ข่าว

เจาะปฏิบัติการฟีฟ่าหักขา‘บังยี’

เจาะปฏิบัติการฟีฟ่าหักขา‘บังยี’

14 ต.ค. 2558

เจาะปฏิบัติการฟีฟ่าหักขา‘บังยี’

                จากคำสั่งของฟีฟ่า ในการห้าม “บังยี” วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลไทย ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมฟุตบอลทั้งระดับในประเทศและนานาชาติ เป็นเวลา 90 วัน ด้วยสาเหตุที่ยังไม่ระบุว่ามาจากเหตุผลกลใด กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงกีฬาไทย และสังคมไทย ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง

                เพราะหนึ่ง ชื่อของ “บังยี” ถือเป็นคนดังระดับเซเลบ เป็นบุคคลที่ถูกกล่าวขวัญมากที่สุดคนหนึ่งในวงการลูกหนังไทย

                แม้...ข่าวคราวการกล่าวขวัญนั้น กลับเป็นไปในทิศทางตรงข้ามที่เจ้าตัวอยากให้เป็นมากกว่าก็ตาม

                ดังไม่ดัง ถึงขนาดที่ “โน้ส” อุดม แต้พานิช ยังเอาชื่อของ “บังยี” ไปเป็นหัวข้อนึ่งในทอล์กโชว์ “เดี่ยว” ของตัวเอง จนเรียกเสียงฮาได้ดังลั่นสนั่นฮอลล์เลยทีเดียว

                ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลที่เรื่องนี้กลายเป็นข่าวร้อนระดับประเทศ ก็เพราะห้วงเวลาที่ฟีฟ่าออกคำสั่งนี้มา คือเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม นั้น เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล ที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ เพียงไม่กี่วันเท่านั้น

                เพราะที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า ประเด็นการเลือกตั้งนายกสมาคมลูกหนังไทยในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมา ก็มีเรื่องยุ่งๆ จนถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลมากพออยู่แล้ว

                บวกกับเหตุผลสุดท้าย ที่ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ ฟีฟ่าออกมาเดินหน้าเช็กบิลผู้บริหารระดับอภิมหาบิ๊กของวงการลูกหนังโลก ไล่จากตัวประธาน เซปป์ แบล็ตเตอร์ และ เฌอโรม วัลเก เลขาธิการคู่ใจ ในข้อหาเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ด้วยการห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการเป็นเวลา 3 เดือนเท่ากันเป๊ะ จนมีหลายคนคิดตามไปว่า “ใคร” จะถูกหวยเป็นรายต่อไป

                แน่นอนว่า มีไม่น้อยเลยที่คิดว่า “บังยี” น่าจะติดโผกับเขาด้วย ซึ่งที่สุดก็กลายเป็นจริง

                เรียกว่าเป็นการสุมไฟอีกกองเข้าใส่วงการลูกหนังไทย ที่เดิมก็ร้อนแรงอยู่แล้วให้ยิ่งทวีความคุโชนขึ้นไปอีก

                และมิอาจคาดเคาได้ว่า จะเป็นการโหมไฟแรงรอบสุดท้าย ก่อนไฟกองนี้สงบลง หรือจะลุกลามมากกว่าเดิม

                จากคำสั่งของฟีฟ่าที่ออกมา ที่ยังไม่มีการชี้แจงว่ามาจากสาเหตุใด แต่ที่แน่ๆ ก็คือเป็นคำสั่งให้หยุดทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมดที่มีความเกี่ยวข้องกับกีฬาฟุตบอล เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างไม่ติดขัด ปราศจากการแทรกแซงนั้น มีการอธิบายจากแหล่งข่าววงในว่า สาเหตุหลักๆ น่าจะมาจากเรื่องใดเรื่องหนึ่ง คือ ประเด็นการบริหารจัดการของสมาคมฟุตบอลไทยเอง และประเด็นที่มีความเกี่ยวเนื่องกับฟีฟ่า

                สำหรับประเด็นในประเด็นนี้ โฟกัสคงอยู่ที่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ที่มีผู้ทำเรื่องฟ้องร้องไปยังฟีฟ่าใน 2-3 ประเด็นใหญ่ คือเรื่องธรรมนูญข้อบังคับของสมาคม เมื่อปี 2556 ที่ถูก “เสี่ยหม่อง” ณฐภณ ปัญญาคณานุกูล ประธานสโมสรพัทยา นำไปฟ้องศาลว่ามีการปลอมแปลงเอกสาร และศาลชั้นต้นก็ได้มีคำพิพากษาให้ “บังยี” พร้อมด้วย นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมในยุคนั้น เป็นฝ่ายแพ้คดี ที่ถูกนำมาใช้ในการประชุมพิเศษสมาคมเมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด

