
งานที่สปท.ต้องทำ
งานที่สปท.ต้องทำ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
เรียบร้อยไปแล้ว สำหรับการเลือกประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และรองประธานอีก 2 คน
ต่อไปนี้ก็เริ่มเดินหน้าทำงานได้ โดยในเรื่องการปฏิรูปประเทศ สภาขับเคลื่อนฯ ก็ต้องสานต่อเกี่ยวกับการวาระปฏิรูปฯ 37 วาระ และวาระพัฒนา 6 วาระ ที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เคยทำไว้
ทั้งนี้ วาระปฏิรูปฯ 37 วาระ อาทิ การป้องกันทุจริต, การเข้าสู่อำนาจและระบบพรรคการเมือง, ปรับโครงสร้างอำนาจส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น, การงบประมาณ, ประสิทธิภาพและคุณภาพการบริหารงานภาครัฐ, กิจการตำรวจ, การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ, ระบบและโครงสร้างภาษี, ระบบพลังงาน, ปฏิรูปที่ดิน, การผูกขาดและการแข่งขันที่เป็นธรรม, ปฏิรูปการเกษตร, ระบบจัดการการศึกษา, ระบบการคลัง, ระบบวิจัยเพื่อโครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมของประเทศ, ระบบสาธารณสุข
ระบบการบริหารจัดการทรัพยากร, การจัดการภัยพิบัติตามธรรมชาติและภาวะโลกร้อน, ระบบเพื่อส่งเสริมชุมชนเข้มแข็ง, สวัสดิการสังคม, สังคมสูงวัย, การคุ้มครองผู้บริโภค, การป้องกันการแทรกแซงสื่อ, ศิลปวัฒนธรรม, ส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา, ปฏิรูปแรงงาน
ส่วนวาระพัฒนา 6 วาระ ได้แก่
1.วาระพัฒนา Center of Excellence ศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศ ด้วยการพัฒนาด้านเกษตรและอาหาร การท่องเที่ยวคู่กับสุขภาพ และยานยนต์
2.วาระพัฒนา New Growth Engine การวิจัยนวัตกรรม
3.วาระพัฒนาระบบโลจิสติกส์ การขนส่ง ที่ต้องพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางขนส่งของอาเซียน
4.วาระพัฒนาการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ ด้วยการกำหนดเขตเศรษฐกิจใหม่
5.วาระพัฒนากลไกใหม่ในการพัฒนาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาครัฐ
6.วาระพัฒนาการปรับเปลี่ยน Mind set และ Skill set พัฒนาระบบทักษะใหม่และความเชื่อที่มีผลต่อพฤติกรรม
“สุริยะใส กตะศิลา” จากวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต บอกว่า สภาขับเคลื่อนฯ ต้องตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อสังเคราะห์พิมพ์เขียว 37 ประเด็น และ 6 วาระการพัฒนาของ สปช.ที่เคยเสนอต่อ คสช.ก่อนหน้านี้ไปแล้ว โดยจัดกลุ่มข้อเสนอแนะเป็นเรื่องเร่งด่วนระยะสั้น, ระยะกลางและระยะยาว เพื่อเสนอต่อ คสช. ครม. และ สนช.ให้ดำเนินการได้เลย ไม่ต้องรอร่างรัฐธรรมนูญคลอด
ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็เช่น การสร้างกลไกทำงานหนุนเสริมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดย สปท.อาจตั้งกรรมาธิการทำหน้าที่รับฟังความเห็นจากประชาชนและนำมาประมวลเพื่อเสนอแนะต่อ กรธ.โดยตรง
อีกทั้ง สปท.ควรตั้งกรรมาธิการขึ้นมาทบทวนกฎหมายเก่าๆ ที่บังคับใช้มาหลายสิบปีและไม่สอดคล้องกับยุคสมัยและเสนอแนะให้ สนช.ปรับปรุงแก้ไขต่อไป รวมทั้งการทำความเห็นต่อการออกกฎหมายลูกและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่จะออกตามรัฐธรรมนูญใหม่ และมีกลไกรับเรื่องราวร้องทุกข์ปัญหาของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารงานของรัฐบาล เพื่อเสนอแนวทางการแก้ปัญหาประชาชนทั้งระยะสั้นและระยะยาว
บทสรุปของสภาขับเคลื่อนฯ จึงควรจะดีกว่าสภาปฏิรูปฯ ที่ถูกมองว่าไม่มีผลงานเป็นรูปธรรม เพราะไม่ต้องเริ่มจากนับหนึ่ง แต่มีคนอื่นทำไว้ให้บ้างแล้ว



