
สาดน้ำกรดสาวค้าพลอยสาหัส พี่สาว-แม่ โดนด้วย
14 ต.ค. 2558
แฟนหนุ่มขับแท็กซี่ นัดสาวค้าพลอยในห้างดิโอลด์สยาม เคลียร์ปัญหาใจกลางลานจอดรถไม่ลงตัว คว้าน้ำกรดสาดหน้าสาหัส พี่สาว-แม่ โดนด้วยเจ็บเล็กน้อย รปภ.ห้างตะครุบทันควัน
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 13 ตุลาคมที่ผานมา ร.ต.ท.นรนิติ โมงขุนทด พนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง รับแจ้งมีหญิงถูกสาดน้ำกรดได้รับบาดเจ็บ ภายในลานจอดรถ ชั้น 7 ห้างดิโอลด์สยาม ถนนพาหุรัด แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาให้ทราบ แล้วไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบ น.ส.ปุณิกา โรจนภิญโญสถิต อายุ 33 ปี อาชีพ ค้าขายเครื่องประดับ ถูกน้ำกรดสาดเข้าที่บริเวณใบหน้า นอกจากนี้ยังมีคนที่โดนน้ำกรดได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน คือ นางจักศนา วาทกุล อายุ 45 ปี พี่สาวของ น.ส.ปุณิกา และนางจอมใจ โรจนภิญโญสถิต อายุ 64 ปี แม่ของน.ส.ปุณิกา ทั้งสองถูกน้ำกรดกระเด็นใส่ตามแขนขาและลำตัว จากนั้น เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 3 คน ส่งรพ.กลาง เพื่อให้การรักษาเป็นการด่วน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่รปภ.ของห้างดังกล่าวสามารถจับกุมคนร้ายไว้ได้ คือ นายจิรัฏฐ์ วงศ์ชาวเมือง อายุ 47 ปี อาชีพโชเฟอร์ขับแท็กซี่ จึงส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปสอบสวนที่สน.พระราชวัง
ร.ต.ท.นรนิติ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.ปุณิกา คนเจ็บ กับนายจิรัฏฐ์ ผู้ก่อเหตุ เป็นแฟนกัน โดยก่อนเกิดเหตุนายจิรัฏฐ์ ได้โทรศัพท์นัดให้แฟนสาว ซึ่งช่วยแม่ขายเครื่องประดับที่ร้านอัจจิมเจมส์ ซึ่งขายพลอยและเครื่องประดับอยู่ในห้างดิโอลด์สยาม ให้ออกมาพบกันที่ลานจอดรถ เพื่อพูดปรับความเข้าใจกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งสองเกิดทะเลาะกันมา ซึ่งยังไม่รู้ว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร แต่ขณะพูดคุยเกิดไม่เข้าใจกันอีก จากนั้น นายจิรัฏฐ์ได้ใช้น้ำกรดที่พกติดตัวมา สาดเข้าที่ใบหน้าของแฟนสาว ระหว่างนั้น น้ำกรดเกิดกระเด็นเข้าใส่นางจักศนา และนางจอมใจ ที่ตามมาและพยายามจะเข้าไปห้าม จนได้รับบาดเจ็บไปด้วย โดยหลังก่อเหตุ รปภ.ของห้างดังกล่าวได้ช่วยกันจับตัวนายจิรัฏฐ์ไว้ได้ทันควัน โดยพบว่าผู้ต้องหาได้เตรียมไม้ตีกอล์ฟ และน้ำกรดบรรจุใส่ขวดสีขาวมาจำนวน 3 ขวดใส่กระเป๋าเป้มา สำรับการเคลียร์ปัญหา ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเรื่องหึงหวง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายจิรัฏฐ์ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ โดยหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะทำการสอบปากคำทั้งคนเจ็บและผู้ต้องหาที่ก่อเหตุเพิ่มเติม เพื่อหาชนวนการก่อเหตุที่แท้จริง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



