 5 สายเพื่อทำความเข้าใจทั้งเรื่องเจตนารมณ์ แนวทางการทำงาน ภายในกรอบเวลาที่เหลืออยู่ โดยเฉพาะจะได้หารือกับ สปท. เพื่อรับรู้การดำเนินการในส่วนของรัฐบาลในเวลาที่ผ่านมา ซึ่งคงรอกำหนดวันที่เหมาะสมอีกครั้ง
ทุกภาคส่วนร่วมรำลึก42ปี14ตุลา
ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เมื่อเวลา 7.00 วันที่ 14 ต.ค. ได้มีการจัดกิจกรรมรำลึก 42 ปี เหตุการณ์ 14 ต.ค. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา 16 แยกคอกวัว โดยในช่วงเช้ามีการตักบาตรพระสงฆ์ 14 รูป ด้านหน้าอาคาร และทำพิธีกรรม 3 ศาสนา ให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงการวางพวงมาลาและกล่าวสดุดีวีรชนคนเดือนตุลา โดยในงานนี้มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมด้วย อาทิ นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี ฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นายวรชัย เหมะ และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์, ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนจากนายกรัฐมนตรี และนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัตืแห่งชาติ (สนช.) เป็นตัวแทนจาก สนช. เป็นต้น
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายในงานนี้ได้รับความสนใจจากนักศึกษาและประชาขนหลายภาคส่วนจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม จำนวน 1 กองร้อยมารักษาความปลอดภัยอบ่างหนาแน่น ทั้งนี้ก่อนเริ่มงานได้มีกลุ่มญาติวีรชนและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพจากเหตุการณ์ 14 ต.ค. ประมาณ 20 คนแสดงความไม่พอใจ และเรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยาตามมติของคณะรัฐมนตรี 7 มี.ค. 2549 หลังจากที่คั่งค้างมาหลายรัฐบาล แต่ไม่มีเหตุวุ่นวายแต่อย่างใด