                รวมไปถึงกรณีที่หนังสือเชิญประชุมที่ต้องส่งให้สโมสรสมาชิกทั้งหมดก่อนหน้าการประชุม 30 วัน ไม่เป็นไปตามกำหนด และประเด็นการคัดเลือก 30 ทีมจากลีกภูมิภาค ที่มีการเปลี่ยนแปลงจากข้อบังคับเดิม ที่ให้สิทธิ์ทีมอันดับ 1-5 ของทั้ง 6 โซน มาเป็นการให้แต่ละโซนคัดตัวแทนกันเอาเอง ว่าเป็นการผิดข้อบังคับ

                นอกจากนี้ ยังมีประเด็นดังของฟีฟ่า คือ เรื่องความโปร่งใสในเรื่องเงินๆ ทองๆ รวมไปถึงการคอร์รัปชั่น ทั้งในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ และการเลือกเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 และ 2022 ที่เป็นเหตุทำให้บรรดาบิ๊กๆ ของวงการลูกหนังโลกถูกสอยร่วงกันระเนระนาดมาแล้ว

                เรื่องทั้งหมดมาขมวดตรงที่ “ฟีฟ่า” ได้ส่ง เจมส์ จอห์นสัน ผู้อำนวยการดูแลด้านการเลือกตั้งของฟีฟ่า มายังประเทศไทยเพื่อเคลียร์เรื่องนี้โดยเฉพาะ...

                แม้ล่าสุดจะยังไม่มีการสรุปปิดคดี แต่ทางออกที่เหลือมีอยู่ไม่กี่เส้นทางก็เป็นที่น่าติดตามยิ่ง

                เพราะน่าจะเป็นการชี้กันชัดๆ เลยว่า สุดท้ายแล้ว “บังยี” จะอยู่หรือไป

                นั่นคือ การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ จะสามารถดำเนินการต่อได้หรือไม่

                และจาก 3 คนที่ลงสมัครเลือกตั้ง คือ “บังยี”, “ผู้การเจี๊ยบ” พล.ต.ท.พิสัณฑ์ จุลดิลก และ “บิ๊กหอย” ธวัชชัย สัจจกุล

                สุดท้ายแล้วจะเหลือคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง กี่คน!!!

                ประวัติ วรวีร์ มะกูดี

                วรวีร์ มะกูดี หรือ “บังยี” เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2494 จบการศึกศึกษาจาก ร.ร.อำนวยศิลป์ จากนั้นได้ทุนของมหาวิทยาลัยคูเวต ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี โดยสมัยวัยรุ่น เป็นนักเตะของสโมสรมุสลิม ตั้งแต่ชุดเยาวชนจนถึงชุดใหญ่ และลงแข่งขันฟุตบอลถ้วย ง และ ค ก่อนย้ายไปร่วมทีมธนาคารกรุงเทพ เล่นในระดับถ้วย ข และ ก จากนั้นก็เลื่อนชั้นเปลี่ยนบทบาทเป็น ผจก.ทีมตำรวจดับเพลิง, ร.ร.หนอกจอกพิทยานุสรณ์ และเป็นผู้ก่อตั้งทีม ร.ร.ศาสนวิทยา ซึ่งปัจจุบันก็คือ บีอีซี-เทโรศาสน

                “บังยี” เข้ามาทำงานในสมาคมฟุตบอลตั้งแต่ปี 2535 ในยุค พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ เป็นนายกสมาคม ในตำแหน่งกรรมการกลาง จากนั้นในปี 2537 ได้เลื่อนขึ้นเป็นเหรัญญิก และก้าวขึ้นนั่งตำแหน่งเลขาธิการในปี 2538 ยุคที่ “วีเจ” วิจิตร เกตุแก้ว ขึ้นมาเป็นนายกสมาคม จากนั้นในปี 2550 ก้าวขึ้นมารักษาการนายกสมาคมแทนนายวิจิตรที่ลาออกจากตำแหน่ง และลงเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมเองในอีก 2 ปีต่อมา ก่อนรักษาตำแหน่งได้อีก 2 ครั้ง ในปี 2554 และ 2556 รวมเป็นนายกสมาคมทั้งสิ้น 3 สมัย ก่อนเตรียมตัวลงรับเลือกตั้งอีกครั้ง ในการประชุมใหญ่สมาคมที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคมนี้

                นอกจากนี้ วรวีร์ยังได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของทวีปเอเชีย ให้เป็นคณะกรรมการบริหารฟีฟ่าต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2540 ก่อนจะไม่ได้รับเลือกตั้งต่อในปีนี้