ข่าว

‘ประวิตร’ปัดแกล้ง‘ยิ่งลักษณ์’คดีจำนำข้าว

‘ประวิตร’ปัดแกล้ง‘ยิ่งลักษณ์’คดีจำนำข้าว

13 ต.ค. 2558

‘ประวิตร’ ปัดกลั่นแกล้ง ‘ยิ่งลักษณ์’ คดีจำนำข้าว ย้ำทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เมินข้อเสนอ ‘บีอาร์เอ็น’ ชี้เป็นไปไม่ได้ ‘เลขาฯสมช.’ ย้ำใช้กรอบเดิม

 

         13 ต.ค.58 เมื่อเวลา 13.50 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ทนายความยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการออกคำสั่งตามพระราชบัญญัติความผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ในการเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ว่า ยืนยันว่าเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ขออย่ากังวล เพราะเป็นการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม อะไรทำได้ก็ทำ เพราะอยู่ในห้วงระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ถ้าไม่เรียบร้อยภายใน 2 ปี รัฐบาลจะเดือดร้อน

         เมื่อถามว่า นางสาวยิ่งลักษณ์สามารถยื่นฟ้องศาลได้หรือไม่หากมองว่าไม่เป็นธรรม พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า ฟ้องได้ ถ้าสามารถดำเนินการได้ ก็ทำได้ทั้งหมด ไม่ต้องห่วง เพราะเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งอะไรทั้งสิ้น
 
         เมื่อถามว่า อาจจะมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่มี ไม่เป็นธรรมได้อย่างไร เพราะรัฐบาลก็หลายคน มีทั้งคณะ 30 กว่าคน
 
 
‘ประวิตร’ เมินข้อเสนอ ‘บีอาร์เอ็น’ ชี้เป็นไปไม่ได้ ด้าน ‘เลขาฯสมช.’ ย้ำเดินหน้าใช้กรอบเดิม คุยกันแค่ 2 ฝ่าย
 
 
         เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 13 ต.ค.58 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวก่อนขึ้นประชุมครม. ถึงกรณีที่กลุ่มบีอาร์เอ็นออกแถลงการณ์เรียกร้องให้การพูดคุยสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องมีผู้สังเกตุการณ์จากต่างชาติเข้าร่วมอย่างเปิดเผย โดยกล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้
 
         เมื่อถามย้ำว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะให้ต่างชาติเข้ามาร่วมสังเกตุการณ์ พล.อ.ประวิตร กล่าวสั้นๆ ว่า “เป็นไปไม่ได้”
 
         ขณะที่ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงแถลงการณ์ของกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการพูดคุยสันติสุข ว่า กลุ่มบีอาร์เอ็นมีทั้งส่วนที่เห็นด้วยกับการพูดคุยและอีกส่วนที่ใช้ความรุนแรง ซึ่งทั้งสองส่วนอาจยังไม่สามารถเชื่อมโยงกันเองได้แม้ว่าจะอยู่ภายในกลุ่มเดียวกัน หรือยังไม่มีเอกภาพภายในกลุ่มเขาเอง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากระบวนการพูดคุยสันติสุขจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพราะถือว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการลดความรุนแรงและการพูดคุยควรมีความก้าวหน้า เช่น มีการลดความรุนแรงลง
 
         ส่วนที่มีการเสนอให้มีตัวแทนจากนานาชาติเข้าร่วมในการพูดคุยด้วยนั้น พลเอกทวีป กล่าวว่า การพูดคุยยังคงต้องเป็นไปตามกรอบเดิม และขณะนี้ก็มีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกอยู่แล้ว และการพูดคุยก็ต้องเป็นการคุยระหว่างผู้ก่อเหตุความไม่สงบและทางการไทย อย่างไรก็ตาม การพูดคุยเพียง 1-2 ครั้ง ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะเป็นปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนาน การพูดคุยจึงต้องใช้ความรอบคอบเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่วนช่วงเวลาในการพูดคุยครั้งต่อไปนั้น จะต้องรอการประสานอีกครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะพูดคุยที่มีพลเอกอักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะ ส่วนการที่จะออกมาแถลงผลการพูดคุยนั้นก็ต้องเป็นการเห็นชอบร่วมกันหรืออาจจะเป็นการชี้แจงให้ทราบพร้อมๆ กันทั้ง 2 ฝ่าย
 
         ส่วนที่มีการกล่าวหาว่าทางการไทยไม่มีความจริงใจในการพูดคุยนั้น พลเอกทวีป กล่าวว่า ถ้าไม่จริงใจก็คงไม่เริ่มพูดคุย แต่ทุกคนทราบปัญหา และการแก้ไขที่ดีที่สุดคือการพูดคุย ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีชีวิตที่ผาสุขร่วมกัน ถึงแม้ว่าจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
 
         พล.อ.ทวีป ยังกล่าวถึงการแต่งตั้งรองเลขาฯ สมช.อีก 2 ตำแหน่งว่า ได้มีการนำเรียนรายชื่อตามขั้นตอนไปแล้ว ซึ่งเป็นพลเรือนของ สมช.เอง